โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง : ทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัยหลังกรณีคนถูกตัดเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต

Khaosod

อัพเดต 18 ต.ค. 2564 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 18.10 น.

หลังมีกรณีที่คนจำนวนมากออกมาร้องเรียนว่าถูกตัดเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หลายคนกำลังรู้สึกกังวลใจว่าเงินตัวเองในบัญชีธนาคารจะปลอดภัยไหม ยังควรทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์อยู่หรือเปล่า

เบื้องต้นผู้เกี่ยวข้องพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า ขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้

บีบีซีไทยรวบรวมข้อแนะนำจากธนาคารต่าง ๆ ในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ให้ปลอดภัย

ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งอย่างไรให้ปลอดภัย

รหัสผ่าน

เราอาจจะได้ยินคำแนะนำเรื่องรหัสผ่านหรือพาสเวิร์ดบ่อยครั้ง แต่ใครบ้างที่ตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนและหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เป็นประจำจริง ๆ การเปลี่ยนรหัสผ่านสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลได้ และเราไม่ควรใช้ตัวเลขที่คาดเดาได้ง่าย เช่น วันเกิด หมายเลขโทรศัพท์ หรือบ้านเลขที่

นอกจากนี้ เวลาเราเข้าเว็บไซต์ เมื่อพิมพ์รหัสผ่านเสร็จแล้ว ไม่ควรให้คอมพิวเตอร์เราจำรหัสผ่านให้ ควรพิมพ์เองใหม่ทุกครั้ง แล้วพอทำธุรกรรมทางการเงินเสร็จต้องออกจากระบบด้วย

ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งอย่างไรให้ปลอดภัย

คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

เวลาทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ และระมัดระวังเวลาเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi เครือข่ายสาธารณะหรือเครือข่ายที่อาจไม่ปลอดภัย เช่น ในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่

แต่การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวก็ไม่ใช่ไม่มีความเสี่ยงเลย เมื่อเราใส่ข้อมูลไปแล้ว อาจมีไวรัสในเครื่องคอยดักจับเอาข้อมูลเราไปได้ เพราะฉะนั้นจึงควรใช้ซอฟต์แวร์สแกนไวรัสบ่อย ๆ

ใช้บริการ SMS

หลายคนที่ออกมาร้องเรียนจากกรณีล่าสุดรู้ตัวเร็วว่าเกิดความผิดปกติก็เพราะสมัครบริการข้อความสั้น หรือ SMS กับทางธนาคารไว้ ทุกครั้งที่เราทำธุรกรรมทางการเงินเสร็จ เช่น เมื่อเราโอนเงินออกจากบัญชี จะมีข้อความ SMS หรืออีเมล ส่งมาแจ้งเตือน และหากมีการถอนเงินหรือโอนเงินอย่างผิดปกติ เราก็จะรู้ตัวทันทีและสามารถแจ้งเรื่องไปยังธนาคารได้

นอกจากนี้ เราอาจจะตั้งวงเงินในการโอนและถอนไว้ด้วยก็ได้ว่าทำสูงสุดแต่ละครั้งได้แค่เท่าไหร่ หากมีกรณีการขโมยข้อมูลไป เงินบัญชีเราจะได้ไม่หายไปหมด

อย่าไว้ใจ

ในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าผู้ใช้อาจได้รับข้อความ SMS มาแล้วกดลิงก์เข้าไปดู หรืออาจชอบไปดาวน์โหลดคลิปที่ไม่น่าไว้ใจ ซึ่งนำมาซึ่งมัลแวร์ เป็นไวรัสเข้าไปติดตั้งอยู่ในเครื่อง

นอกจากไม่ควรกดลิงก์ลักษณะดังกล่าวแล้วก็ต้องระวังข้อความ SMS ที่หน้าตาเหมือนมาจากธนาคารที่หลอกล่อให้เรากดลิงก์เข้าไปด้วย การหลอกลวงดังกล่าวอาจเป็นการพยายามล้วงข้อมูลที่เรียกกันว่า ฟิชชิง หรือ "phishing" ซึ่งพ้องเสียงจากคำว่า "fishing" หรือการตกปลา เพราะว่าอาชญากรทางไซเบอร์กำลังจะล่อเหยื่อด้วยการส่งเว็บไซต์หรืออีเมลปลอม หากไม่แน่ใจ เราก็ควรโทรถามศูนย์บริการของธนาคารนั้น ๆ เลย

นอกจากนี้ เวลาเราเลือกซื้อของออนไลน์ ก็ควรเลือกซื้อกับร้านที่ดูไว้ใจได้ มีระบบรักษาความปลอดภัย อย่างเช่นแบบที่ต้องให้เรายืนยันเลข OTP ซึ่งจะส่งมาทางมือถือเราเพื่อเป็นการยืนยันอีกขั้น

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...