โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กกต.’ร่ายยิบ หลักเกณฑ์ยุบ พรรคการเมือง

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กกต.” แจงยิบขั้นตอนสั่งยุบพรรคการเมือง เผยมี 6 ขั้นตอนสำคัญ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิด 5 รายชื่อผ่านเกณฑ์รอบแรก นั่งเก้าอี้แทน “ฐิติเชฏฐ์”

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เนื้อหาบนเฟซบุ๊กถึงขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณียื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมือง ว่าสำนักงาน กกต.ขอประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณากรณีมีคำร้องหรือข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการกระทำตาม มาตรา 72 มาตรา 74 ประกอบ มาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยการดำเนินการกรณีดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 93 ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 ดังนี้

1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยเมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 นายทะเบียนพรรคการเมืองมอบหมายให้พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ามีข้อเท็จจริง พฤติการณ์ พยานหลักฐาน หรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการหรือไม่ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย

2.พิจารณารับเรื่องไว้ดำเนินการ เมื่อพนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบที่พนักงานเสนอ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับไว้ดำเนินการ และแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ แต่กรณีที่พนักงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้อง ให้ไม่รับไว้ดำเนินการหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี พร้อมแจ้งผู้ร้องและรายงานให้ กกต.ทราบ แต่หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นควรรับไว้ดำเนินการ ให้เข้าสู่กระบวนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และรายงานให้ กกต.ทราบ

3.รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน บุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการ หากไม่แล้วเสร็จให้รายงานพร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ ครั้งละไม่เกิน 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยการดำเนินการดังกล่าว ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องหรือพรรคการเมือง แล้วแต่กรณี ได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ก่อนเสนอรายงานรวบรวมข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา

4.นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้ว หากเห็นว่าไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตาม มาตรา 92 ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี และแจ้งผู้ร้องพร้อมรายงานให้ กกต.ทราบ ทั้งนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองอาจสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

5.เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามมาตรา 92 ให้เสนอ กกต.พิจารณา โดย กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และ 6.ผลการพิจารณาของ กกต. หาก กกต.เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น แต่หากไม่เห็นชอบตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยกคำร้องหรือยุติเรื่อง แล้วแต่กรณี และแจ้งผู้ร้องทราบ ส่วนกรณีที่เห็นว่าการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ให้ส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาการดำเนินการตามระเบียบกำหนดให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่พนักงานได้รับมอบหมาย การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ดำเนินการโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่รับเรื่องไว้ดำเนินการ และหากไม่แล้วเสร็จสามารถขออนุมัติขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันจนกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนเมื่อมีการเสนอเรื่องต่อ กกต. กกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. แทนตำแหน่งนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 โดยมีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. รวม 5 คน คือ 1.รศ.พิทยา จารุพูนผล แพทย์และอาจารย์แพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2.นายสมพงษ์ สิงห์สมบุญ ทนายความ 3.รศ.ธาตรี มหันตรัตน์ หัวหน้าสำนักงานนิติรัฐทนายความ 4.นายวุฒิพงศ์ เนติธีรัตน์ ทนายความ และ 5.นายสาธิต อุไรเวโรจนากร ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

คณะกรรมการสรรหา กกต.จะให้ผู้สมัครแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. และเข้ารับการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการสรรหา กกต. เพื่อประกอบการสรรหา ในวันที่ 13 พ.ย.2569 เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป กรณีผู้สมัครรายใดไม่สามารถมาแสดงความคิดเห็นและเข้ารับการสัมภาษณ์ตามวันและเวลาที่กำหนด คณะกรรมการสรรหา กกต.จะถือว่าผู้สมัครรายนั้นสละสิทธิ์.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...