โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ดร.ประเสริฐ" ดัน Campus Anti-Scam เชื่อม "มหาวิทยาลัย–ตร.–ธนาคาร" หยุดภัยก่อนเสียอนาคต

สยามรัฐ

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 69 ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ อว. ว่า การป้องกันสแกมเมอร์ที่มุ่งเป้านักศึกษา ต้องเชื่อมมหาวิทยาลัย ตำรวจ และสถาบันการเงินให้ช่วยเหลือได้ทันเวลา พร้อมสนับสนุนบุคลากรและเครื่องมือให้มหาวิทยาลัยนำไปปฏิบัติได้จริง

บก.ปอท. สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ข้อมูลว่า คดีนักศึกษาถูกหลอกลวงที่นำมาวิเคราะห์ระหว่างเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 มี 1,088 คดี ความเสียหายกว่า 203 ล้านบาท โดยร้อยละ 81.9 ใช้วิธีแอบอ้างเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์แล้วส่งต่อไปยังตำรวจปลอม ก่อนข่มขู่ให้แยกตัว โอนเงิน และใช้ข้ออ้างด้านการศึกษาขอเงินจากครอบครัว บางกรณีส่งคนมารับเงินสดถึงที่พัก

ขณะที่ผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลจากการสำรวจในเครือข่าย ทปอ. ว่า ร้อยละ 90 ของสถาบันที่ตอบแบบสำรวจเคยรับทราบเหตุนักศึกษาถูกหลอก แต่มีเพียงร้อยละ 6 ที่มีฐานข้อมูลและติดตามอย่างเป็นระบบ และร้อยละ 80 ต้องการแนวปฏิบัติกลาง สะท้อนความจำเป็นในการเชื่อมการเตือนภัยกับการช่วยเหลือให้ชัดเจน

“มิจฉาชีพใช้ความกลัวเสียอนาคตควบคุมนักศึกษา และใช้ความห่วงใยของพ่อแม่เข้าถึงเงินของครอบครัว เราต้องไม่กล่าวโทษผู้เสียหาย แต่ต้องทำให้นักศึกษากล้าขอความช่วยเหลือ และทำให้มหาวิทยาลัยมีระบบพร้อมรับช่วงทันที” ดร.ประเสริฐกล่าว

ดร.ประเสริฐ จึงต่อยอดข้อเสนอเดิมสู่ Campus Anti-Scam Protocol จำนวน 5 เสาหลัก เพื่อให้กระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนา ได้แก่

1. มาตรฐานชัด ทรัพยากรพร้อม: ให้ อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยกำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนบุคลากร เครื่องมือ และงบประมาณตามบริบทของแต่ละแห่ง โดยไม่ผลักภาระให้มหาวิทยาลัยสอบสวนหรืออายัดบัญชีแทนหน่วยงานที่มีอำนาจ

2. ป้องกันตรงจุด ตรวจสอบทุนและงานได้จริง ฝึกสถานการณ์จำลองให้รู้ทันกลลวงและ AI ตั้งแต่ปฐมนิเทศ พร้อมช่องทางยืนยันทุน งาน และการฝึกงาน รวมถึงสื่อสารกับผู้ปกครองให้ตรวจสอบคำขอเงินเร่งด่วนก่อนโอน

3. รับเบาะแสก่อนสูญเงิน เชื่อมข้อมูลเตือนภัย เปิดให้เพื่อน ครอบครัว และอาจารย์แจ้งความกังวลได้ทันที เชื่อมคำเตือนระหว่างมหาวิทยาลัย ตำรวจไซเบอร์ และ CIB พร้อมแนวทางคุ้มครองข้อมูลที่ทำให้บุคลากรช่วยเหลือได้อย่างมั่นใจ

4. ส่งต่อรวดเร็ว หยุดทั้งการโอนและส่งเงินสด จัดขั้นตอนร่วมกับตำรวจ AOC 1441 และธนาคาร ครอบคลุมกรณีผู้เสียหายติดต่อไม่ได้และเหตุฉุกเฉินนอกเวลาทำการ โดยไม่ให้ขั้นตอนภายในมหาวิทยาลัยชะลอการช่วยเหลือ

5. ดูแลจนกลับมาเรียนได้ ไม่ซ้ำเติมผู้แจ้งเหตุ เชื่อมบริการสุขภาพจิต กฎหมาย และความช่วยเหลือด้านการเรียนอย่างเป็นความลับ วัดผลจากความเร็วและคุณภาพการช่วยเหลือ ไม่ตัดสินมหาวิทยาลัยจากจำนวนเหตุที่รายงานเพียงอย่างเดียว

สำหรับทิศทางต่อไป ดร.ประเสริฐ ระบุว่า พร้อมร่วมกับคณะกรรมาธิการ กระทรวง อว. เครือข่ายมหาวิทยาลัย ตำรวจ หน่วยงานดิจิทัล ภาคธนาคาร ตลอดจนผู้ปกครองและตัวแทนนักศึกษา ผลักดันข้อเสนอให้เป็นแนวปฏิบัติร่วม ทดลองใช้ในมหาวิทยาลัยที่มีบริบทต่างกัน และนำผลมาปรับปรุงก่อนขยายผลทั่วประเทศ

“นักศึกษาไม่ควรเผชิญสแกมเมอร์เพียงลำพัง และมหาวิทยาลัยก็ไม่ควรรับภาระเพียงฝ่ายเดียว เราต้องร่วมกันสร้างระบบที่ช่วยหยุดความเสียหายได้ทัน และรักษาโอกาสทางการศึกษาของผู้เสียหายไว้ให้ได้” ดร.ประเสริฐกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...