โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง-สีม่วง เหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน เริ่ม 1 ธ.ค. 2568

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • The Bangkok Insight

เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง-สีม่วง เหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน ชงเข้าครม. 18 พ.ย. คาดเริ่ม 1 ธ.ค. 2568 เป็นเวลา 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 ต.ค. 2568 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอัตราค่าโดยสารสำหรับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลาดสาย ในวันที่ 30 พ.ย.นี้

ค่าโดยสารรถไฟฟ้า

โดยที่ประชุม ได้พิจารณาคิดอัตราค่าโดยสารดังนี้ รถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย จะคิดค่าโดยสารทั้งวัน 40 บาท แต่ถ้าวิ่งขาเดียวต้องจ่ายตามความเป็นจริงสำหรับบุคคลทั่วไป ส่วนนักศึกษาจ่าย 30 บาท กรณีของเด็ก และผู้พิการ ขึ้นรถไฟฟรีเหมือนเดิม ขณะที่ผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปี ให้จ่ายครึ่งราคาเหมือนเดิม คือครึ่งหนึ่งของ 40 บาท หรือครึ่งหนึ่งของระยะทางก็ได้

โดยเริ่มวันที่ 1 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง อย่างช้าไม่เกิน 18 พ.ย. หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะประกาศใช้ตามกำหนดไว้ คือ วันที่ 1 ธ.ค.ทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวยืนยันว่านโยบายนี้ดีกว่าเดิม ซึ่งเดิมจะเสียค่าโดยสารเที่ยวละ 20 บาท แต่โครงการนี้เหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน จะขึ้นกี่เที่ยวก็ได้

สำหรับพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม หรือ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ผ่านสภาแล้วตั้งแต่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงคิดว่าน่าจะผลักดันใหใช้ได้ภายใน 4 เดือนของรัฐบาลนี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทั้งราง กล่าวว่า ค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวัน จะขึ้นกี่เที่ยวก็จ่าย 40 บาท แม้จะออกจากระบบแล้วแต่หากวันนั้นต้องใช้บริการรถไฟฟ้าอีกก็สามารถใช้ได้ แต่มาตรการนี้ต้องใช้ผ่านบัตร EMV เท่านั้น ส่วนบัตรที่ใช้ตามตู้แบบเที่ยวเดียวไม่สามารถทำได้

ในส่วนของงบประมาณที่ต้องนำไปอุดหนุนในโครงการจะใช้น้อยลงจากเดิม เพราะเราจะให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่มที่จำเป็น ซึ่งมาตรการนี้ทำเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเยอะตลอดวัน เป็นคนหาเช้ากินค่ำคือประชาชนที่ไปทำงานก็จะช่วยลดค่าครองชีพเรื่องการเดินทางได้เยอะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...