สกู๊ป : จับยาเสพติดรายใหญ่ 2 ราย ยาไอซ์เกือบตัน เตรียมส่งภาคใต้ ขายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)
สกัดเส้นทางยานรก “ไอซ์เกือบตัน” นครบาลทลาย 2 เครือข่ายใหญ่ ตัดวงจรป้อนแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ ปฏิบัติการครั้งสำคัญของกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ 2 คดีซ้อน พร้อมของกลาง "ไอซ์" ปริมาณรวมเกือบ 1 ตัน ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นภาพขบวนการค้ายาเสพติดข้ามภูมิภาคที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเป้าป้อนยานรกสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้ที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นตลาดหลัก
เจาะปฏิบัติการรวบ 2 เครือข่าย คาเส้นทางลำเลียง
จากข้อมูลการแถลงผลงานนำโดย "บิ๊กหยาม" พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลควง"บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานยาเสพติด/รองโฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับฝ่ายสืบสวน การจับกุมในครั้งนี้เป็นการสะกดรอยและสกัดจับเป้าหมายสำคัญจำนวน 2 ราย การสกัดจับคารวมทางส่งออก/ลงใต้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสะกดรอยติดตามรถต้องสงสัยที่เดินทางมาจากพื้นที่ภาคตะวันออก (ชลบุรี) มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ จนกระทั่งนำกำลังเข้าสกัดตรวจค้นได้บนถนนบางนา-ตราด (ขาเข้า) บริเวณกิโลเมตรที่ 14 ตำบลบางโฉลอง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ… สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มค้ายาเสพติดเตรียมใช้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ลำเลียงยาเสพติดจาก จ.ชลบุรี มุ่งหน้าส่งปลายทางภาคใต้ จึงวางกำลังสะกดรอยติดตามกระทั่งพบรถต้องสงสัยวิ่งมาตามถนนบางนา-ตราด (ขาเข้า) ก่อนนำกำลังเข้าสกัดตรวจค้นบริเวณ กม.14 ต.บางโฉลอง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงดึกวันที่ 2 ต.ค. 2569 จนพบของกลางซุกซ่อนจึงได้จับกุมนายจรินทร์ พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม รถลากจูงพร้อมกึ่งพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 1 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 77 ล้านบาท
สอบสวนผู้ต้องหา อ้างว่า ได้รับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้เป็นเงิน 3 แสนบาท โดยก่อนหน้าเคยทำหน้าที่ขับรถนำให้กับเครือข่ายยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2562 ต่อมาสมาชิกในเครือข่ายถูกจับ จึงปรับเปลี่ยนพฤติการณ์หันมาทำหน้าที่รับจ้างขนลำเลียงยาเสพติดด้วยตนเองตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา โดยอาศัยจังหวะเวลาว่างจากการขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าปกติจากพื้นที่ภาคใต้ขึ้นไปส่งในพื้นที่ภาคเหนือ แล้วลักลอบรับยาเสพติดซุกซ่อนตู้คอนเทนเนอร์เพื่อนำกลับไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องกระทั่งมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ขยายผลทลายแหล่งพักยาและจุดลำเลียงการขยายผลจากการสืบสวนเครือข่ายเชื่อมโยงพื้นที่นนทบุรีและสระบุรี นำไปสู่การตัดวงจรขบวนการรับจ้างขนส่งยาเสพติดที่เตรียมส่งต่อลงสู่พื้นที่เพชรบุรีและจังหวัดทางภาคใต้
อีกรายตำรวจกองกำกับการ สวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส)ขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ยึดไอซ์ 900 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 จนสืบทราบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มค้ายาในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมกระทั่งพบว่ามีการไปขนยาเสพติดมาจาก จ.สระบุรี เพื่อนำมาพักไว้ใน ต.บางรักพัฒนา ย่านนนทบุรี จึงนำกำลังเข้าสกัดตรวจค้นรถยนต์ ฮุนได H1 สีดำ รวบตัวนายคทาธร พร้อมของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนในรถจำนวน 462 กิโลกรัม สอบสวนสารภาพกำลังนำยามาส่งให้ทีมรับเพื่อพาเข้าบ้านพักตามสั่งการ… จากนั้นไล่ติดตามสกัดจับนายนัฐพล ขณะขับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค จอดรอในปั๊มน้ำมันใกล้เคียง ทำหน้าที่ขับรถนำทางพาไปซุกซ่อนเพื่อรอกระจายให้ลูกค้า โดยทั้งคู่รับสารภาพทำมาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้าง 2 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่จึงพาไปตรวจค้นบ้านพักย่านบางบัวทอง… เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งสองราย “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” คุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายจากการปฏิบัติการทั้งสองเคส เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) รวมปริมาณเกือบ 1,000 กิโลกรัม (เกือบ 1 ตัน) พร้อมยึดยานพาหนะและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ… หมุดหมายใหม่ของเครือข่ายยานรกของคดีนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ "ปริมาณ" ของกลางที่ยึดได้ แต่คือ "ปลายทางและกลุ่มเป้าหมาย"
จากการสอบสวนพบว่า ยาเสพติดล็อตใหญ่ดังกล่าวมีเป้าหมายลำเลียงลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก เครือข่ายค้ายาเล็งเห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและทำกำไรมหาศาลจากการกระจายสินค้าเข้าสู่ สถานบันเทิง ปาร์ตี้ และแหล่งมั่วสุมในเมืองท่องเที่ยว การสกัดจับครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดวงจรไม่ให้ไอซ์มูลค่าหลายร้อยล้านบาททะลักเข้าไปทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
ยุทธการตัดไฟแต่ต้นลม: ความท้าทายของตำรวจนครบาล
บิ๊กจ๋อ" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าการกระจายตัวของขบวนการค้ายาเสพติดในปัจจุบันใช้วิธีซอยย่อยการลำเลียง ทั้งการใช้รถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรอำพราง รถตู้ทึบ หรือการใช้รถนำเพื่อดูลาดเลา รวมถึงการสับเปลี่ยนคนขับและจุดพักยาตามจังหวัดปริมณฑล
กองบัญชาการตำรวจนครบาลร่วมกับหน่วยงานข่าวกรองจึงต้องปรับแผนจากการ "ตั้งรับ" มาเป็น "การข่าวเชิงลึกและการสืบสวนข้ามพื้นที่" สะกดรอยตั้งแต่ต้นทาง รวบตัวกลางทาง ก่อนที่ยาเสพติดจะถูกกระจายไปถึงมือผู้ซื้อรายย่อยในภาคใต้… การจับกุมไอซ์เกือบ 1 ตันในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างชัดเจนถึงความพยายามของเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ไทยเป็นทั้งทางผ่านและตลาดจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทว่าการผนึกกำลังของฝ่ายสืบสวนนครบาลสามารถหยุดยั้งยานรกล็อตนี้ไว้ได้สำเร็จ ช่วยปกป้องความมั่นคง ปลอดภัย และบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผลประโยชน์สีเทา