โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ธรรมดา! รวบ 8 ผู้ต้องหาไทย-จีน ซุกคอนโดพัทยา เงินสะพัด 100 ล้าน

TNews

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านพัทยากลาง หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลชาวไทยและชาวจีนต้องสงสัยรวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ใช้ช่องทางออนไลน์หลอกลวงประชาชน และมีความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี รอง ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ บริรักษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ โดยสั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โอสถานนท์ ผกก.สืบสวน 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ไซเบอร์สืบภาค 2 (ศตฉอ.บก.สส.ภ.2) สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา

ผลการปฏิบัติการสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 5 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 3 ราย และชาวจีน 3 ราย เป็นชายทั้งหมด พร้อมตรวจยึดของกลางรวมกว่า 100 รายการ ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาร 22 เล่ม บัตร ATM 35 ใบ ซิมการ์ด 28 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบัญชีธนาคารและบัตร ATM ระหว่างบุคคลชาวไทยกับชาวต่างชาติ เพื่อนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนและเคลื่อนย้ายเงินที่ต้องสงสัยว่าได้มาจากการหลอกลวงประชาชน โดยพบข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงหลายคดีในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเบาะแสเกี่ยวกับการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนกระจายโอนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายบัญชีและหลายแพลตฟอร์ม เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยการปรากฏชื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลที่พบจากแนวทางการสืบสวน ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ของผู้ถูกจับกุมทั้ง 8 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและผลการตรวจสารเสพติด เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ จะเร่งตรวจสอบของกลางทั้งหมด ทั้งสมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อแกะรอยเส้นทางการเงิน ขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการรับจ้างเปิดบัญชี ขายบัญชีธนาคาร หรือส่งมอบบัตร ATM ให้บุคคลอื่น เพราะอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากการกระทำความผิด หรือเป็นช่องทางฟอกเงิน ซึ่งเจ้าของบัญชีอาจต้องรับผิดตามกฎหมายด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...