โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิ้ล นาคร เปิดใจ ถูกมิจฉาชีพปลอมเพจขายหม้อแม่จูน หลอกลูกค้าโอนเงินสูญหลักล้าน | เผย พนักงานทำตัวเป็นขโมยทำเสียหายร่วมแสน จนต้องไล่ออก

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 16 ก.ย 2568 เวลา 19.20 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2568 เวลา 11.36 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

เรียกได้ว่าถูกมิจฉาชีพสร้างเรื่องให้ไม่หยุด! สำหรับคู่สามีภรรยาจิตอาสา เปิ้ล นาคร และ จูน กษมา หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเพจ แอบอ้างขายหม้อแม่จูนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดร้าน จนทำเอายอดขายลดฮวบแบบครึ่งต่อครึ่ง เพราะลูกค้ากลัวโดนหลอก และไม่กล้าซื้อทางเพจโดยตรงเหมือนเดิม แถมยังระแวงจะโดนผลกระทบจากการอายัดบัญชีม้า เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมามีมิจฉาชีพแอบโอนเงินมาซื้อแกงไก่ด้วยหรือไม่ พร้อมเปิดใจถึงสาเหตุพ้นสภาพพนักงาน หลังทำตัวเป็นมิจฉาชีพขโมยของในร้าน

ล่าสุดวันนี้ (16 ก.ย. 68) เปิ้ล ได้เปิดใจกับทางไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า ตอนนี้คนไม่กล้าซื้อแกงไก่หม้อแม่จูนทางเพจเหมือนเดิม เพราะกลัวจะโดนเพจปลอมหลอก ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้เสียหายโทรเข้ามาทางบริษัทโดยตรง วันหนึ่งประมาณ 20-50 ราย เป็นคนที่โอนเงินให้กับมิจฉาชีพไป แล้วก็โทรมาทวงของกับเราทุกวันว่าเขาจะได้ไหม ซึ่งเราก็ถามไปว่าแล้วโอนไปชื่อบัญชีอะไร แต่ละคนก็จะบอกชื่อบัญชีมา มีตั้งแต่ชื่อบุคคลธรรมดาไปจนถึง เอกชัย ศรีวิชัย ซึ่งเราก็บอกไปว่าบอกไม่ใช่ ชื่อบัญชีเรามีแค่ชื่อเดียว คือ “มาดามอร่อย” เท่านั้น ตามที่ประชาสัมพันธ์ไปตลอด ถึงเป็นชื่อ นาคร ศิลาชัย ก็มิจฉาชีพอยู่ดี

ไม่เข้าใจว่าทําไมทุกคนถึงได้ยอมโอนกันง่ายดายเหมือนโดนสะกดจิต พอถามว่าไปเห็นมาจากไหน เขาก็บอกว่าซื้อมาจากช่องทางเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งเราบอกว่าเราประชาสัมพันธ์ไปตลอดเวลาว่าไม่มีการซื้อขายในเพจเฟซบุ๊ก ในออนไลน์มีแค่ทางไลน์เท่านั้น แต่คนก็หลงกล เพราะว่าเพจปลอมก็มีการเอารูปของครอบครัวเราไปลงสม่ำเสมอ แถมยังยิงแอดจนคนเห็นกันทั้งประเทศ คนตามหลักหมื่น แต่ของเราเพจจริงคนตาม 3 แสน แล้วคนที่เขาไม่รู้ ไม่ได้เก่งโซเชียล พอเจอแล้วอยากกินก็หลงกลตกเป็นเหยื่อ สุดท้ายโอนให้ พอโอนเสร็จมิจฉาชีพก็บล็อกเลย ทีนี้ของก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ ซึ่งน่าสงสารมาก บางคนก็ไปแจ้งความ บางคนก็ช่างมัน คิดว่าไม่เป็นไร ถือว่าว่าฟาดเคราะห์ บ้างก็มีลูกค้ามาทวงแกงถึงหน้าครัวกลางเลย เขาบอกพอโอนเงินเสร็จ แอดมินที่เป็นมิจฉาชีพบอกให้มารับของที่นี้ ตอนนั้นเราก็อยู่ด้วย เขาบอกว่าแฟนอยากกิน เงินก็โอนไปแล้ว แถมยังเสียรู้ให้มิจฉาชีพ เราสงสารเลยสั่งแกงไก่แถมแกงเนื้อให้ด้วย เขาก็ดีใจใหญ่ แต่เราคงไม่สามารถช่วยแบบนี้ได้ทุกคนนะ

พร้อมเผยว่า ตั้งแต่เปิดร้านมาเชื่อว่าเสียหายน่าจะเป็นหลักล้านแล้ว ทำให้รายได้ตอนนี้ตกไปครึ่ง ๆ เพราะคนไม่กล้ามาซื้อ ทุกวันนี้คนเลยรอที่จะไปตามซื้อเวลาออกบูธที่ไหนคนก็จะแห่ไปซื้อกันแบบต่อหน้าเลย ที่ผ่านมาก็พยายามไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่ามีคนลูกค้าของเราเสียหาย แต่ยังจับตัวไม่ได้จริง ๆ นอกจากจะเจอบัญชีม้า

