โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“คนละครึ่ง” คัมแบ็กหวังคุ้มค่ากว่า “แจกเงินหมื่น” เปิดโผหุ้นเด็ดรับรัฐบาลใหม่เสี่ยหนู

Thairath Money

อัพเดต 08 ก.ย 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2568 เวลา 04.36 น.
ภาพไฮไลต์

ประเด็นการเมืองเริ่มชัดเจนมากขึ้น หลังจากประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างเป็นทางการ นั่นคือ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมือง แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ในแวดวงเศรษฐกิจและการลงทุน

นักลงทุนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วนออกมาในรูปแบบใด ท่ามกลางกระแสข่าวที่หนาหูถึงการกลับมาของนโยบายเรือธงที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “คนละครึ่ง”

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง” ขึ้นมาอีกครั้ง ถูกมองว่าอาจเป็นทางเลือกที่ “คุ้มค่ากว่า” นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เคยเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง

ด้วยจุดเด่นด้านการใช้งบประมาณที่น้อยกว่า แต่สามารถกระจายเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกที่ประชาชนและร้านค้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี

คำถามสำคัญที่ตามมาคือ หากนโยบายนี้หวนคืนกลับมาจริง หุ้นกลุ่มไหนจะได้รับอานิสงส์และกลายเป็นดาวเด่นในตลาดทุนยุคใหม่นี้ ?

บรรดานักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ต่างออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจ สะท้อนความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อทิศทางตลาดทุนไทยหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่สำเร็จ โดยมองว่าความชัดเจนทางการเมืองจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศให้ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง

บทวิเคราะห์จาก บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า เราผ่านการเลือกนายกฯ มาแล้ว ตลาดจะเริ่มให้ความสนใจการการบริหารประเทศ มาตรการเศรษฐกิจ และการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมองว่าน่าจะออกมาเป็นบวกต่อตลาดหุ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ บล.ดาโอ แนะนำ ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้น รายชื่อหุ้นขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะได้แรงหนุนจากการกลับเข้ามาซื้อหุ้นของนักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างประเทศ

เมื่อเจาะลึกไปที่กระทรวงสำคัญซึ่งมีผลโดยตรงต่อตลาดทุน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่า กระทรวงการคลัง จะมีบทบาทสูงในการออกมาตรการเศรษฐกิจ คาดจะเน้นมาตรการระยะสั้น อาทิ “คนละครึ่ง” หรือลดหย่อนภาษี หุ้นได้ประโยชน์จะเป็นหุ้นห้างฯ และ ค้าปลีก ได้แก่ CRC, GLOBAL, HMPRO, COM7, MTC, KTB เป็นต้น

ขณะที่ ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการนำนโยบายคนละครึ่งกลับมาใช้ ซึ่งสรุปได้ 3 ประการสำคัญ ดังนี้

  • QUICK WIN กระตุ้นเศรษฐกิจทันใจ - อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศว่าจะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ภายใน 1 เดือนแรกของการทำงาน พร้อมใช้ โครงสร้างระบบเดิมอย่าง “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ที่พร้อมใช้งานทันที โดยไม่ต้องสร้างใหม่
  • ต้นทุนประหยัด แต่มีประสิทธิผล - นโยบายนี้ได้รับการยอมรับว่ามีความ “คุ้มค่ากว่า” โครงการแจกเงิน ดิจิทัล 10,000 บาท เพราะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก แต่สามารถกระจายเม็ดเงินไปยังร้านค้าราย ย่อยได้จริง โดยตัวเลขในอดีตบ่งชี้ว่าโครงการดังกล่าวตลอดการมีอยู่ตั้งแต่เฟส 1-5 ใช้วงเงินเฉลี่ยราว 2-3 หมื่นล้านบาทต่อรอบ เท่านั้น แต่สามารถกระตุ้น GDP ได้ราว 0.2%-0.4%
  • เข้าใจง่าย ประชาชนและผู้ค้าคุ้นเคย - ความสำเร็จในอดีตของโครงการนี้เกิดจากรูปแบบที่ประชาชน เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างรวดเร็ว

จากแนวโน้มดังกล่าว บล.เอเซีย พลัส ได้ให้ภาพรวมว่า หากอ้างอิงสถิติในอดีตที่บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้วางกลยุทธ์การลงทุนหุ้น รับกระแสโครงการคนละครึ่ง ได้แก่

  • ค้าปลีก-ค้าส่ง: CPAXT, CRC, DOHOME, BJC, CPALL
  • อาหาร: SAPPE, CBG, TKN, OSP, M
  • วัตถุดิบ: TVO, KSL, TU, CPF

การกลับมาของ “คนละครึ่ง” จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ที่น่าจับตา ซึ่งนักลงทุนที่สนใจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณา เพื่อคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คนละครึ่ง” คัมแบ็กหวังคุ้มค่ากว่า “แจกเงินหมื่น” เปิดโผหุ้นเด็ดรับรัฐบาลใหม่เสี่ยหนู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...