โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพจโคแฟค เช็กแล้ว! เตือนมหาอุทกภัย ภายใน 120 ชม. ไม่ใช่ข้อความจากกรมอุตุฯ

Thaiger

อัพเดต 22 กันยายน 2569 เวลา 21.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

เพจโคแฟค เช็กแล้ว! เตือนมหาอุทกภัย ภายใน 120 ชม. ไม่ใช่ข้อความจาก กรมอุตุนิยมวิทยา-ปภ. เป็นเนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก

เพจเฟซบุ๊ก Cofact โคแฟค โพสต์ข้อความกรณีที่มีเพจหนึ่งรายงานเกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศ โดยมีเนื้อหาว่า เตือนภัย “เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมง เกิดมหาอุทกภัยในภาคตะวันออก” กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตจาก “ฝนที่ถล่มอย่างบ้าคลั่ง” 24-27 ก.ย. 69″

เพจดังกล่าวระบุผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก และไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ข้อความในโพสต์ระบุว่า“เหลือเวลาอีก 120 ชั่วโมงนับจากนี้ มหาอุทกภัยในภาคตะวันออกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งภาค ในเวลาเดียวกันจะเกิดความสูญเสียทางทรัพย์สินมหาศาลในลุ่มน้ำนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด รวมถึงเขาใหญ่…สำหรับลุ่มน้ำปราจีนอาจมีสารพิษปนเปื้อนลอยมาด้วย” และ “กรุงเทพฯ และปริมณฑลเสี่ยงน้ำท่วมขังทุกเขตเพราะฝนถล่มอย่างบ้าคลั่งทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่คืนวันที่ 24-27 กันยายนนี้”

จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 เวลา 12.00 น. โคแฟคไม่พบเพจเฟซบุ๊ก ‘ที’ ลมฟ้าอากาศ’ แล้วจึงไม่สามารถเข้าถึงโพสต์ต้นทางได้ มีเพียงภาพหน้าจอของโพสต์และข้อความที่คัดลอกมาจากโพสต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางเท่านั้น

โคแฟคตรวจสอบ: วันที่ 22 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันกับโคแฟคว่าข้อความดังกล่าวไม่ใช่ข้อความเตือนภัยจากทั้งสองกรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามข้อมูลด้านสภาพอากาศและเตือนภัยพิบัติโดยตรง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กรมอุตุฯ ให้ข้อมูลว่าขณะนี้เป็นฤดูฝนจึงมีโอกาสเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปภ. ระบุว่าหากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ปภ. จะแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) ทั้งสองหน่วยงานย้ำว่าให้ประชาชนติดตามข้อมูลและการเตือนภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เท่านั้น

สำหรับข้อมูลพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยที่เป็นทางการจากกรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทาน ณ วันที่ 22 ก.ย. 2569 สรุปได้ดังนี้

กรมอุตุนิยมวิทยา

วันที่ 23-27 ก.ย. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม (ประกาศกรมอุตุฯ 22 ก.ย. 69 เวลา 05.00 น.) ติดตามข้อมูลจากกรมอุตุฯ ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมชลประทาน

แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าที่เพิ่มสูงขึ้นจากการคาดการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 69 ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำในอำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอวิเศษชัยชาญ, ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

แจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำ และให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ติดตามข้อมูลจาก ปภ. ที่เพจเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ Line @1784DDPM สายด่วนนิรภัย 1784

ข้อสังเกตโคแฟค

ช่วงฤดูฝน กรมอุตุฯ ปภ. และกรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับฝนตกหนัก-น้ำท่วมเป็นระยะ แต่มักถูกนำไปบิดเบือนหรือปั่นกระแสให้รุนแรงเกินจริงหรือสร้างความตื่นตระหนกเพื่อเพิ่มยอดปฏิสัมพันธ์ (engagement)

คำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศและภัยพิบัติเป็นการคาดการณ์/พยากรณ์ ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าจะเกิดเหตุหรือไม่ แต่การติดตามสถานการณ์และการเตือนภัยจากหน่วยงานของรัฐย่อมปลอดภัยและเป็นการคาดการณ์ที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่าเพราะมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้รองรับ

การเผยแพร่เนื้อหาเท็จหรือข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับภัยพิบัติมีผลกระทบมากกว่าที่หลายคนคิด เช่น ความเสียหายหรืออุบัติเหตุจากการขนย้ายทรัพย์สินหรืออพยพอย่างรีบเร่งด้วยความตื่นตระหนก

รวมถึงสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่เคยประสบเหตุภัยพิบัติมาแล้ว เช่น ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปี 2568 ระบุว่าเมื่อเห็นโพสต์จากเพจ ‘ที’ ลมฟ้าอากาศ’ แล้วรู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลมากเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย

การเตือนภัยเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์หากคำเตือนนั้นตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริง เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และต้องไม่มีเจตนาแอบแฝงสร้างความตื่นตระหนกเพื่อสร้างรายได้จากเนื้อหา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...