โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจซาอุฯ หดตัวสองไตรมาสติด เซ่นสงครามตะวันออกกลาง

เดลินิวส์

อัพเดต 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 23.46 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จีดีพีซาอุดีอาระเบียไตรมาส 3 ลดลง 3.8% แม้ภาคเศรษฐกิจนอกน้ำมันยังขยายตัว แต่การผลิตและส่งออกน้ำมันเผชิญแรงกดดันจากสงครามในภูมิภาค ขณะที่การโจมตีของกลุ่มฮูตีกระทบการเดินทางและกิจกรรมทางธุรกิจ เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่าข้อมูลเบื้องต้นของสำนักงานสถิติแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง แม้การหดตัวชะลอลง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

แม้ตัวเลขดังกล่าวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ซึ่งเศรษฐกิจหดตัว 4.7% แต่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส โดยภาคเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมันยังขยายตัว 1.9% ซึ่งเป็นภาคส่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47.21 ล้านล้านบาท)

ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคน้ำมันหดตัว 20.4% แม้ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลง 24.8% โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอาหรับกำลังเผชิญ จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน 8 เดือน และความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรต่อประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลกระทบต่อการสูบและส่งออกน้ำมัน อีกทั้งการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังติดขัด แม้ซาอุดีอาระเบียจะพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่งไปยังท่าเรือในทะเลแดง

ข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวยังครอบคลุมช่วงที่ท่อส่งน้ำมันต้องหยุดชั่วคราวเมื่อเดือน ก.ย. หลังเกิดการโจมตีหลายระลอก และจัดทำขึ้นก่อนการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะกลับมาอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม รวมถึงก่อนความตึงเครียดกับกลุ่มฮูตีจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่การโจมตีทางอากาศหลายครั้งของกลุ่มกบฏฮูตีในเดือน ต.ค. ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศเข้าและออกจากกรุงริยาด ทำให้กิจกรรมสำคัญหลายรายการต้องเลื่อนออกไป และย่านธุรกิจการเงินหลักของเมืองต้องปิดทำการโดยพฤตินัย

แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า ฐานะการคลังและเส้นทางส่งออกน้ำมันสำรองช่วยลดความเสียหายจากสงครามอิหร่าน และซาอุดีอาระเบียยังมีความพร้อมรับมือวิกฤติมากกว่าประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซีย แต่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนเริ่มกังวลต่อผลกระทบที่ลุกลามไปยังเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมัน

ก่อนความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลซาอุดีอาระเบียปรับเพิ่มคาดการณ์การขาดดุลงบประมาณปี 2569 เป็น 4.9% ของจีดีพี และประเมินว่าเศรษฐกิจทั้งปีอาจหดตัว 3.6% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2563.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...