โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อัลลิเกเตอร์" ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

Thai PBS

อัพเดต 6 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ตามล่าหา "ปลาอัลลิเกเตอร์" หรือ "ปลาจระเข้" หลังหลุดออกจากบึงสำราญ ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 300 ตัว ในช่วงเกิดน้ำท่วมหนัก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา "อัลลิเกเตอร์" จึงจัดเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ มีสถานะเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien Species) ฟันแหลมคม ถือเป็นปลาล่าเหยื่อและเป็นปลากินเนื้อ เมื่อหลุดลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก็จะกินปลาตัวเล็กเป็นอาหาร หากพบเจอห้ามนำไปทำอาหาร แต่ให้ใช้วิธีการทำลายด้วยการ "ฝัง" ทันที

ปลาอัลลิเกเตอร์ หรือปลาจระเข้ ที่บึงสำราญ หรือบึงสำราญฟิชชิ่ง เลี้ยงไว้ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เข้ามาตกท้าทายความสามารถ เลี้ยงไว้ในมีจำนวนมากกว่าที่หลุดออกไปกว่า 300 ตัว

เจ้าหน้าที่ประจำบึงสำราญ บอกว่า ขณะนี้มีชาวบ้านที่จับได้และส่งกลับคืนเพียง 60 ตัว โดยทางเจ้าของให้ราคารับซื้อคืนตัวละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือคาดว่าอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งปลาชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไปได้ แต่ไม่สามารถนำไปบริโภคได้ เนื่องจากไข่ของปลามีพิษ ทำให้เกิดอาการแพ้เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากใครเจอหรือจับได้ แนะนำให้ทำลายด้วยการนำไปฝังกลบอย่างเดียว

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

"ปลาที่หลุดไปเลี้ยงมานานกว่า 10 ปี มีขนาดตั้งแต่ 3–60 กิโลกรัม มีขนาดความยาวประมาณ 2-3 เมตร ปลาอัลลิเกเตอร์ขยายพันธุ์ หรือออกลูกในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยไม่ได้ เพราะที่มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกา หากจะผสมพันธุ์จะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่มีความเย็น"

ข้อมูลระบุว่า ปลาอัลลิเกเตอร์ มีลักษณะเด่น คือ มีส่วนปากยาวคล้ายกับจระเข้หรืออัลลิเกเตอร์ รูปร่างกลมยาว ตากลมสีดำ บริเวณลำตัวจรดหางคล้ายปลา มีครีบเล็กใต้ท้อง 2 ครีบคู่ ใต้ท้องสีขาว บริเวณปลายหาง ใกล้หางมีครีบใหญ่อีก 2 ครีบ ซึ่งโคนหางด้านบนมีขนาดใหญ่กว่าโคนหางด้านล่างอย่างเห็นได้ชัดเจน ครีบหางกลมมนเป็นรูปพัด เป็นปลาที่กระจายพันธุ์อยู่ในแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ เช่น แม่น้ำ หรือทะเลสาบ ของสหรัฐอเมริกาทางตอนใต้ เช่น รัฐฟลอริดา และหลุยส์เซียนา

มีปากเรียวยาวเหมือนอัลลิเกเตอร์ ที่ภายในมีฟันที่แหลมคม 2 แถว ประมาณ 500 ซี่ ใช้สำหรับงับเหยื่อก่อนที่จะกลืนลงไป เกล็ดของปลาอัลลิเกเตอร์ มีความหนาและแข็ง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมเหมือนเพชร มีสารเหมือนกับสารเคลือบฟันเคลือบอยู่ มีความคมเมื่อถูจะถูกบาด ทำให้เกิดบาดแผลได้ อินเดียนแดง ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของอเมริกาใช้เกล็ดของปลาอัลลิเกเตอร์ทำเป็นหัวลูกศร

ปลาอัลลิเกเตอร์สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ในแหล่งน้ำที่มีคุณภาพต่ำ มีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ เช่น น้ำที่ขุ่นข้นสภาพพื้นน้ำเป็นโคลน เนื่องจากมีถุงลมที่ทำหน้าที่เสมือนปอดช่วยในการหายใจ ทำให้สามารถขึ้นมาฮุบอากาศบนผิวน้ำได้ ถือกำเนิดขึ้นมานานกว่า 100 ล้านปีแล้ว ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยขนาดลำตัวที่ใหญ่และเกล็ดที่แข็งแรง ทำให้ปรับตัวและอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบัน

มีความยาวโดยเฉลี่ยได้ถึง 6–7 ฟุต น้ำหนักมากกว่า 100 ปอนด์ มีอายุขัยได้มากถึง 60 ปี ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ แต่ก็มีคำกล่าวอ้างจากนักตกปลาพื้นถิ่นว่า เคยพบเห็นตัวที่ยาวถึง 14 ฟุต ในปี พ.ศ.2530 (ค.ศ.1987) และในปี พ.ศ.2453 (ค.ศ.1910) ที่รัฐมิสซิสซิปปี มีผู้จับตัวที่มีความยาวถึง 10 ฟุตได้ จึงจัดเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่พบได้ในสหรัฐอเมริกา และเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

