โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา BAM เจรจา 3 แบงก์ใหญ่ ร่วมทุน JV AMC สนองนโยบายแบงก์ชาติ หวังช่วยดูดซับหนี้เสียออกจากระบบ

Share2Trade

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • Share2Trade

BAM กำลังหารือ3 ธนาคารรายใหญ่ KTB, SCB, BBL ตั้ง JV AMC เพื่อดูดซับ NPL โบรกฯ คาด BAM จะได้ประโยชน์โดยตรง แต่ยังคงต้องรอรายละเอียดเงื่อนไขการร่วมทุน ในเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นและสิทธิ-หน้าที่ของ AMC และแต่ละธนาคาร

จับตา BAM เจรจา 3 แบงก์ใหญ่_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็น ธปท. เตรียมประกาศเปิดทางตั้ง JV AMC เพื่อดูดซับ NPL คาดเริ่มเฟสแรกใน 1-2 สัปดาห์นี้ "แบงก์ชาติ" เร่งเครื่อง แก้วิกฤติหนี้เสีย ประกาศเปิดทางตั้ง "เจวีเอเอ็มซี" ใหม่ หวังขยายบทบาท "เอเอ็มซี" ดูดซับ "เอ็นพีแอล" สู่ระดับ 20-30% พร้อมแก้หนี้รายย่อยต่ำกว่า 1 แสนบาท 4 ล้านราย คาดเริ่มเฟสแรกใน 1-2 สัปดาห์นี้

โดยหนี้ที่ถูกโอนในเฟสแรกคาดจะเป็นลูกหนี้จากธนาคารพาณิชย์ ราว 700,000 ราย โอนให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เช่นเดียวกัน หนี้ของ Non-bank ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ ราว 800,000 ราย ขณะที่เหลือคือ หนี้ของธนาคารรัฐราว 400,000-500,000 ราย โอนให้บริษัท Ari AMC ที่ถือหุ้นระหว่างธนาคารออมสินและ BAM

ล่าสุด BAM ได้มีการเดินหน้าหารือกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่แล้ว 3 ราย จากปัจจุบันที่มีการ จัดตั้ง JV AMC ร่วมกับแบงก์แล้ว 2 ราย โดยคาดว่าการเจรจาดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนได้ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้

สำหรับเป้าหมายของการปรับปรุงประกาศครั้งนี้ คือการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ AMC และธนาคารพาณิชย์ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหนี้เสียได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้รายย่อยที่มีปัญหาการชำระหนี้ การเปิดช่องให้เกิด JVAMC ใหม่จะช่วยให้กระบวนการบริหารจัดการหนี้มีความคล่องตัว และขยายขอบเขตการช่วยเหลือให้ครอบคลุมลูกหนี้ได้กว้างขึ้น และเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ทั้งนี้มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดย JV AMC ครั้งนี้ ธปท. คาดหวังจะช่วยลด NPL ลง 20-30% ของทั้งระบบ จากปัจจุบันที่ลดลงได้ราว 10%

ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะช่วยเร่งให้ NPL ในส่วนของสินเชื่อรายย่อยลดลงได้ในอนาคต เพราะรอบนี้จะเน้นแก้หนี้รายย่อยที่ไม่มีหลักประกันก่อน ซึ่งจะมี BAM และ SAM (เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) เข้ามาเป็นตัวกลางในการจัดการหนี้

โดยอ้างอิงจากข่าวรอบก่อนระบุว่าจะใช้วงเงินเบื้องต้นทั้งหมด 1 หมื่นล้านบาท (มาจากเงินที่เหลือจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ปัจจุบันยังเหลือเงินอยู่ 26,000 ล้านบาท) โดยจะซื้อหนี้ที่ 7 พันล้านบาท (ที่ราคา 5% ของหนี้รวม 123,000 ล้านบาท) และอีก 3 พันล้านบาท เป็นค่าบริหารจัดการของ BAM และ SAM

ขณะที่คาดว่ากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ 3 แห่งที่ BAM กำลังหารือคือ KTB, SCB, BBL (โดย KBANK มี JV AMC อยู่แล้วกับ JMT และ BAM) แต่อย่างไรก็ดี ยังคงต้องรอรายละเอียดเงื่อนไขการร่วมทุน ในเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นและสิทธิ-หน้าที่ของ AMC และแต่ละธนาคาร อีกที

ทั้งนี้ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันเรียงจากมาก-น้อยคือ TTB (7%), BAY (6%), KBANK (6%), SCB (5% รวมกลุ่มบริษัทย่อย)

ขณะที่คาดว่ากลุ่ม Non-bank จะได้ประโยชน์มากกว่ากลุ่มธนาคาร จากวงเงินรับซื้อหนี้ที่มากกว่า (AEONTS และ TURBO สัดส่วน Nano finance ที่ 20%, MTC สัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกัน 5-10%, SAWAD มี P-loan ที่ 3%) และ BAM ที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะได้ประโยชน์โดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...