PQSเล็งเทิร์นอะราวด์ปี69 ราคามันสำปะหลังQ3ฟื้น
#PQS #ทันหุ้น – PQS เผยเริ่มเห็นราคามันสำปะหลังส่งสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 3/2568 หลังสต๊อกจีนลดลง ส่งออกไทยสูงขึ้น หนุนทิศทางดีขึ้น แม้มาร์จิ้นยังไม่ฟื้นเต็มที่ขณะที่เดินหน้าคุมต้นทุน–ลดขั้นตอน–ใช้ Automation เสริมประสิทธิภาพ พร้อมรับรู้รายได้จากโรงงานใหม่ ช่วยดันเพิ่มกำลังผลิตคาดคืนทุนปี 2569-2570 มั่นใจปีหน้าเทิร์นอะราวด์ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ เริ่มดำเนินการกันยายนนี้ ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 14,000 ตันต่อปี
นายรัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) แป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Starch) แป้งแปรรูปอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในปี 2568 ค่อนข้างเป็นปีที่ท้าทาย โดยช่วงที่ผ่านมาราคาตกต่ำ เนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อหลักของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง ได้มีการเก็บสต๊อกสินค้าไว้เป็นจำนวนมากตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
รวมถึงเศรษฐกิจจีนถดถอยและสงครามภาษี ส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อของจีนชะลอตัวลง ส่งผลให้ราคาหัวมันสำปะหลังอยู่ในช่วงขาลง ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ราว 1.60-2.05 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับ 2.25-3.20 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3/2568 เริ่มเห็นการฟื้นตัวของราคาหัวมันสำปะหลัง เนื่องจากปริมาณสต๊อกแป้งมันในจีนเริ่มลดลง อีกทั้งการส่งออกของไทยโดยรวมสูงขึ้นรวมถึงของบริษัทด้วย แต่มาร์จิ้นไม่ได้อยู่ในระดับเดิม เนื่องจากปัจจัยราคาที่กระทบทั้งอุตสาหกรรม แม้ว่าจะเป็นช่วง Low Season จากการเป็นช่วงหน้าฝน แต่คาดว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป Supply จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
โดยกลยุทธ์ในการดำเนินงานของปีนี้ คือ ควบคุมต้นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทมีแผนชะลอการเพิ่มจำนวนคนและเน้นการเพิ่มความสามารถของพนักงานปัจจุบัน มีควบรวมงานบางส่วนและลดกระบวนการที่ล่าช้า รวมถึงมีการนำระบบ Automation และระบบสารสนเทศต่างๆ เข้ามาช่วยงานมากขึ้น เพื่อชะลอหรือหยุดการจ้างงานในบางตำแหน่ง
*รับรู้รายได้ลงทุน
อย่างไรก็ดีมองว่าในปีหน้ากำไรจะสามารถกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ เนื่องจากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการจัดตั้งโรงงานใหม่ ที่เริ่มผลิตแล้วตั้งแต่ฤดูฝนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ประมาณ 50-60% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมรายได้ในช่วง Low Season เนื่องจากสามารถรับซื้อวัตถุดิบได้ปริมาณมากเมื่อเทียบกับโรงงานเดิม คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในปี 2569-2570
รวมถึงมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ไต้หวัน อินเดีย ซึ่งยังต้องใช้เวลาเพื่อลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่ง เรื่องความเสี่ยงค่าเงินบริษัทมีการประกันค่าเงินตามนโยบาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
*เดินหน้าธุรกิจโลจิสติกส์
ในส่วนธุรกิจใหม่ที่เป็นโลจิสติกส์ จะเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในช่วงเดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป และคาดว่าจะดำเนินงานเต็มปีในปี 2569 ในช่วงเริ่มต้น มีแผนจะขนส่งไม่ต่ำกว่า 420 เที่ยว หรือ 14,000 ตัน เพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหาการขาดแคลนรถขนส่ง
รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้นในช่วงเวลาที่สินค้าเกษตรต้องขนส่งพร้อมกันปัจจุบันบริษัทมีรถ 5 คัน เพื่อคลี่คลายปัญหาและทดลอง Operation หากเป็นไปตามแผนจะเพิ่มจำนวนรถเพื่อเร่งคืนทุน และมีแผนจะเพิ่มเป็นประมาณ 10 คันภายใน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในปี 2570-2571