ไม่ธรรมดา! รวบ 8 ผู้ต้องหาไทย-จีน ซุกคอนโดพัทยา เงินสะพัด 100 ล้าน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านพัทยากลาง หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลชาวไทยและชาวจีนต้องสงสัยรวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ใช้ช่องทางออนไลน์หลอกลวงประชาชน และมีความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี รอง ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ บริรักษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โอสถานนท์ ผกก.สืบสวน 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ไซเบอร์สืบภาค 2 (ศตฉอ.บก.สส.ภ.2) สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา
ผลการปฏิบัติการสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 5 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 3 ราย และชาวจีน 3 ราย เป็นชายทั้งหมด พร้อมตรวจยึดของกลางรวมกว่า 100 รายการ ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาร 22 เล่ม บัตร ATM 35 ใบ ซิมการ์ด 28 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบัญชีธนาคารและบัตร ATM ระหว่างบุคคลชาวไทยกับชาวต่างชาติ เพื่อนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนและเคลื่อนย้ายเงินที่ต้องสงสัยว่าได้มาจากการหลอกลวงประชาชน โดยพบข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงหลายคดีในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเบาะแสเกี่ยวกับการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนกระจายโอนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายบัญชีและหลายแพลตฟอร์ม เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยการปรากฏชื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่พบจากแนวทางการสืบสวน ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ของผู้ถูกจับกุมทั้ง 8 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและผลการตรวจสารเสพติด เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ จะเร่งตรวจสอบของกลางทั้งหมด ทั้งสมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อแกะรอยเส้นทางการเงิน ขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการรับจ้างเปิดบัญชี ขายบัญชีธนาคาร หรือส่งมอบบัตร ATM ให้บุคคลอื่น เพราะอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากการกระทำความผิด หรือเป็นช่องทางฟอกเงิน ซึ่งเจ้าของบัญชีอาจต้องรับผิดตามกฎหมายด้วย