โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 โบรกฯ ส่องหุ้น TU ประเมินราคาเป้าหมาย-คำแนะนำ

ทันหุ้น

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2568 เวลา 02.30 น.

#TU #ทันหุ้น-โบรกเกอร์ 7 แห่งได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU โดยคาดการณ์ผลดำเนินงานไตรมาส 3/68 ซึ่งจะอยู่ประมาณ 1.2 พันล้านบาท ลดลง YoY และ QoQ ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐ หรือ US Tariff อย่างไรก็ตามประเมินยอดขายยังมีการเติบโต ขณะเดียวกันได้ประเมินราคาเป้าหมายและคำแนะนำการลงทุน โดยมี”ทิสโก้”ให้ราคาสูงสุด 15.30 บาท แนะนำซื้อ ขณะที่”กรุงศรี” ให้ต่ำสุดที่ 11.80 บาท แนะนำถือ

บล.ทิสโก้ คาดว่า TU ในไตรมาส 3/68 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,202 ล้านบาท ลดลง 14% YoY และลดลง 6% QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Ambient ขณะที่คาดว่ายอดขายรวมเติบโตทั้ง QoQ และ YoY โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของปริมาณและการปรับขึ้นของยอดขาย Ambient ส่วน Pet Care คาดว่าจะเติบโตจากสัดส่วนสินค้าพรีเมียมกลับมาอยู่ในระดับปกติ 47–50% ขณะที่ Frozen คาดว่าจะเติบโตหลักเดียว และประมาณการกำไรทั้งปี 2568 จะลดลง 12% YoY จากความต้องการที่อ่อนตัวและผลลบจากภาษีนำเข้า อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรปี 2569 จะกลับมาเติบโต 16% จากสถานการณ์ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น

โดยยังคงคำแนะนำซื้อ จากความชัดเจนของ US tariff ที่ประกาศอยู่ที่ 19% ต่ำกว่าที่เคยกังวลไว้ที่ 36% และคาดผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 โดยให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 15.30 บาท

บล.เอเซีย พลัส คาดว่าไตรมาส 3/68 TU จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.19 พันล้านบาท ลดลง 5.7% qoq และ 21.5% yoy จากมาร์จิ้นอ่อนตัว YoY และ QoQ เหตุจาก AMBIENT ยังไม่สามารถปรับราคาขายชดเชยผลกระทบ US Tariff ได้ทั้งหมด, การทำโปรโมชั่น, การเปลี่ยนแปลง Customer Mix และการเพิ่มของต้นทุนปลาทูน่า รวมถึงมาร์จิ้น PET CARE อ่อนตัวจากสัดส่วน Premium ลดลง, การเพิ่มขึ้นของต้นทุนปลาและค่าเสื่อมโรงงานใหม่ รวมถึงปีก่อนมีฐานมาร์จิ้นสูง

โดยคงประมาณการปี 2568 ตามเดิม เนื่องจากสมมติฐานยังสอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของบริษัท และให้น้ำหนักลงทุน Neutral ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 12.60 บาท แม้ใกล้เคียงราคาปัจุจบัน แต่ราคาเป้าหมายยังไม่ได้รวมผลกระทบกรณีหากมีการลดทุนของโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 (ปี 2567) รวม 200 ล้านหุ้น และครั้งที่ 4(ช่วง 1H68) จำนวน 400 ล้านหุ้น จะทำให้มูลค่าพื้นฐานขยับขึ้นมาเป็น 14.60 บาท รวมถึงคาดหมายเงินปันผลเฉลี่ยมากกว่า 6% ต่อปี

บล.ทรีนีตี้ คาดว่ากำไร TU งวดไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1,205 ล้านบาท ลดลง 5% QoQ และลดลง 14% YoY ขณะที่รายได้เติบโตได้ดี จากปัจจัยฤดูกาล และการทำการตลาด แต่อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง เนื่องจากผลกระทบของ US Tariff ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูผลกระทบของ US Tariff ว่าบริษัทจะสามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบทั้งหมดได้หรือไม่ และหากสามารถปรับขึ้นราคาขายได้จริงจะกระทบในแง่ของยอดขายหรือไม่ โดยมองว่าราคาหุ้น TU มี Upside ค่อนข้างจำกัดกับราคาเป้าหมายที่ให้ไว้ที่ 13.30 บาท จึงคงคำแนะนำเพียง ถือ

บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำถือในหุ้น TU ให้ราคาเป้าหมายที่ 11.80 บาท โดยคาดว่ากำไรปกติงวดไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1,130 ล้านบาท ลดลง 22% YoY และลดลง 6% QoQ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่คาดไว้ก่อนหน้า สาเหตุหลักจากคาดอัตรากำไรขั้นต้นหรือ GPM ที่อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 18.5% จากการปรับราจายเพิ่มขึ้นไม่ทันกับต้นทุนของ US Reciprocal Tariff ที่เพิ่มขึ้น แม้คาดรายได้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดกำไรปกติลดลง YoY,QoQ จากผลกระทบ US Reciprocal Tariff เต็มไตรมาสและอุปสงค์อาจลดลงจากกำลังซื้ออ่อนแอลง ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ที่ 3,865 ล้านบาท ลดลง 22% มองว่าเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายของ TU

บล.ดาโอ(ประเทศไทย) คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/68 ของ TU อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ ใกล้เคียงกรอบที่คาดประเมินเบื้องต้น และคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2568 อยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท ลดลง 13% YoY ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดว่ามีโอกาสกลับมาฟื้น YoY จากยอดขายโดยรวมดีขึ้น และ SG&A/Sale อ่อนตัวจากค่าใช้จ่าย transformation บางส่วนเริ่มลดลง คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 14.00 บาท เพราะคาดแนวโน้มกำไรปกติครึ่งปีหลังจะขยายตัว เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ขณะที่การยกเลิกข้อเสนอซื้อหุ้นของมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ไม่กระทบต่อทิศทางผลการดำเนินงาน

บล.พาย ได้ปรับคำแนะนำลงเป็น ถือในหุ้น TU ให้ราคาเป้าหมายที่ 13.70 บาท หลังจากราคาหุ้นมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่ประเมินไว้เพียง 8% มองว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/68 แม้จะเริ่มเห็นรายได้กลับมาโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตามในระยะยาวยังมองว่า TU ยังมีโอกาสเห็นการเติบโตได้ทั้งจากการปรับราคาที่จะมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/68 เป็นต้นไป รวมถึงความร่วมมือกับกลุ่ม Mitsubishi ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) แนะนำเก็งกำไรในหุ้น TU ให้ราคาเป้าหมายที่ 12.50 บาท โดยคาดว่ากำไรปกติงวดไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1.28 พันล้านบาท ลดลง 2% QoQ และลดลง 15.2% YoY อ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยกดดันจาก GPM ที่คาดชะลอลง จากผลกระทบจากภาษีการค้า ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดยังไม่เด่น และยังต้องติดตามผลกระทบของการปรับขึ้นราคาขายสินค้าต่อความต้องการของลูกค้าในสหรัฐ

ฝ่ายวิจัยหยวนต้า ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2569 ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโต YoY อีกครั้งในรอบ 5 ปี ที่ 5.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% YoY แต่มี Downside risk หากบริษัทได้รับผลกระทบจากภาษีมากกว่าคาด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...