ThaiCBN ผนึกเครือข่าย ติวธุรกิจไทยรับกฎ ‘PPWR’ คุมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน
การส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศกำลังมีโจทย์เพิ่มขึ้น เมื่อสหภาพยุโรปออกกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation) หรือ ‘PPWR’ เพื่อยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ โดยกำหนดให้ผู้ผลิตใส่ใจตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังใช้งาน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดขยะ และนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) จึงร่วมกับ Thailand PPWR Consortium และพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน รวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เตรียมพร้อมรับกฎระเบียบดังกล่าว ด้วยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในงาน ‘Thailand PPWR Stronger Together: ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR’
รวมพลังรับกฎใหม่
‘ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์’ ประธานคณะกรรมการบริหาร ThaiCBN กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Thailand PPWR Consortium ซึ่งมีพันธมิตร อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย มีเป้าหมายเชื่อมโยงความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนปรับตัวและลดความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก
สำหรับ PPWR เป็นกฎระเบียบที่กำหนดแนวทางจัดการบรรจุภัณฑ์ให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้จริง
แนวทางดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพราะการจัดการบรรจุภัณฑ์ต้องพิจารณาตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง จนถึงการจัดการหลังใช้งาน หากลดการใช้วัสดุและนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ก็จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันยังช่วยให้ธุรกิจรักษาโอกาสในการส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป
คุมตั้งแต่ออกแบบถึงรีไซเคิล
ด้าน ‘ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล’ ผู้เชี่ยวชาญ MTEC สวทช. ในฐานะผู้แทน Thailand PPWR Consortium กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์เป็นข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการต้องผ่านก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) หรือการจำหน่ายให้ผู้บริโภค (B2C) หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ สินค้าก็อาจไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ แม้ตัวสินค้าจะมีคุณภาพดีก็ตาม
ข้อกำหนด PPWR ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าและสามารถรีไซเคิลได้จริง การเลือกวัสดุและจัดการสารเคมี การกำหนดสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล ไปจนถึงการทดสอบและประเมินเพื่อยืนยันว่าบรรจุภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนด
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและวิธีประเมินในหลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ผู้ประกอบการจึงอาจเผชิญความไม่แน่นอนในการตีความและเตรียมเอกสารให้ตรงตามเกณฑ์ Thailand PPWR Consortium จึงเข้ามาเป็นตัวกลางเชื่อมภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ สถาบันวิจัย ห้องปฏิบัติการ และหน่วยตรวจสอบรับรอง เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติ เครื่องมือ และระบบสนับสนุนที่จำเป็น ช่วยลดความสับสน ลดการทำงานซ้ำซ้อน และลดต้นทุนในการเตรียมความพร้อม
การทำงานแบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการนำไปปฏิบัติ การทดสอบและประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนด และนโยบายและการสื่อสาร
เร่งธุรกิจปรับตัว
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ThaiCBN และ Thailand PPWR Consortium จะร่วมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาแนวทางที่ธุรกิจนำไปใช้ได้จริง โดยเตรียมจัดกิจกรรม PPWR Intensive Workshop ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 ภายในงาน SX 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการประเมินความพร้อมของตนเอง ระบุจุดที่ต้องปรับปรุง และวางแผนจัดการบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งช่วยให้ธุรกิจไทยรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ลดความเสี่ยงในการส่งออก และยกระดับมาตรฐานการจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับของคู่ค้าต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในระยะยาว