โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MIND: “ฉันได้กลิ่นความกลัวของแก” ไม่ใช่แค่ประโยคสุดเบียวในหนัง แต่รู้ไหมว่า…มนุษย์รับรู้ ‘กลิ่นความรู้สึก’ ได้จริง!

BrandThink

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 10.00 น.

ถ้าใครเคยได้ยินบทสนทนาในหนังที่ตัวละครหรี่ตาพร้อมพูดว่า “ฉันได้กลิ่นความกลัวของแก” หลายคนอาจหัวเราะ มองว่าเป็นประโยคเท่ๆ หรือไม่ก็ออกจะเบียวหน่อยๆ แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่แค่คำพูดสร้างอารมณ์ในจอภาพยนตร์ เพราะมนุษย์เราสามารถ ‘ได้กลิ่นความรู้สึก’ ของกันและกันได้จริง

นี่คือเรื่องราวของ ‘คริสซี เคลลี’ (Chrissi Kelly) นักโบราณคดีชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ เธอเคยรู้ซึ้งถึงความสำคัญของกลิ่นในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิด หลังติดเชื้อไวรัสบางอย่างที่ส่งผลต่อประสาทรับกลิ่น เธอบอกว่ามันเหมือนตัวเองค่อยๆ ลอยออกจากโลก เหมือนไม่มีเชือกผูกโยงกับอะไรอีกต่อไป

เพราะสำหรับเธอกลิ่นคือสะพานที่เชื่อมเรากับธรรมชาติ กับคนที่เรารัก และกับความเป็น ‘เรา’ ช่วงเวลาที่ไม่ได้กลิ่นนั้นเธอคิดถึงการกอดคนที่รักแล้วได้สูดดมกลิ่นเฉพาะตัวของเขา “การอยู่โดยไม่มีประสาทรับรู้กลิ่น มันทำให้ฉันสับสนเหลือเกิน” เพราะความสุขจากสัมผัสเหล่านั้นหายไป เหลือเพียงความสับสนที่ไร้ทิศทาง จนเธอตัดสินใจก่อตั้ง ‘AbScent’ องค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่หลงทางในโลกไร้กลิ่น

ระหว่างนั้นเองที่วิทยาศาสตร์เริ่มยืนยันสิ่งที่เธอเชื่อว่า ‘กลิ่นไม่ใช่แค่กลิ่น’ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์มนุษย์ โดยการศึกษาจากยุโรปในปี 2023 พบว่า เราสามารถรับรู้ได้แม้กระทั่งกลิ่นแห่งความกลัวหรือความวิตกกังวลของผู้อื่น และเมื่อกลิ่นนั้นแตะจมูก มันก็เปลี่ยนสภาพอารมณ์เราได้ทันที งานวิจัยจากจีนยังบอกอีกว่าคนที่รับรู้กลิ่นได้ดีกว่ามักมีเพื่อนมากกว่า เหมือนจมูกกำลังช่วยวาดแผนที่ของความสัมพันธ์โดยที่เราไม่รู้ตัว

ถึงแม้ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) จะเคยพูดว่าความสามารถในการรับกลิ่นมีประโยชน์น้อยมากก็ตาม แต่งานวิจัยกลับบอกไปอีกทาง เบตตินา พอส (Bettina Pause) นักจิตวิทยาชีววิทยาจาก Heinrich Heine University Düsseldorf อธิบายว่า การรับกลิ่นทางสังคมมักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งเดียวที่เรารู้สึกได้อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกภายในร่างกาย แต่ในความเป็นจริง มนุษย์สามารถจดจำกลิ่นกายของกันและกันได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องตั้งใจจำ แม่มือใหม่ส่วนใหญ่จำกลิ่นลูกได้ในเวลาเพียง 10 นาที และทารกก็จดจำกลิ่นของแม่ได้เช่นกัน

ในปี 2022 นักวิจัยจาก Weizmann Institute of Science ทำการทดลองโดยให้ทั้งมนุษย์และ ‘จมูกอิเล็กทรอนิกส์’ ทำนายว่าคู่ไหนจะถูกชะตากันและกันจากกลิ่นกาย ผลลัพธ์ชัดเจนว่าผู้ที่มีกลิ่นกายคล้ายกันมักจะคุยกันอย่างราบรื่นและรู้สึกสนิทใจทันที สอดคล้องกับงานวิจัยเก่าที่กล่าวว่าเรามักเลือกเพื่อนที่มีพันธุกรรมบางส่วนเหมือนกับเราโดยไม่รู้ตัว

แต่กลิ่นไม่ได้บอกเล่าได้แค่อารมณ์ด้านบวก กลิ่นของความกดดัน ความกลัว หรือความวิตกกังวลก็ส่งสารได้เช่นกัน การศึกษาในปี 2020 พบว่า สมองของผู้หญิงตอบสนองแรงขึ้นเมื่อได้กลิ่นเหงื่อของผู้ชายที่เพิ่งผ่านการแข่งขันดุเดือด และเมื่อเจอกลิ่นที่สื่อถึงความวิตกกังวล พวกเธอมักจะระวังตัวมากขึ้น และไว้ใจน้อยลง ราวกับร่างกายกำลังรับรู้เสียงขอความช่วยเหลือที่มองไม่เห็น

ทั้งหมดนี้บอกเราว่า จมูกที่ไวต่อกลิ่นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด และคนที่จำแนกกลิ่นได้ดีกว่ามักเหงาน้อยกว่า มีเครือข่ายเพื่อนกว้างกว่า พบเจอกันบ่อยกว่า จนการสแกนสมองพบว่าพื้นที่ที่ประมวลผลกลิ่นอาจเชื่อมโยงกับขนาดวงสังคมของมนุษย์เราโดยตรงอีกด้วย

แม้วันนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่ากลิ่นกายเดินทางเข้าสู่จมูกแล้วกลายเป็นพฤติกรรมได้อย่างไร โยฮัน ลุนด์สตรอม (Johan Lundström) นักประสาทวิทยาจาก Karolinska Institute กล่าวว่า นี่เป็นปัญหาหลายมิติที่เพิ่งเริ่มศึกษาเท่านั้น เรารู้เพียงว่ามีบางโมเลกุลอย่าง เฮกซานัล (hexanal) ที่ให้กลิ่นของหญ้าเพิ่งตัดใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะเพิ่มความไว้วางใจระหว่างกัน แต่ โมนีก สมีตส์ (Monique Smeets) นักจิตวิทยาสังคมจาก Utrecht University ก็ย้ำว่า เรายังไม่มีคำตอบชัดว่าคนที่มีกลิ่นนี้มากกว่าจะถูกมองว่าน่าเชื่อถือมากกว่าหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลัง COVID-19 โลกก็หันมามองประสาทรับกลิ่นมากขึ้น แม้ Omicron จะทำลายการรับรู้กลิ่นน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนๆ แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูญเสียการรับรู้กลิ่นไปบางส่วน

พวกเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังขาดการสื่อสารแบบที่ซื่อสัตย์ที่สุด เพราะกลิ่นไม่เหมือนคำพูดหรือสีหน้า แต่มันเป็นความจริงที่เราปลอมแปลงไม่ได้

“ฉันอาจหัวเราะทั้งที่เศร้าหรือโกรธ แต่ฉันไม่อาจเปลี่ยนสารเคมีที่ร่างกายส่งออกมาได้ เพราะมันคือข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่คุณไว้ใจได้” พอสกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...