โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ดับปริศนาทารกวัย 6 เดือน ‘แผลทั่ว-ตาช้ำ’ พี่เลี้ยงอ้างดิ้นผ้าพันรัดรอบคอเอง

เดลินิวส์

อัพเดต 24 กันยายน 2569 เวลา 17.50 น. • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แม่ทารกวัย 6 เดือน จ้างพี่เลี้ยงดูแล ช็อกโทรฯ มาแจ้งไม่หายใจ อ้างดิ้นผ้าขนหนูพันรัดรอบคอ เสียชีวิตคาห้องพักย่านทุ่งสองห้อง ยังไม่ปักใจเชื่อ พบมีบาดแผลใบหู ริมฝีปาก เบ้าตาช้ำเขียว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 18.00 น. วานนี้ (23 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาภรณ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุเด็กทารกเสียชีวิตบริเวณปากทางเข้าการเคหะแจ้งวัฒนะ ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนท้าย ซอยแจ้งวัฒนะ 14 พบร่างทารกเพศชาย วัย 6 เดือน นอนอยู่บนรถพยาบาล โดยมี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พ่อและแม่เด็ก นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ และยังพบชายหญิงอีกคู่ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นคนที่พ่อและแม่ของเด็กจ้างให้มาเลี้ยงลูก และอยู่ในที่เกิดเหตุตอนที่เด็กหยุดหายใจ

น.ส.เอ แม่เด็ก เล่าว่า ตนและแฟนหนุ่มทำงานและพักอยู่แถวซอยแจ้งวัฒนะ 10 ซึ่งหลังคลอดน้องไทม์ ออกมา ช่วง 2-3 เดือนแรก ตนยังมีเวลาเลี้ยงเองเพราะอยู่ช่วงลาคลอด พอครบกำหนดที่จะต้องกลับมาทำงาน จึงโพสต์หาคนมาเลี้ยง ซึ่งก็มีติดต่อมาหลายคน กระทั่งได้เจอกับพี่เลี้ยงคนนี้ ซึ่งก่อนจะตัดสินใจก็ได้มีพูดคุยและซักถามตามปกติและยังเห็นว่าเพิ่งคลอดลูกมาเหมือนกันน่าจะดูแลน้องไทม์ได้ จึงตัดสินใจว่าจ้างโดยตกลงราคากันที่เดือนละ 6 พันบาท โดยช่วง 8 โมงของทุกวัน ตนจะมาส่งน้องไทม์ที่แฟลตการเคหะ และจะกลับมารับอีกทีช่วง 3-4 ทุ่ม หลังเลิกงาน

ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ที่ผ่านมา เวลาตนทำงานเมื่อว่างก็จะทักถามว่า วันนี้น้องไทม์เป็นยังไงบ้าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จะมีก็แค่บอกว่าน้องไทม์ชอบนอนดิ้นและนอนคว่ำหน้า พร้อมส่งภาพถ่ายมาให้ดู และเมื่อต้นเดือนทางพี่เลี้ยงทักมาขอเงินเพิ่มเป็น 7 พัน ซึ่งตนก็ไม่ได้ปฏิเสธ

กระทั่งช่วงบ่าย 4 โมง พี่เลี้ยงโทรฯ มาบอกว่าน้องไทม์ไม่หายใจ ตนจึงรีบออกจากที่ทำงานมาดู ก็พบกำลังช่วยปั๊มหัวใจอยู่ ซึ่งตอนนั้นตัวเขียวไปแล้ว จึงรีบอุ้มลงมาข้างล่างเพื่อส่งโรงพยาบาลและวิ่งออกไปรอรถพยาบาลที่พี่เลี้ยงโทรฯ เรียกไว้ที่ริมถนน พอรถพยาบาลมาถึงก็ไม่ทันแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังบอกอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ส่วนที่พี่เลี้ยงกล่าวอ้างก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด แต่ก็ไปกล่าวหาเขาไม่ได้ คงต้องรอผลการชันสูตรจากหมออีกที

จากการสอบถามนางสาวโจ้ (นามสมมุติ) พี่เลี้ยงเด็ก ให้การว่า ได้เลี้ยงดูน้องไทม์มาประมาณ 3-4 เดือน พ่อและแม่น้องได้นำมาจ้างเลี้ยงเนื่องจากไม่มีเวลา ปกติน้องเป็นเด็กไม่ดื้อ แต่ก่อนหน้านี้แม่น้องเปลี่ยนคนเลี้ยงมาหลายคนแล้ว โดยแม่น้องบอกว่าน้องงอแงและซน จนมาอยู่กับตน ซึ่งตนก็เลี้ยงลูกอีก 1 คน โดยปกติน้องไทม์เป็นเด็กไม่ดื้อ แต่จะมีร้องตอนจะนอน

ก่อนเกิดเหตุตนอยู่กับ นายแบงค์ (นามสมมุติ) แฟนหนุ่ม ช่วงประมาณบ่าย 2 น้องไทม์นอนหลับอยู่ รวมถึงตนก็หลับพร้อมกับลูก ส่วนนายแบงค์ ได้เดินออกไปซื้อข้าว กระทั่งกลับมาที่ห้องสังเกตเห็นน้องไทม์หลับสนิทสภาพนอนคว่ำหน้า และมีผ้าขนหนูพันรอบคอและลำตัว จึงรีบกระชากผ้าออก ประกอบกับพบว่าอุจจาระราดใส่ที่นอนจำนวนมาก จึงรีบพลิกตัวออก ก่อนพบว่าน้องไทม์หน้าซีด หมดสติ และไม่มีลมหายใจ จึงรีบโทรฯ ไป 1669 เพื่อขอรถพยาบาล และทำการช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำแพทย์ โดยการปั๊มหัวใจ และเป่าปาก ขณะเป่าปาก พบมีน้ำมูกไหลออกจำนวนมาก กระทั่งพบว่าน้องเสียชีวิต

นางสาวโจ้ พี่เลี้ยงเด็ก เผยอีกว่า ขณะที่เลี้ยงดูน้องไทม์ เวลาแม่น้องเอาน้องมาส่งให้ช่วงเช้า 8 โมง และ 10 โมง บางวันพบว่าร่างกายน้องมีบาดแผล เป็นจุด รอยคล้ายบุหรี่จี้ ก็จะรีบถ่ายรูปส่งไปให้แม่น้องดูทันที รวมถึงเคยพบว่าเบ้าตาน้องเขียวเป็นจ้ำๆ แต่แม่น้องบอกว่า แผลมาจากของเล่นที่น้องเล่นซนเอง โดยเฉพาะแผลคล้ายรอยถูกบุหรี่จี้ แม่น้องกลับบอกว่า ถูกยุงกัดบ้าง แต่มี 1 ครั้ง ตนทำน้องตกจากเตียง แต่ก็รีบโทรฯ ไปแจ้งแม่น้องไทม์ทันที พร้อมกับส่งรูปไปให้ดูตลอด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นแพทย์ พบร่องรอยบาดแผลหลังใบหู ริมฝีปาก และรอยฟกช้ำที่เบ้าตา ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งร่างไปให้แพทย์ชันสูตรที่แผนกนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...