โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปัตตานี – รุ่นพี่ข่มขืนประตูหลังรุ่นน้องออทิสติกวัย 13 ปี 9 ครั้งในโรงเรียน เรื่องแดงแม่ร้องพาแจ้งความ

77kaoded

อัพเดต 19 ส.ค. 2568 เวลา 17.55 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2568 เวลา 07.57 น. • 77Kaoded

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่19 สค. 2568 น.ส.ณภัชกมล สังข์แก้ว อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่ง จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยมารดาของผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี หลังได้รับการร้องเรียนว่า เด็กชายวัย13 ปีนักเรียนชั้น ม. 1 ซึ่งมีภาวะออทิสติก ถูกเพื่อนนักเรียนรุ่นพี่ ด.ช.เอล(นามสมมุติ)อายุ 15 ปี ก่อเหตุกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางก้นหลายครั้งติดต่อกัน โดยเหตุเกิดภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.ปัตตานี

จากการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงพักกลางวัน โดยผู้เสียหายมักนั่งรับประทานอาหารภายในห้องเรียนเพียงลำพัง เนื่องจากมารดาเตรียมข้าวกล่องมาให้เป็นประจำ และด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้เด็กไม่ได้ลงไปรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อน ๆ ที่โรงอาหาร ซึ่งอาจเป็นช่องว่างที่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุฉวยโอกาสลงมือ

โดยในวันเกิดเหตุ รุ่นพี่ผู้ก่อเหตุได้เข้ามาเรียกผู้เสียหายให้ออกจากห้องเรียน และพาขึ้นไปยังห้องน้ำชายชั้น3 ของโรงเรียน ก่อนจะใช้กำลังผลักจนชนกำแพง จากนั้นถลกกางเกงน้องลงแล้วบังคับอมอวัยวะเพศและได้จับน้องผู้เสียหายเอามือไพล่หลัง แล้วข่มขืนกระทำชำเราทางก้น ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดแผลจิตใจอย่างรุนแรง

ภายหลังเกิดเหตุ เด็กผู้เสียหายทนไม่ไหวเนื่องจากถูกกระทำหลายครั้งจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้มารดาทราบโดยมารดาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า9 ครั้ง ส่งผลให้ลูกชายมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเด็กหวาดกลัว เก็บตัว มีอาการฝันร้าย และสะดุ้งตื่นกลางดึกเป็นประจำ

ล่าสุด โรงเรียนต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้นักเรียนผู้ก่อเหตุพ้นสภาพนักเรียนแล้ว ทว่าทางครอบครัวผู้เสียหายยังคงกังวลใจ เนื่องจากจนถึงขณะนี้ไม่ได้รับการดูแล เยียวยา หรือการประสานงานจากทางโรงเรียนหรือหน่วยงานการศึกษาใด ๆ

ขณะที่ พ.ต.อ.เจฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายวัย13 ปี รวมทั้งพยานแวดล้อม และได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบปากคำผู้ต้องหาวัย15 ปี หากพบว่ามีความผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าจะให้ความคุ้มครองผู้เสียหายและพยานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

แม่ผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า ลูกได้มาฟ้องตนว่ามีเพื่อน ม.3 ชวนน้องไปห้องน้ำและล่วงละเมิดทางก้นน้อง ตนตกใจมากเมื่อได้ยิน ตนจึงได้โทรสอบถามครูว่าเป็นเรื่องจริงไหม ปรากฏว่าครูบอกว่าเป็นเรื่องจริง ส่วนเด็กที่ก่อเหตุนั้นทางโรงเรียนได้ไล่ออกไปแล้วครูบอกว่าครูขอโทษที่ดูแลเด็กไม่ทั่วถึงเพราะช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงพักเที่ยง

ที่แรกตนก็ไม่คิดว่าร้ายแรงแต่พอฟังลูกเล่ามาทั้งหมดตกใจมาก ตนก็บอกกับลูกว่า ทำไม่ลูกไม่บอกแม่ ลูกบอกว่าลูกไม่กล้า กลัวว่าเขาทำร้ายน้อง เพราะเขาเตือนก่อนแล้วถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกบอกพ่อแม่และครูจะไม่ไว้แน่ ลูกตนโดนกระทำทั้งหมด 9 ครั้ง โดนบังคับให้ถอดกางเกง จับมือน้องและสอดใส่ทางก้นน้อง และอมอวัยวะเพศ ซึ่งน้องก็ทำ

ตอนนี้ตนไม่ค่อยพอใจเพราะทางโรงเรียนและครอบครัวผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มาดูแลอะไรเลย ไม่รู้ถึงสภาพจิตใจน้องเลย แม่สงสารลูกมากตอนนี้

น.ส.ณภัชกมล สังข์แก้ว อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้แม่น้องผู้เสียได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันและพาน้องไปตรวจร่างกายแล้ว โดยทางมูลนิธิได้รับเรื่องนี้ เพราะถ้าเป็นคดีของพื้นที่บ้านเราก็เป็นห่วงว่าคดีจะไม่คืบหน้า และวันนี้จากการได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวนและคดีก็กำลังดำเนินการตามขั้นตอนอยู่ โดยวันนี้ตนได้ลงพื้นที่มากับ พมจ.,บ้านพักเด็กและครอบครัว,และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานีเพื่อมาดูเรื่องสิทธิตามกฎหมายของน้องที่ต้องได้รับ

ทีแรกทางครอบครัวก็กังวลว่าคดีจะไม่คืบหน้า ซึ่งท่านผู้กำกับ สภ.เมืองปัตตานีได้เล็งเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้มากท่านจึงรับปากว่าคดีจะดำเนินไปอย่างปกติ

ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่เห็นผู้บริหาร หรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้แต่อย่างใด เมื่อเช้าโทรประสานไปแล้วแต่ได้รับการปฎิเสธ ก็อยากเรียกร้ององค์การการศึกษาในพื้นที่ ช่วยเล่งเห็นถึงปัญหา สิทธิและผลประโยชน์ของเด็กหน่อย เข้ามาดูแลตามสมควรที่จะต้องดูแล..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...