ด้วยขนาดที่ใหญ่และรูปลักษณ์ที่น่ากลัว ทำให้ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นที่ร่ำลือว่า ทำร้ายมนุษย์ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ในฤดูร้อน ปี พ.ศ.2475 (ค.ศ.1932) ที่หลุยส์เซียนา มีรายงานว่าเด็กผู้หญิงรายหนึ่งถูกปลาอัลลิเกเตอร์ทำร้ายที่ขา ขณะที่เธอลงไปใกล้ทะเลสาบ พร้อมกับพี่ชายวัย 13 ขวบของเธอ แพทย์ที่ทำการรักษาเธอ เป็นแพทย์มานานกว่า 40 ปี บันทึกไว้ว่าไม่เคยเห็นบาดแผลที่เหวอะหวะแบบนี้มาก่อน เหมือนกับเข็มหยาบ ๆ ที่เจาะทะลุกระดาษ ซึ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานตามคำบอกเล่าของพี่ชายเธอว่า เป็นการกระทำของปลาอัลลิเกเตอร์ความยาว 7 ฟุต

ก่อนทศวรรษที่ 30 ปลาอัลลิเกเตอร์ยังพบได้กระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ.2476 (ค.ศ.1933) คณะกรรมการตกปลาเท็กซัส มีมติล่าทำลายปลาอัลลิเกเตอร์ครั้งใหญ่ เนื่องจากถูกพิจารณาว่าเป็นต้นเหตุของการสูญพันธุ์ของปลาพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ เนื่องจากปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลากินเนื้อขนาดใหญ่ ที่อาจหากินได้วันละ 2 ครั้ง กินอาหารมากกว่าขนาดน้ำหนักตัวของตัวเอง 3 ทศวรรษผ่านไป มีปลาอัลลิเกเตอร์นับล้านตัวที่ถูกกำจัดไป

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลาที่ไม่ดุร้าย ไม่ทำร้ายหรือกินมนุษย์เป็นอาหาร แต่จะกินปลาต่าง ๆ เป็นอาหาร รวมถึงสัตว์ปีก เช่น นกเป็ดน้ำ ได้ด้วย แต่จะกินอาหารชิ้นที่พอที่จะกลืนลงไปได้เท่านั้น เมื่อจับเหยื่อได้แล้ว กรามจะล็อกแน่น เพื่อไม่ให้เหยื่อดิ้นหลุด เนื่องจากส่วนหัวมีเนื้อที่ยึดติดกับแผ่นเกล็ดที่แข็งเหมือนเกราะ ติดกับข้อต่อส่วนคอทำให้แลดูส่วนลำคอลาดโค้ง ทำให้มีแรงงับจำนวนมาก ก่อนที่จะกลืนเหยื่อลงไปในคอ หากจับได้แล้วเหยื่อยังไม่ตาย ก็จะรอให้ตายเสียก่อน

“อัลลิเกเตอร์” ปลาปากจระเข้ เอเลี่ยนอันตราย ไม่ดุร้าย-กินไม่ได้

ปัจจุบันปลาอัลลิเกเตอร์หลงเหลือเฉพาะภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา และถูกอนุรักษ์ ปลาอัลลิเกเตอร์เป็นปลาที่นิยมตกเป็นเกมกีฬา โดยมักจะตกได้ในช่วงพลบค่ำ ก่อนพระอาทิตย์จะตก โดยใช้เหยื่อเป็นชิ้นปลา เช่น ปลาบัฟฟาโล ซึ่งเป็นปลาซัคเกอร์ชนิดหนึ่ง และนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยงาม และจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ปลาดังกล่าวสามารถที่จะเพาะขยายพันธุ์ในที่เพาะเลี้ยงได้แล้ว และมีปลาที่มีสีแตกต่างจากปลาดั้งเดิมในธรรมชาติ เช่น ปลาพลาตินั่ม ที่มีลำตัวสีขาวแวววาว ซึ่งมีราคาแพงกว่าปลาปกติหลายเท่า มีปลาที่ถูกเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ เมื่อโตเต็มที่ ผู้เลี้ยงไม่สามารถเลี้ยงต่อไปได้ จึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ใช่แหล่งกำเนิดดั้งเดิม เช่น จีน ไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ ได้

ภาพจากเพจ : ที่นี่บางน้ำเปรี้ยว/บีงสำราญ

อ่านข่าว :

น้ำท่วม-ปลาตาย "ขยะพิษกากสารเคมี" ไหลบ่าเมืองปราจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"เอกนิติ" ปลื้ม FED ชมไทยเอาจริงปราบทุนเทา-สแกมเมอร์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความเห็นต่าง "อาสาพยาบาลชุมชน" ห่วงมาตรฐานดูแลผู้ป่วย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" ปลื้มความสำเร็จไทย เจ้าภาพประชุมใหญ่ World Bank-IMF

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม.เดินหน้าฟื้นฟู 15 เขตน้ำท่วม แผนระยาวเล็งขยายคลองเดิม 8–9 แห่ง

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...