โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

1 เดือนหลังปะทะ ‘ไทย-กัมพูชา’ 7 จังหวัด ยังตึงเครียด-กำลังซื้อหด-ลงทุนชะงัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 05.04 น.

สถานการณ์ 1 เดือนหลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดอีสานใต้-ภาคตะวันออกยังตึงเครียด หลังภาคธุรกิจ-ประชาชนกังวลหวั่นเกิดการปะทะอีกครั้ง ส่งผลกำลังซื้อหดตัวขนาดหนัก การลงทุนชะงัก ผู้ประกอบการค้าขาย ส่งออก ท่องเที่ยว รายได้ลดฮวบ ภาคธุรกิจต่างประคองตัว ลดต้นทุน เริ่มปลดพนักงาน ขณะที่ตลาดโรงเกลือแทบร้าง หลังชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ พร้อมรอความหวังมาตรการเยียวยาจากรัฐบาลชุดใหม่

เศรษฐกิจอีสานซบถึงปลายปี

นายสมชาติ พงคพนาไกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า เศรษฐกิจการค้าภาคอีสานในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด “ยังชะลอตัวต่อเนื่อง กำลังซื้อของประชาชนยังหดตัว” ด้านการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว กลุ่มธุรกิจโรงแรมก็ยังเงียบ กลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยยกเลิกการจองห้องพักไปช่วงเกิดเหตุปะทะก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมาอีก

ดังนั้น คาดว่าเศรษฐกิจอีสานจะยังคงซบเซาไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2568 ผู้ประกอบการช่วงนี้ก็ต้องประคองธุรกิจกันไป โดยการลดต้นทุน งดการขยายกิจการ งดการลงทุนใหม่ ๆ และการควบคุมจำนวนแรงงาน ไม่จ้างงานเพิ่ม

“ส่วนข้อเสนอมาตรการเยียวยาที่เสนอไปยังรัฐบาล 4 ข้อ (ภาษี/ค่าธรรมเนียม-เงินกู้เสริมสภาพคล่อง-กระตุ้นเศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว-แรงงาน/การจ้างงาน) ขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับใด ๆ ส่งผลให้ภาคเอกชนต้อง “ช่วยเหลือกันเอง” โดยหอการค้าแต่ละภาคจะใช้เครือข่ายของผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP)-บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ลักษณะให้เอกชนต่อเอกชนช่วยเหลือกันเอง ด้วยการให้มาจัดกิจกรรม สัมมนา และศึกษาดูงานในพื้นที่ 7 จังหวัด เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว “จริง ๆ เราขอให้ภาครัฐลดหย่อนภาษี 2 เท่า สำหรับผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ 7 จังหวัด ตอนนี้คงไม่สามารถหวังพึ่งรัฐบาลได้แล้ว”

ตลาดช่องจอม

นางสาวพูลทรัพย์ เทพนคร ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวว่า สถานการณ์ภายในจังหวัดยังคงตึงเครียด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ เพราะยังไม่มีสัญญาณการลงทุนใหม่ ขณะที่กำลังซื้อคนในจังหวัดยังทรงตัว

โดยเฉพาะ 3 อำเภอชายแดนยังซบเซากว่า 50% “เราคงรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน และขอให้เยียวยาในเรื่องของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ อย่างกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ตอนนี้หันมาลดอัตราการจ้างงานลง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาซ้ำเติม ถือว่าเป็นโชคร้ายหลายชั้น

ด้าน นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวลงกว่า 30% ผู้ประกอบการต่างพยายามลดต้นทุน ไม่มีการลงทุนเพิ่ม ส่วนมาตรการเยียวยาที่เคยเสนอภาครัฐไปยัง “ไร้การตอบรับ”

ส่วนผู้ประกอบการโรงแรมจะร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาล “ยกเลิก” คำสั่งการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท ส่วนการที่จังหวัดตั้งเป้าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดศรีสะเกษ (GPP) ในปี 2568 ไว้ประมาณ 80,000 ล้านบาทนั้น “คงจะไม่ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้”

นายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนยังไม่มีความแน่นอน และเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้ประชาชนในจังหวัด แม้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยสำหรับชีวิตประจำวันเป็นปกติ แต่ใช้สอยในส่วนฟุ่มเฟือยลดลงกว่า 30% โดยกำลังซื้อที่ลดลงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนในจังหวัดชะลอตัว นักธุรกิจไม่กล้าลงทุน ทำให้ภาคธุรกิจต่างอยู่ในภาวะการประคองตัวให้รอดกันไป ไม่จ้างงานเพิ่ม มาตรการช่วยเหลือที่ยื่นไปยังรัฐบาลก็ยังไม่มีความชัดเจนออกมา

ตลาดช่องจอม

จันทบุรีขอเยียวยาใหม่ 6 ข้อ

นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดกล่าวว่า การปิดชายแดน ด่านจุดผ่านแดนถาวร บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีผลกระทบทั้งผู้ประกอบการธุรกิจส่งออก ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่างรายได้หดหายไป บางธุรกิจที่ค้าขายเฉพาะกับกัมพูชามีรายได้เป็นศูนย์ จนต้องทยอยปลดคนงานออก

“ยกตัวอย่างผู้ประกอบการรายหนึ่งที่นำเข้าสินค้าจำพวกอาหารทะเลประมาณ 10 ล้านบาท ตอนนี้รายได้เป็นศูนย์ รายได้มีเฉพาะช่วงครึ่งปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย.) เท่านั้น จะหายไปกว่า 50% และทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด เช่น ห้องเย็น คนผลิตน้ำแข็ง ต้องทยอยปลดคนงานออก คาดว่าหากสถานการณ์อีก 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น ธุรกิจนี้ต้องถูกฟรีซ ประชาชนในเขตพื้นที่ อ.คลองใหญ่ รายได้ลดลงมากกว่า 80% และถ้าเกี่ยวกับการค้าชายแดนปัจจุบันแทบไม่มีรายได้เลย” นายสุทธิลักษณ์กล่าว

ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ตั้งแต่มีการประกาศกฎอัยการศึก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ขอเลื่อน ยกเลิกการจอง และขอขยายเวลา จากที่จองไว้เดือน พ.ย.-ธ.ค. ปกติเดือนกันยายนนักท่องเที่ยวปกติจะเริ่มจองมา แต่ตอนนี้บุ๊กกิ้งหายไปหมด ประกอบกับระบบการประกันจากต่างประเทศไม่คุ้มครองในเขตพื้นที่อัยการศึก การส่งออก ก็เพราะด่านปิด มีรายงานข่าวจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราดเข้ามาว่า ปกติเดือน ก.ค.-ก.ย. จะมีลูกค้ากรุ๊ปสัมมนา

แต่ปีนี้หลังมีปัญหาชายแดนลูกค้าลดลงไปประมาณ 60% และคาดว่าสถานการณ์ใน 7 จังหวัดชายแดนจะเป็นลักษณะเดียวกัน จึงขอเสนอให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว มีวงเงินงบประมาณลงมาช่วยสนับสนุนคล้าย ๆ โครงการคนละครึ่ง ภาครัฐสนับสนุนจ่าย 60% นักท่องเที่ยวจ่ายเอง 40% เพื่อการช่วยเหลือระยะสั้น

ขณะที่ นายอภิศร ถาวรวิริยะนันท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และนายภูมิพัฒน์ ตั้งเจริญศิริ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี ร่วมกันกล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลออกกฎอัยการศึกในพื้นที่ 7 จังหวัด นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลและไม่มั่นใจในความปลอดภัยต่อการเดินทางมาท่องเที่ยว จ.จันทบุรี มีการยกเลิกการจองที่พัก การจัดกิจกรรม งานประชุม

เกิดความเสียหายต่อห้องพักอย่างน้อย 80,000-125,000 ห้อง สูญเสียนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอย่างน้อย 165,000-250,000 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 700-1,600 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี-สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี ได้ยื่นเสนอมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา 7 จังหวัดชายแดน กรณีผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี

