“อินเดีย” เล็งลดภาษีรถเล็ก–เบี้ยประกันครั้งใหญ่ ดันหุ้นพุ่งแรง รับแผนปฏิรูปภาษี GST
รัฐบาลอินเดีย เตรียมปฏิรูประบบภาษีสินค้าและบริการ (GST) ครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ปี 2560 เสนอปรับลดภาษีรถยนต์เล็กเหลือ 18% และเบี้ยประกันสุขภาพ–ชีวิตอาจลดเหลือ 5% หรือ 0% หนุนกำลังซื้อประชาชน–กระตุ้นบริโภค
วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 13.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เตรียมเดินหน้าปฏิรูประบบภาษีสินค้าและบริการ (GST) ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 โดยมีแผนลดภาษีรถยนต์ขนาดเล็กและเบี้ยประกันสุขภาพ–ประกันชีวิต เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนและกระตุ้นการบริโภค ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมหากได้รับอนุมัติจากสภาภาษี GST
แหล่งข่าวในรัฐบาลเปิดเผยว่า ภาษี GST ของรถยนต์เบนซินและดีเซลขนาดเล็ก ต่ำกว่า 1,200cc สำหรับเบนซิน และ 1,500cc สำหรับดีเซล ความยาวไม่เกิน 4 เมตร จะลดลงเหลือ 18% จากปัจจุบัน 28% ขณะที่ภาษี GST ของเบี้ยประกันสุขภาพและประกันชีวิตอาจถูกปรับลดเหลือเพียง 5% หรือแม้แต่ 0% จากระดับปัจจุบันที่ 18%
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นอินเดียพุ่งแรงในวันจันทร์ โดยดัชนี Nifty เพิ่มขึ้น 1.3% มุ่งสู่วันที่ดีที่สุดในรอบ 3 เดือน หุ้นกลุ่มยานยนต์และประกันปรับขึ้นพร้อมหน้า โดย Maruti Suzuki คาดว่าจะได้อานิสงส์สูงสุด เนื่องจากครองสัดส่วนตลาดรถเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายบริษัท แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจากกว่า 50% เหลือราว 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หุ้นค่ายอื่นอย่าง Hyundai, Tata Motors, Mahindra & Mahindra และ Hero MotoCorp ก็พุ่งขึ้น 2–8% ขณะที่หุ้นกลุ่มประกันอย่าง ICICI Prudential, SBI Life และ LIC ปรับขึ้น 2–4%
แผนใหม่เสนอให้เหลือโครงสร้างภาษีเพียง 2 ระดับ คือ 5% และ 18% โดยยกเลิกอัตราสูงสุด 28% แต่กำหนดภาษีพิเศษ 40% สำหรับสินค้าบาป เช่น บุหรี่ สุรา และสินค้าฟุ่มเฟือย รวม 5–7 ประเภท ส่วนรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันเสียภาษีรวมสูงถึงราว 50% อาจอยู่ในกลุ่มอัตรา 40% แต่รัฐบาลยังพิจารณาเพิ่มภาษีเสริมบางส่วนเพื่อรักษาภาระภาษีรวมให้อยู่ในช่วง 43–50% เช่นเดิม
แม้มาตรการนี้จะทำให้รายได้รัฐบาลหดตัว แต่ได้รับเสียงชื่นชมจากภาคธุรกิจและนักวิเคราะห์การเมืองที่มองว่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์โมดีในการต่อสู้สงครามการค้ากับสหรัฐ และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงสินค้าจำเป็นและสินค้าที่ผู้บริโภคใฝ่ฝัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการ GST Council ที่มีรัฐมนตรีคลังเป็นประธานและผู้แทนจากทุกรัฐ จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติแผนดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการประชุมภายในเดือนตุลาคม
อ้างอิง : reuters.com