โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ออมสินโชว์ความสำเร็จ Social Bank สร้างเม็ดเงินกว่า 55,400 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 11.19 น.
วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสินโชว์ความสำเร็จการเป็น Social Bank ดำเนินการด้าน ESG สร้าง Social Impact มูลค่ารวมกว่า 55,400 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเร่งเปิดตัวบริษัทน็อนแบงก์-เร่งขยายเป้าการปล่อยสินเชื่อ “มีที่ มีเงิน” พร้อมตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% ในปี 2573

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2563-2566 จากการดำเนินงานด้าน ESG in Action ธนาคารสามารถได้มีการดำเนินงานด้าน ESG และได้สร้าง Social Impact ประเมินมูลค่ารวมกว่า 55,400 ล้านบาท

โดยด้าน E คือ เรื่องของสิ่งแวดล้อม ธนาคารได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ช่วยขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ สินเชื่อ GSB for BCG Economy สินเชื่อ Green Biz, Green Home Loan และสินเชื่อบุคคล GSB Go Green รวมถึงการจัดจำหน่าย ESG Bond ที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของตราสารหนี้ภาครัฐที่มีวงเงินจัดจำหน่ายรวม 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ธนาคารได้กำหนดให้มีการใช้ ESG Score มาใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีวงเงินกู้ 500 ล้านบาทขึ้นไป

ด้าน S คือเรื่องของสังคม ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ธนาคารให้ความสำคัญ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้ากลุ่มฐานราก โดยเน้นดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่

1) การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ หรือ Financial Inclusion โดยการปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและกลุ่มฐานรากได้แล้วกว่า 3.2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าใหม่ทั้งหมดและเป็นผู้ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบเพราะมีเครดิตต่ำหรือไม่มีเครดิตทางการเงินมาก่อน

ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนกว่า 48,000 ราย ก็ได้รับการเติมทุนเสริมสภาพคล่องเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท ให้สามารถนำไปประคองธุรกิจและฟื้นฟูกิจการ

2) การปรับโครงสร้างดอกเบี้ยตลาดให้เป็นธรรม ผ่านการเข้าทำธุรกิจสร้างการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งช่วยลดโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจนี้ลงมาอยู่ที่ 16-18%

รวมถึงการปล่อยสินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้ ซึ่งประสบความสำเร็จนำไปสู่การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนกว่า 25,000 ล้านบาท

3) การสร้างงานสร้างอาชีพ พัฒนาเพิ่มทักษะอาชีพแก่ประชาชนได้มากกว่า 300,000 ราย ให้เงินทุนประกอบอาชีพมากกว่า 140,000 ราย และสร้างช่องทางการขายแล้ว 25,000 ร้านค้า ผ่านกิจกรรมของโครงการยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น โครงการออมสินxอาชีวะสร้างอาชีพสู่ชุมชน

ด้าน G คือเรื่องของธรรมาภิบาล ธนาคารได้ดำเนินกิจการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยึดมั่นในการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ผ่านกระบวนการปรับลดงบประมาณองค์กรลงเกือบ 25% ต่อปี ยังมีการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการทำธุรกิจ

อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของธนาคาร โดยได้เพิ่มปริมาณเงินสำรองทั่วไปได้มากกว่า 46,000 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 3 ปี

ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังของปี 2566 ธนาคารเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนตามนโยบายกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัวบริษัทน็อนแบงก์ (Nonbank) ภายในไตรมาส 4 เพื่อเข้าแข่งขันลดดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ให้บริการสินเชื่อรายย่อยได้ครอบคลุมความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยใช้ Alternative Data อนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชั่น ทำให้กระบวนการปล่อยสินเชื่อทำได้ง่ายขึ้น พร้อมเร่งขยายเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อของบริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด ให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายในปีนี้ 7,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างการเตรียมประกาศเป้าหมาย GSB Net Zero Target อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 50% ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050)

วิทัย รัตนากร ผอ.ออมสิน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...