ตลาดช่องจอม

ดังนี้ 1) ต้องการให้ออกนโยบายช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน 2) ต้องการให้ออกนโยบายด้านการเงิน เช่น การพักชำระหนี้ หรือลดดอกเบี้ยธนาคาร ทั้งในช่วงที่ยังมีความขัดแย้งกันและช่วยฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ปะทะ 3) ต้องการงบประมาณจัดงาน Big Event ในจังหวัดจันทบุรี เพื่อช่วยกระตุ้นให้มีการเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัด

4) ต้องการงบประมาณจ้าง Influencer 2-3 ราย ที่มีผู้ติดตามไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนมาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวตามมาเที่ยวในจังหวัดเพิ่มขึ้น 5) ต้องการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีการปรับโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เฉพาะ 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โดยให้รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายจาก 70% และนักท่องเที่ยวจ่ายเพียง 30% โดยให้มีระยะเวลาใช้สิทธิถึงปลายปี 2568

และ 6) ต้องการให้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้ง 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจัดงาน Road Show ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การประชาสัมพันธ์โรงแรม ร้านค้า และสินค้าในจังหวัด

ตลาดโรงเกลือเหลือผู้ค้า 30% ดิ้นหันทำตลาดออนไลน์

นายเทอดศักดิ์ วงษ์โพธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงปัญหาคนกัมพูชารุกล้ำอาณาเขตประเทศไทยบริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยไม่ยอมย้ายออก และมีท่าทีบานปลายและไม่จบลงง่าย ๆ ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในจังหวัด

โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจค้าขายบริเวณชายแดนตลอดแนว เพราะตั้งแต่ปิดด่านมาประมาณเกือบ 3 เดือน “ไม่มีรายได้เลย” แต่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินของกรมธนารักษ์และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

“ที่ชายแดนอรัญประเทศปกติมีตัวเลขนำเข้า-ส่งออกสินค้าเฉลี่ยประมาณ 100,000 ล้านบาท อย่างตรงตลาดโรงเกลือปกติจะมีชาวกัมพูชามาเช่าห้องเพื่อการค้าขายถึง 5,000 ห้อง ตอนนี้กลับประเทศกัมพูชาไปเป็นจำนวนมาก ที่เหลือเช่าอยู่ประมาณ 30% ก็ค้าขายทางออนไลน์ ตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างอึมครึม ชาวบ้านก็อึดอัด ตอนนี้รอดูรัฐบาลชุดใหม่ในการไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ผลกระทบเกิดขึ้นตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทุกจังหวัด และกระทบทั้งคนไทยและคนกัมพูชาที่ไม่สามารถทำมาค้าขายกันได้ พืชผลทางการเกษตร ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลังไม่สามารถขนส่งข้ามมาได้ก็บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย” นายเทอดศักดิ์กล่าว

ขณะที่ นายบดี เทียนทอง ผู้บริหาร บริษัท โกลเด้น เกท จำกัด อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้วกล่าวว่า สถานการณ์กำลังซื้อใน อ.อรัญประเทศ ตอนนี้ “เงียบมาก” และกำลังดิ่งลงเรื่อย ๆ ผู้ประกอบการธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจนต้องดิ้นรนไปหารายได้จากทางอื่น

สำหรับทางบริษัททำธุรกิจให้เช่าอาคารค้าขายบริเวณตลาดโรงเกลือประมาณ 1,000 ยูนิต ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นคนกัมพูชาได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว อาคารถูกปิด ทำให้สูญเสียรายได้ไปพอสมควร สถานการณ์ตลาดโรงเกลือเงียบสนิท แต่ยังดีว่าบริษัทมีรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ มาทดแทน โดยเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 1 เดือนหลังปะทะ ‘ไทย-กัมพูชา’ 7 จังหวัด ยังตึงเครียด-กำลังซื้อหด-ลงทุนชะงัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...