โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทนายเชาว์’ บี้ ‘มท.หนู-ผู้ว่าฯปทุม’ สั่งสอบ ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 ตุลาคม 2569 เวลา 20.22 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

30 ต.ค. 2569 - นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “นักบุญทุนชาวบ้าน” ถึงเวลา มท.1 และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ต้องงัดกฎหมายจัดการ

กรณีอื้อฉาวของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ที่มีข้อกังขาเรื่องการใช้จ่ายเงินบริจาคของประชาชนผิดวัตถุประสงค์มากถึงเกือบห้าสิบล้านบาท ไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงแค่การให้ คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ยุติบทบาทประธานมูลนิธิชั่วคราวแล้วให้รองประธานมารับช่วงต่อ การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการจัดการภายในที่ไม่สามารถลบล้างความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อสาธารณชนได้

สิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามดัง ๆ ไปถึง "มท.1" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิประจำท้องที่ คือ พวกท่านกำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอยู่หรือไม่?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) หมวดมูลนิธิ ได้มอบดาบอาญาสิทธิ์ให้นายทะเบียนไว้จัดการกับมูลนิธิที่ออกนอกลู่นอกทางอย่างชัดเจน โดยกำหนดไว้ใน มาตรา 128 ว่า "ให้นายทะเบียนมีอำนาจตรวจตราควบคุมการดำเนินกิจการของมูลนิธิให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ"

ซึ่งนายทะเบียนมูลนิธิองค์กรทำดี คือผู้ว่าฯ ปทุมธานี มีอำนาจสั่งให้กรรมการมูลนิธิชี้แจง แสดงสมุดบัญชี หรือเข้ามาตรวจสอบกิจการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้กระแสโซเชียลสืบสวนจนจบก่อนถึงจะขยับตัว

รวมทั้ง มาตรา 129 ระบุด้วยว่า หากพบว่ากรรมการมูลนิธิบริหารงานผิดพลาด เสื่อมเสีย หรือดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ กฎหมายให้อำนาจนายทะเบียนในการ "ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการผู้นั้นได้" ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนตัวประธานมูลนิธิจึงต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐ ไม่ใช่ให้สลับเก้าอี้กันเองเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังมีมาตรา 131 (3) ระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าการดำเนินกิจการของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย นายทะเบียนมีอำนาจและหน้าที่ต้อง "ร้องขอต่อศาลให้สั่งเลิกมูลนิธิ" เพื่ออายัดและชำระบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด

“ท่านมท.1 และท่านผู้ว่าฯ ปทุมธานี ต้องตระหนักว่า เงินบริจาคหลายสิบล้านคือศรัทธาของประชาชนที่กฎหมายต้องคุ้มครอง การนิ่งเฉยไม่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลุยตรวจบัญชีและเส้นทางการเงินตามอำนาจในทันหน้าที่ในทันที อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อำนาจมีอยู่ในมือ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนทุกบรรทัด ถึงเวลาใช้กฎหมายจัดการให้เด็ดขาด หากพบการทุจริตหรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง ต้องงัดกฎหมายมาบังคับใช้ รัฐต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย การปล่อยให้ชาวเน็ตต้องมานั่งสืบสวนกันเองคือความล้มเหลวของระบบราชการ ท่าน มท.1 และท่านผู้ว่าฯ ปทุมธานีครับ ประชาชนเขาผิดหวังกับ “นักบุญทุนชาวบ้าน” มามากแล้วอย่าให้เขาต้องหมดศรัทธากับ 'ผู้รักษากฎหมายที่เอาแต่เกียร์ว่างเลยครับ” ทนายเชาว์ ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...