โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ.สวนกัมพูชา ยันไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดนใหม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 ตุลาคม 2569 เวลา 4.03 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทบ. ย้ำไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดน แต่ดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของไทย ชี้กัมพูชาต้องแยกข้อเท็จจริงระหว่างผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบกับประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานรุกล้ำเขตแดนไทย ยืนยันพร้อมแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี

27 ตุลาคม 2569 - จากกรณีที่นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ว่า กัมพูชาจะไม่ยอมรับการกำหนดเขตแดนด้วยกำลังทหาร พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยว่าดำเนินการฝ่ายเดียว ทั้งการวางรั้วลวดหนาม รวมถึงขัดขวางไม่ให้ประชาชนกัมพูชากลับเข้าที่พักอาศัย และระบุว่าจะใช้ช่องทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหานั้น

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่า ประการแรก ประเทศไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารเพื่อกำหนดเขตแดนใหม่ การปฏิบัติของทหารไทยเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในเขตอธิปไตยของไทย มิใช่การใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนตามที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามกล่าวอ้าง

ประการที่สอง กรณีกัมพูชากล่าวอ้างว่ามีประชาชนกว่า 20,000 คน ไม่สามารถกลับถิ่นฐานได้นั้น จากการตรวจสอบของฝ่ายไทย พบประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หนองจาน หนองหญ้าแก้ว และคลองแผง ประมาณ 4,600 คนเศษ ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างมาก ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และมีปัญหาการตั้งถิ่นฐานรุกล้ำของประชาชนกัมพูชามานานกว่า 40 ปี จึงต้องแยกแยะปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ออกจากกรณีผู้พลัดถิ่น ไม่ควรนำมาปะปนจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาตามหลักมนุษยธรรมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง

ประการที่สาม การติดตั้งรั้วลวดหนามและสิ่งกีดขวางในพื้นที่เป็นมาตรการเชิงป้องกันด้านความมั่นคงและความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า หรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อประชาชนและกำลังพล มิใช่การกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศขึ้นใหม่

โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามข้อตกลงร่วมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ช่องทางการทูตเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสนับสนุนมาโดยตลอด แต่การดำเนินการทางการทูตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มิใช่การกล่าวหาประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยละเลยข้อเท็จจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...