โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2566 เวลา 04.32 น.
ใส่คำบรรยายภาพ “ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 8 ปีสำหรับคู่ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องลูกว่า ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะมีทายาท เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้” อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต” หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”
ใส่คำบรรยายภาพ “ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 8 ปีสำหรับคู่ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องลูกว่า ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะมีทายาท เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้” อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต” หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”
ใส่คำบรรยายภาพ “ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 8 ปีสำหรับคู่ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องลูกว่า ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะมีทายาท เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้” อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต” หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”
ใส่คำบรรยายภาพ “ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 8 ปีสำหรับคู่ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องลูกว่า ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะมีทายาท เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้” อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต” หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”
ใส่คำบรรยายภาพ “ท็อป พิพัฒน์” ไม่เปลี่ยนใจมีลูก ชี้ไม่อยากผลักภาระให้เด็ก รับวางแผนเกษียณไว้แล้ว อีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 8 ปีสำหรับคู่ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา กับ ท็อป พิพัฒน์ ที่ตอนนี้มีความสุขกับการทุ่มเททำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ทั้งยังวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ ล่าสุดฝ่ายชายได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องลูกว่า ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะมีทายาท เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากมีลูก ณ ตอนนี้วางแผนอนาคตวัยเกษียณอย่างไร? “ผมไม่มีลูกครับ ผมก็วางแผนเรื่องการเงินไว้เรียบร้อย คือผมจะรู้ว่าในปีหนึ่งผมต้องหาเงินให้ได้เท่าไหร่ แล้วผมจะเกษียณอายุเท่าไหร่ แล้วพอผมเกษียณผมอยากทำอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่ผมเกษียณแล้ว ผมจะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ การดูแลสุขภาพก็มีซื้อประกันเอาไว้เพื่อรออนาคตเรียบร้อย เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราอยากมีชีวิตหลังเกษียณที่มันแฮปปี้ ณ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยทำให้เรารู้ว่าปีหนึ่งต้องทำอะไร แล้วให้ได้เงินประมาณเท่าไหร่ แล้วพอได้เงินเท่านั้นผมก็พอแล้ว ผมวางแผนเกษียณประมาณ 65 อีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ 40 กว่าแล้ว ตอนนี้ผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นงานที่รักด้วย มันอาจจะทำเลยเกษียณแต่ว่าบทบาทที่ทำอยู่ตอนนี้ เราพยายามบิลด์บริษัทให้เป็นเหมือนสตาร์ตอัพด้วย และเป็นโซเชียลอินเตอร์ไพรส์ด้วย ก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยช่วงนี้” อยากจะรับเด็กมาเลี้ยงมั้ย? “ไม่ครับ คงไม่ได้จะดูแลเด็ก แต่ว่าอาจจะมีสัตว์เลี้ยงในอนาคต” หลายคู่เคยบอกไม่อยากมี แต่ก็เปลี่ยนใจมี แล้วคู่เราไม่มีเปลี่ยนใจเหรอ? “ผมไม่เปลี่ยนใจแล้ว เหมือนกับผมทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในวันที่ผมเลือกว่าผมสนใจเรื่องนี้ ผมทำเรื่องนี้จริงจังมาเรื่องเดียวเลย เวลาที่ผมตัดสินใจอะไรเราคิดมาทั้งหมดดีแล้ว วันนี้ก็เลยคิดว่าเรื่องลูกที่ได้ถามกันมาตลอด ผมไม่เปลี่ยนใจ และคิดว่าคงจะไม่เปลี่ยนใจครับ ผมวางแผนมาแล้ว ผมรู้สึกว่าเด็กไม่ควรที่จะต้องมีหน้าที่มาเลี้ยงผมตอนแก่ คือผมว่ามันดูแล้วเหมือนผลักภาระเกินไป ผมคิดเองนะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดจะมีลูกเพื่อหวังว่าจะให้เขามาเลี้ยงเราตอนแก่ ผมว่าคงไม่ใช่ ผมก็เคารพในการตัดสินใจความคิดเห็นที่แตกต่างของน้องๆ ในออฟฟิศ ถ้าเกิดผมยิ่งอายุมากขึ้น แล้วถ้าผมมีลูกอีก ผมว่าระยะห่างช่องว่างบางอย่างมันอาจจะไม่ได้สนุกมาก ถ้าเกิดเราคุยกันบางเรื่องที่อาจจะไม่แน่ใจ แต่ว่า ณ วันนี้พอไม่มีปุ๊บก็ไม่ต้องซีเรียส(ยิ้ม)”
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...