กรวีร์ ยัน โสภณ ไม่ได้ริบอำนาจกมธ.สภา ศุภชัย ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ
กรวีร์ ยก คณะประธานกมธ.ฝั่งรัฐบาล ยัน ปธ.สภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ ชี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ-ข้อบังคับสภาฯ ขณะที่ “ศุภชัย” ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ ใช้อำนาจประธานเกินขอบเขต
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นำประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญ สภาผู้แทนราษฎร ฝั่งพรรครัฐบาลทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ เนื่องจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้เชิญประชุมประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ เพื่อพูดคุยหารือถึงแนวทางการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ
โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนั้นได้มีการหยิบยกเอารัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 90 มาประกอบในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ หากปฏิบัติตามแนวทางที่ประธานได้มีหนังสือระบุถึงแนวทางการทำหน้าที่ของกรรมาธิการทั้ง 35 คณะนั้น ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการทำหน้าที่ของประธานกรรมาธิการแต่ละคณะ หรือปิดกั้นการทำหน้าที่ของกรรมาธิการคณะใดเลย รวมถึงไม่ได้เป็นการตัดอำนาจ หรือไม่ได้เป็นการยึดอำนาจในการติดตามและตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติผ่านกรรมาธิการแต่อย่างใด
นายกรวีร์ กล่าวว่า โดยใน 4 ประเด็นที่ประธานสภาฯ ได้ให้แนวทางไว้คือ 1. ขอบเขตหน้าที่ของกรรมาธิการ 2. การนัดประชุมของกรรมาธิการ 3. การบรรจุระเบียบวาระของกรรมาธิการ และ 4. เรียกบุคคลหรือเอกสารต่าง ๆ ของกรรมาธิการ ซึ่งในข้อเท็จจริงทั้ง 4 ประเด็น ที่เป็นแนวทางประธานได้ออกหนังสือมานั้น เป็นไปตามข้อข้อบังคับอยู่แล้ว ประธานไม่ได้มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ
“ยืนยันว่าแนวทางทั้ง 4 ข้อเป็นไปตามข้อบังคับเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่กำหนดแนวทางออกมาเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความชัดเจนของประธานกรรมาธิการถึงบทบาทหน้าที่ และให้กรรมาธิการแต่ละคณะทั้ง 35 คณะ ได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำหน้าที่ในการตรวจสอบของกรรมาธิการ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในการทำหน้าที่ไม่มีคณะกรรมาธิการชุดไหน ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนที่จะสามารถใช้อำนาจของตัวเองเกินไปกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้ และไม่มีใครใช้อำนาจของตัวเองเกินกว่าข้อบังคับที่ระบุไว้ได้” นายกรวีร์ กล่าว
ด้านนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ส.ส. สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่ประธานกมธ.บางคณะให้สัมภาษณ์หรือโพสต์ชี้แจงว่านายโสภณ ริบอำนาจกรรมาธิการนั้น พวกเราในฐานะประธานกมธ.ล้วนแต่ทำหน้าที่ภายใต้กรอบระเบียบข้อบังคับที่กรรมาธิการปี 2562 และหากติดตามการทำงานของกรรมาธิการที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีคณะกรรมาธิการไม่กี่คณะที่มีปัญหา เพราะพวกเรายืดแนวทางการดำเนินการของระเบียบข้อบังคับปี 2562 ที่มีบทบัญญัติชัดเจน เรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการ อะไรที่จะออกมาจากกรรมาธิการ ต้องอาศัยเสียงของกรรมาธิการ ประธานกมธ. จะไม่สามารถใช้อำนาจเรียกหรือบรรจุวาระได้ตามใจ หากประธานกรรมาธิการยึดระเบียบข้อบังคับปี 2562 เป็นหลัก โดยไม่ใช้ทิฐิ อารมณ์ และแนวคิดของตนเองเรียกบุคคลมาชี้แจงอยู่เรื่อย ๆ
“ยืนยันว่านายโสภณ ไม่ได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการริบอำนาจประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการแต่อย่างไร การใช้คำนี้เป็นการสื่อสารที่คาดเคลื่อน ตนจึงเป็นตัวแทนประธานกรรมาธิการว่าหากยึดแนวทางและระเบียบการดำเนินงานปี 2562 เป็นหลักการทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย” นายวัชรพงศ์ กล่าว
ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมามีความวุ่นวายระส่ำระสายและไร้ระเบียบ ตรงนี้เป็นที่มาที่ให้ตนยื่นเรื่องไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ให้กำหนดแนวทางเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นในการทำงานของกมธ. เพราะคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากับกมธ.การกฎหมายฯ เนื่องจากประธานกมธ.ฯได้กระทำการไม่เป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการที่อยู่ในคณะนี้ได้มีการทักท้วงในเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่อง แต่สิ่งที่เป็นอยู่ถือว่าผิดข้อบังคับอย่างร้ายแรง คือเรื่องที่เสนอเข้ามาไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกมธ.กฎหมายฯ ก็รับเข้ามา หรือเรื่องที่รับเข้ามาก็ไม่ได้ขอมติของที่ประชุม การบรรจุเข้าระเบียบวาระก็ไม่มีการที่จะขอมติ
นายศุภชัย กล่าวว่า หลายเรื่องเป็นแบบนี้ ซึ่งผิดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญหลายครั้ง ในที่สุดตนก็ได้ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ว่าเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับผิดรัฐธรรมนูญ และผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันตนได้เสนอต่อประธานสภาฯ ซึ่งประธานได้มีการดำเนินการเชิญประธานกมธ.ทั้ง 35 คณะมาประชุมและกำหนดแนวทางทั้งหมด
“สิ่งที่อยากยืนยัน คือแนวทางที่ได้มีการรับรู้นั้น ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือไปจากข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ขอเตือนย้ำว่าสิ่งที่ท่านเป๋ไปเป๋มา ไม่ได้ทำตามแนวทางที่ควรจะต้องทำ และควรจะดำเนินการตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรที่นอกเหนือจากกฎหมาย เพราะเราคือสภานิติบัญญัติต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ วันนี้ประธานกมธ. ที่มาร่วมแถลง มาเพื่อยืนยันว่าระเบียบแนวทางที่ประธานสภาฯ ออกมาอย่างไรก็ไม่มีผล เพราะข้อเท็จจริงคือทุกคนปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ได้มีการกระทำอะไรที่เป็นผลกระทบเหมือนกับที่ฝ่ายค้านแถลงว่าประธานสภาฯ คุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ถ้าคิดว่าการให้ กมธ.ทุกคณะดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญคือการคุกคาม ผมขอตั้งคำถามไปยังฝ่ายค้านว่า แปลว่าท่านไม่ต้องการที่จะทำตามข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญหรือ” นายศุภชัย กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรวีร์ ยัน โสภณ ไม่ได้ริบอำนาจกมธ.สภา ศุภชัย ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th