ไทยเร่งเข้า OECD ปี 2571 ปิยะชาติเตือน อย่ามุ่งเป็นประเทศรายได้สูง จนลืมสร้างเศรษฐกิจคุณภาพ
ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ก่อตั้ง BRANDi and Companies ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 โดยมองว่า ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว แต่เตือนว่า ไทยไม่ควรมุ่งเป้าเป็นประเทศรายได้สูงจนมองข้ามการสร้างเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ
ประเด็นสำคัญ
- OECD มองบวกต่อไทย แต่เป้าหมายปี 2571 ยังท้าทาย
- เตือนอย่าเร่งเป็นประเทศรายได้สูง จนลืมสร้างเศรษฐกิจคุณภาพ
- เปิด 5 แนวทาง ยกระดับไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจคุณภาพ
- เตือนปฏิรูปประเทศต้องยอมรับต้นทุนระยะแรก
นอกจากนี้ ปิยะชาติยังเสนอ 5 แนวทางยกระดับประเทศไทย ตั้งแต่การกระจายความมั่งคั่ง การปฏิรูปภาครัฐ ไปจนถึงการเตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยย้ำว่า การปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานสากลอาจมีต้นทุนในระยะแรก แต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว
OECD มองบวกต่อไทย แต่เป้าหมายปี 2571 ยังท้าทาย
ปัจจุบัน ประเทศไทยตั้งเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 โดยปิยะชาติเปิดเผยว่า เลขาธิการ OECD เข้าร่วมงาน Future Ready Economy 2026 ซึ่งเป็นงานคู่ขนานกับการประชุม IMF–World Bank และแสดงท่าทีเชิงบวกต่อความพยายามของประเทศไทย
เขาระบุว่า เลขาธิการ OECD มองด้วยความหวังว่า ไทยมีความสามารถที่จะดำเนินการตามข้อกำหนดและมาตรฐานขององค์กรได้ ขณะที่รัฐบาลไทยและ OECD กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายปี 2571 ถือเป็นกรอบเวลาที่ท้าทาย ขณะที่เลขาธิการ OECD ยังไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไทยจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกได้ตามกำหนดหรือไม่ โดยปิยะชาติอธิบายว่า ความสำคัญของการเข้า OECD อยู่ที่การยกระดับประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยได้รับความสนใจจากนานาชาติผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางการค้าและการลงทุน
อย่างไรก็ตาม การได้รับความสนใจจากต่างชาติ ยังต้องตามมาด้วยการสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจและการลงทุนระยะยาว ซึ่งการเข้า OECD จะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เตือนอย่าเร่งเป็นประเทศรายได้สูง จนลืมสร้างเศรษฐกิจคุณภาพ
แม้ไทยจะมีความคืบหน้าในการเดินหน้าเข้าสู่ OECD แต่ปิยะชาติแสดงความกังวลว่า ประเทศไทยอาจให้ความสำคัญกับการยกระดับรายได้มากเกินไป โดยยังไม่ได้สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเพียงพอ
เขามองว่า การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องพิจารณาด้วยว่า รายได้และความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นสามารถกระจายกลับมาสู่คนไทยได้มากน้อยเพียงใด
ปิยะชาติยังหยิบยกประเด็นจากงาน Future Ready Economy 2026 ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากศักยภาพการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มผลผลิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ความต้องการด้านการจ้างงาน การศึกษา ที่อยู่อาศัย และสุขภาพของประชากรโลกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
เขาอธิบายว่า หากศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจลดลงต่อเนื่อง ในอนาคตอาจเกิดสถานการณ์ที่แม้เศรษฐกิจจะเติบโตเต็มศักยภาพแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการของประชากร
ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการเติบโตในระยะยาว เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นได้
เปิด 5 แนวทาง ยกระดับไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจคุณภาพ
ทั้งนี้ ปิยะชาติเสนอว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพควรประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- การสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยเตือนว่า แม้ประเทศไทยพยายามวางตัวเป็นกลางระหว่างมหาอำนาจ แต่ในโลกที่แบ่งขั้วทางเศรษฐกิจมากขึ้น ไทยอาจหลีกเลี่ยงแรงกดดันให้เลือกข้างได้ยาก
- การสร้างกลไกกระจายความมั่งคั่งอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้รายได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจกลับมาสู่คนไทย โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งหากประเทศไทยยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และทรัพยากรจากต่างชาติเป็นหลัก มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก็อาจไม่ได้ตกอยู่กับคนไทยมากเท่าที่ควร
- การพัฒนาโครงสร้างภาครัฐและสถาบันให้มีประสิทธิภาพ ปิยะชาติมองว่า การปฏิรูปภาครัฐไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลดขนาดรัฐเสมอไป เพราะการลดจำนวนบุคลากรอาจก่อให้เกิดปัญหาใหม่ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือประสิทธิภาพในการบริหารและการใช้ทรัพยากรสาธารณะให้คุ้มค่า
- การเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การใช้พลังงานทางเลือก การปรับตัวของแรงงานให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงระบบการค้าโลกที่มีแนวโน้มแบ่งออกเป็นกลุ่มเศรษฐกิจมากขึ้น
- การสร้างความสามารถในการรับมือกับวิกฤต (Resilience) เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดได้เมื่อเผชิญแรงกระแทกจากภายนอก โดยต้องรักษาความสามารถในการเติบโตควบคู่กันไปด้วย
ปิยะชาติมองว่า ปัจจัยทั้ง 5 ด้านจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่ประเทศรายได้สูง โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและภาระหนี้ที่อาจบั่นทอนความสามารถในการเติบโตในอนาคต
เตือนปฏิรูปประเทศต้องยอมรับต้นทุนระยะแรก
สำหรับสิ่งที่ประเทศไทยต้องดำเนินการต่อเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ปิยะชาติเน้นย้ำว่า การได้รับมาตรฐานจากองค์กรเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความท้าทายอยู่ที่การนำมาตรฐานเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เกิดผลจริง โดยเฉพาะการบริหารจัดการภาครัฐ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และการปรับปรุงระบบภาษี
เขายอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงแรก ทั้งจากการปรับกฎหมาย กฎระเบียบ และวิธีดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ปิยะชาติมองว่า ต้นทุนดังกล่าวมีความจำเป็น หากประเทศไทยต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและนักลงทุนต่างชาติ พร้อมยังเสนอให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันผลักดันการเปลี่ยนแปลง และย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจเหตุผลและประโยชน์ของการปฏิรูป
ปิยะชาติอธิบายว่า ที่ผ่านมา กฎหมายหลายฉบับอาจมีเจตนาที่ดี แต่เมื่อผู้ได้รับผลกระทบไม่เข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง ก็อาจเกิดแรงต่อต้านจนทำให้การดำเนินนโยบายไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ดังนั้น การผลักดันมาตรฐาน OECD จึงต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายมองเห็นเป้าหมายร่วมกันว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยยกระดับประเทศอย่างไร
อนึ่ง ผู้ก่อตั้ง BRANDi and Companies ยังทิ้งท้ายว่า แม้การปฏิรูปอาจต้องยอมรับความยากลำบากในช่วงแรก แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายระยะยาว คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้ที่สูงขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย