ปิยบุตรเตือน 4 ข้อที่พรรคการเมืองต้องไม่เป็น ห่วง ‘นักการเมืองผสมนักแสดง’ เน้นแฉรายวัน-บันเทิงธิปไตย
ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความคิดเห็นถึงทิศทางการสร้างพรรคการเมือง โดยระบุถึง 4 ลักษณะที่พรรคต้องหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ถูกกระแสสังคมและการเมืองยุคใหม่กลืนกินจนสูญเสียเป้าหมายในการเป็นพรรคการเมืองระดับมวลชนที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์
ปิยบุตรระบุว่า ความมุ่งหวังตั้งแต่ครั้งร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จนมาถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในปัจจุบัน คือการสร้างพรรคการเมืองที่กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นพรรคมวลชนที่มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ และเน้นการทำงานทางความคิดควบคู่ไปกับการเข้าสู่อำนาจ ซึ่งพรรคในลักษณะนี้แทบไม่ปรากฏในประเทศไทยมากนักในอดีต
อย่างไรก็ตาม ปิยบุตรมองว่าด้วยสภาพ ‘ตลาดทางการเมือง’ และพฤติกรรมของ ‘ผู้บริโภค’ ในปัจจุบัน อาจเป็นแรงบีบให้พรรคต้องขยับออกจากแนวทางที่ตั้งความหวังไว้ เนื่องจากการสร้างพรรคยุทธศาสตร์หรือพรรคที่ทำงานทางความคิดต้องใช้เวลา เห็นผลช้า และไม่ใช่การทำงานที่หวือหวาเร้าใจ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์คนในวงกว้างหรือสื่อยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วเฉพาะหน้า
ปิยบุตรมองว่า สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้นักการเมืองที่ผสมผสานการเป็นนักแสดงของพรรค ใช้สื่อสมัยใหม่เพื่อสร้างกระแสความนิยมโดดเด่นขึ้นมาตามความต้องการของตลาด และเมื่อ ‘นักแสดง’ ของพรรคได้รับความนิยมสูง การควบคุมทิศทางพรรคหรือการวิจารณ์ตรวจสอบกันเองภายในก็ทำได้ยากขึ้น เพราะอาจนำมาซึ่งกระแส ‘ทัวร์ลง’ จากมวลชนทางอินเทอร์เน็ต
ปิยบุตรประเมินว่าในช่วงที่กระแสกำลังพัดไปในทิศทางดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องเสนอความเห็นทวนกระแส โดยชี้ให้เห็นถึง 4 ลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสร้างพรรคยุทธศาสตร์และพรรคมวลชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคต้องหลีกเลี่ยง หรือต้องรู้เท่าทันเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลืนกินพรรคจนไม่เหลือสภาพที่ตั้งความหวังไว้ ได้แก่
- การเมืองแบบบันเทิงธิปไตย (Entertainocracy)
- การเมืองล้นเกิน (Hyperpolitics) ซึ่งหมายถึงปรากฏการณ์ที่ทุกเรื่องถูกมองเป็นเรื่องการเมือง ผู้คนมีความตื่นรู้ แต่ปราศจากผลลัพธ์หรือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
- การเมืองแบบแฉ หรือเปิดโปงรายวัน เน้นประเด็นเฉพาะหน้า โดยปราศจากการนำเสนอภาพสังคมใหม่ในฝัน หรือข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระยะยาว
- การเป็นพรรคดิจิทัล (Digital Party) และมีคณะนำแบบมุ่งเน้นตัวบุคคลหรือผู้นำมากเกินไป (Hyperleadership)
ปิยบุตรทิ้งท้ายว่า ลักษณะทั้ง 4 ประการนี้ เป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นกับการเมือง พรรคการเมือง และขบวนการทางสังคมในหลายประเทศทั่วโลก โดยตนจะนำรายละเอียดของผลกระทบและคำอธิบายจากแต่ละประเด็นมาขยายความในโอกาสต่อไป