โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 3 ต.ค. 68

AEC10NEWs

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 01.46 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.ลำปาง (53 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุบลราชธานี (30 มม.) ภาคกลาง : จ.สระบุรี (58 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ชลบุรี (76 มม.) ภาคตะวันตก : จ.จ.กาญจนบุรี (62 มม.) ภาคใต้ : จ.ยะลา (59 มม.)

สภาพอากาศวันนี้ : ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนมากบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง เนื่องจากมีลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อน

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 4 - 5 ต.ค. 68 ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อน ส่วนในช่วงวันที่ 6 - 8 ต.ค. 68 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

2. ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศ : ปริมาตรน้ำ 66,585 ล้าน ลบ.ม. (83%) น้ำใช้การ 42,464 ล้าน ลบ.ม. (73%) ปริมาณน้ำปัจจุบัน มากกว่าปี 2567 จำนวน 6,356 ล้าน ลบ.ม.

3.สถานการณ์น้ำ :

• สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 3 ต.ค. 68 เวลา 06.00 น.

- สถานี C.2 อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,770 ลบ.ม. ต่อวินาที ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.25 ม.

- เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำในอัตรา 2,400 ลบ.ม. ต่อวินาทีมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.36 ม.รทก และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.70 ม.รทก

• สถานการณ์แม่น้ำมูล วันที่ 3 ต.ค. 68 เวลา 06.00 น.

- สถานี M.7 อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี ปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,007 ลบ.ม. ต่อวินาที สูงกว่าระดับตลิ่ง 1.30 ม. แต่ยังต่ำกว่าตลิ่งชั่วคราว 0.30 ม.

4.ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ (2 ต.ค. 68) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคารจุฑามาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในระยะนี้ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกเป็นระยะในบางแห่ง แต่ปริมาณฝนจะลดลงจากห้วงที่ผ่านมา จึงใช้ช่วงเวลานี้ในการพร่องน้ำออกจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากปริมาณน้ำมีแนวโน้มใกล้เต็มความจุและเพื่อรักษาความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ป้องกันความเสี่ยงน้ำล้นที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเพิ่มเติม รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำจะส่งผลให้ฝนกลับมาตกเพิ่มขึ้นอีกครั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ แม้ปริมาณฝนมีแนวโน้มอยู่ในระดับประมาณ 60-100 มม. ซึ่งน้อยกว่าฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่จะต้องเตรียมพร้อมมีช่องว่างในเขื่อนให้เพียงพอสำหรับรองรับน้ำโดยไม่ประมาท หากมีฝนตกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์แบบขั้นบันได จาก 15 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพิ่มจนถึง 25 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ขณะเดียวกันเขื่อนภูมิพลที่แม้จะมีปริมาณน้ำมาก แต่ยังสามารถรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 2,000 ล้าน ลบ.ม. จึงให้ปรับลดการระบายน้ำจาก 10 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เหลือ 5 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน โดยต้องควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่งให้อยู่ในอัตรารวมกันไม่เกิน 30 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบต่อด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 2,400 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพเพื่อคงการระบายน้ำให้อยู่ในอัตราดังกล่าว พร้อมทั้งควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนให้ไม่เกิน +17.00 ม.รทก. ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็วต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 2 ต.ค. 68

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...