โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

18 มิ.ย. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของ มช.

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2566 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2566 เวลา 04.54 น. • Chiang Mai News

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ.2501 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนา

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ

วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ภารกิจสำคัญในลำดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คือ การผลิตบัณฑิตออกไปเป็นกำลังของประเทศชาติ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้วางรากฐานให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวไว้ว่า ไม่มีอะไรน่าเศร้าเท่ากับการสร้างบัณฑิตขึ้นมาแล้วหางานทำไม่ได้ เพราะไม่มีใครต้องการ ดังนั้น ก่อนที่จะกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนใน พ.ศ. 2504-2505 จึงได้มีการสำรวจความต้องการทางการศึกษาของประชาชนในภาคเหนือ ได้แก่ กลุ่มนักเรียน ผู้ปกครอง ศึกษาธิการอำเภอ และเจ้าหน้าที่ แนะแนวว่าอยากให้บุตรหลานเรียนวิชาใดในมหาวิทยาลัย พบว่าสาขาวิชาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ อักษรศาสตร์ ตามด้วยแพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ได้มีการสำรวจ ความต้องการของตลาดงานในจังหวัดของภาคการศึกษาภาค 8 ผลก็คือ มีความต้องการบัณฑิตในสาขาพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมากที่สุด ตามด้วยวิชาการศึกษา เกษตรศาสตร์ และแพทยศาสตร์ เมื่อได้ประมวลความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนกำลังคน และกำลังเงินแล้ว ใน พ.ศ. 2507 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เริ่มต้นเปิดสอนใน 3 คณะวิชา ได้แก่ คณะมนุษยศาสตร์ (จัดสอนวิชาอักษรศาสตร์) คณะวิทยาศาสตร์ (จัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เตรียมแพทยศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การเกษตร) ซึ่ง 2 คณะนี้ เป็นรากฐานของการศึกษาในแขนงวิชาชีพชั้นสูง นอกจากนี้ ยังมีการเปิดสอนในคณะสังคมศาสตร์ (จัดสอนวิชาเศรษฐศาสตร์, พาณิชยศาสตร์และการบัญชี) ซึ่งสอดคล้องตามความต้องการของตลาดงานในพื้นที่ ต่อมาใน พ.ศ. 2508 จึงได้โอนคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มาสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นคณะที่ 4

ในยุคแรกของการก่อตั้ง มช. ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ช่วยกันประคับประคอง “สมบัติอันล้ำค่า” นี้ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักศึกษา มช. ที่คนเชียงใหม่ให้ความเอ็นดูเหมือนลูกหลาน จนกระทั่งบัณฑิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สำเร็จการศึกษาและเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรใน พ.ศ. 2509 ความสำเร็จของบัณฑิต มช. จึงเท่ากับเป็นหมุดหมายความสำเร็จของชาวเชียงใหม่และผู้คนที่ครั้งหนึ่งอาจเป็นผู้ตอบกระทู้ในคอลัมน์ออกข่วงด้วย

ข้อมูล/ภาพ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...