ส่วนผลกระทบจากการอายัดบัญชีม้า เปิ้ล เผยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่ก็ภาวนาอย่าให้เจอ หวั่นใจ เพราะสินค้าของเราเป็นการซื้อแบบโอนเงิน พอมีกรณีนี้ก็คิดว่าถ้าที่ผ่านมามิจฉาชีพโอนเงินมาซื้อแกงไก่กับเราล่ะ แล้วถ้าตำรวจจับมันและโยงมาที่เรา เกิดปิดบัญชีของเรา เพื่อตรวจสอบจะทำยังไงต่อ ซึ่งเงินก้อนนี้ในบัญชี สำหรับเอาไว้ไปซื้อวัตถุดิบมาทำแกงไก่ขายในแต่ละวัน ถ้าเขาปิดบัญชีปั๊บเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของ

มองว่าถ้าชาวบ้านที่เขาค้าขายก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ขายอาหารตามสั่ง ขายข้าวแกง หรือสินค้าอื่น ๆ เขาไม่ใช่ว่าเขาจะมีเงินอีกบัญชีหนึ่งซ่อนไว้ หรือจะมีเงินสดอยู่ใต้เตียงที่จะเอาเงินมาสำรองได้ บางคนเขาไม่มี แล้วต้องหยุดรอธนาคารพิจารณาอีก 2-3 อาทิตย์ ก็เดือดร้อนมาก แต่มาตรการที่ออกมาใหม่เห็นบอกว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็พยายามจะช่วยบรรเทาตรงนี้ให้และจะรีบตรวจสอบให้ได้ภายใน 1 วันอันนี้ไม่รู้ใช่หรือเปล่าแต่ถ้าใช่ก็ปรบมือให้ขอบคุณมาก ตนสงสารทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร แต่ที่น่าสงสารที่สุดคือคนทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำแบบสุจริต

ทั้งนี้ เปิ้ล ยังเปิดใจถึงกรณีที่ได้ร้อนจดหมายร่อนจดหมายปลดพนักงานออกจากบริษัทว่า การกระทำของพนักงานไม่ต่างกับพวกมิจฉาชีพ เป็นการทำงานเหมือนบัญชีม้า พวกมิจฉาชีพเนี่ยเรามองไม่เห็น แต่พนักงานเรานี่เจอหน้ากันทุกวัน เราทำมาค้าขาย มันมีช่องว่าง เรื่องคือ พนักงานคนนี้ขโมยของ พอมีลูกค้ามาถามสินค้าหน้าร้าน แต่ไม่ได้จองมาก็ถามว่าซื้อสดได้ไหม ไอ้ลูกน้องเลยเห็นช่องว่าง บอกซื้อสดได้ค่ะ มันก็ไปขโมยแกงหม้อแม่จูนหลังร้านมายื่นขายให้หน้าร้าน แล้วก็บอกให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีตัวเอง ซึ่งเป็นบัญชีของวินมอเตอร์ไซค์ที่สนิทกัน แล้ววินมอเตอร์ไซค์ค่อยโอนคืนมาเหมือนบัญชีม้า

ตอนหลังถึงมาจับได้ เราก็เอ๊ะว่าของหายไปไหน เป็นหลัก 10 หลัก 100 หม้อ ตอนแรกลูกน้องไม่สารภาพ ตอนหลังจึงรับสารภาพ เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ไปแจ้งความไว้ แล้วก็ให้เขาเอาเงินที่คิดว่าเอาไปเท่าไหร่มาใช้คืน ก็ตกลงให้ผ่อนคืนเดือนละ 2-3 หมื่น จากทั้งหมดหลักแสน ซึ่งไม่รู้ว่ากี่แสนด้วยซ้ำไป จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเงียบกริบ แถมยังโทรหามันไม่ติดแล้ว แต่คงปล่อยไปไม่ได้หรอก เราไปแจ้งความไว้แล้ว ถ้าเกิดเขาไม่ปฏิบัติตามนี้ ก็จะกลายเป็นคดีอาญา

พอเกิดกรณีนี้ขึ้นมันทำให้เราวางระบบใหม่เลยในเรื่องของการตรวจสอบ รับสต็อก เช็กสต็อก เรื่องของบัญชี การทำรายรับ-รายจ่าย ก็จะตรวจดูละเอียดมากขึ้น

ก่อนที่ เปิ้ล จะฝากถึงอดีตพนักงานว่า “ถ้าหนูได้งานแล้วก็ดีใจด้วย รีบทำงานแล้วเอาเงินมาทยอยใช้คืนนะ แล้วก็ถ้าได้ที่ทำงานใหม่ก็อย่าไปทำแบบนี้กับใครให้เขาเดือดร้อนแบบนี้อีกมันจะไม่ดี และที่สำคัญคือ น้องจะได้นามสกุลใหม่คือ มิจฉาชีพ ติดตัวไว้จนวันตาย”.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ple_nakorn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...