โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตราด” ชื่อนี้มาจากไหน เมืองตราดพบในบันทึกตั้งแต่เมื่อใด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 01.30 น.
ต้นกราด หรือ ต้นยาง ภาพจากหนังสือประวัติศาสตร์เมืองตราด (ที่มา : ผศ.ดร. เภสัชกรหญิงสุดารัตน์ หอมหวล)

ตราด ชื่อนี้มาจากไหน? เมืองตราดพบในบันทึกตั้งแต่เมื่อใด

ตราด เป็นชื่อของจังหวัดสุดเขตแดนตะวันออกของประเทศ ที่ครั้งหนึ่งถูกยึดครองโดยฝรั่งเศส (หลังจากที่ฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเมืองจันทบุรี) และทางการไทยต้องสละสิทธิ์ในดินแดนมณฑลบูรพา อันประกอบด้วย พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อแลกกับ “ตราด” ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทางทะเลเมืองหนึ่งของชาติกลับมา แล้ว ตราด ชื่อนี้มาจากไหน?

แม้ชื่อจังหวัด “ตราด” ไม่ปรากฏที่มาอย่างชัดเจน แต่มีข้อสันนิษฐานที่น่าเชื่อถือ ที่คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ เรียบเรียงไว้ใน “วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดตราด” (กรุงเทพฯ : คุรุสภา, 2543) ดังนี้

พระครูคุณสารพิสุทธิ์ [พระวิมลเมธาจารย์ (เจ้ง จันทสโร)] สันนิษฐานไว้ว่า ตราด เพี้ยนมาจากคำว่า ‘กราด’เนื่องจากที่ตั้งเมืองในปัจจุบันเป็นท่าราบว่างเปล่า แม่น้ำบางพระได้พัดพาเอาต้นกราดมาติดที่ดอนนี้ จึงมีผู้นำมาตั้งเป็นชื่อเมือง เรียกว่า เมืองกราด [สั่งเน้นคำโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

ส่วนพระราชเขมากร (ปกรณ์ เขมากโรทัย) เจ้าคณะจังหวัดตราด ได้สันนิษฐานว่า ได้รับคำบอกเล่าจากพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งว่า คำว่า ‘ตราษ’ เป็นภาษาเขมร หมายถึงไม้ยางซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองที่มีขึ้นอยู่ทั่วไป ในสมัยก่อนในท้องที่ของจังหวัดตราดมีไม้ยางอยู่มาก [สั่งเน้นคำโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

เมื่อสืบค้นในพจนานุกรม Dictionaire Vieux Khmer-Francais-Anglais on old Khmer-French-English Dictionary ปรากฏคำว่า “ตฺราจ” ในภาษาเขมรโบราณ และภาษาเขมรปัจจุบันว่า “ตฺราจ” เป็นชื่อต้นไม้ที่มีน้ำยางเรียกว่าต้นตราจ

พบชื่อเมืองตราด เมื่อใด

ชื่อเมือง “ตราด” ปรากฏหลักฐานเก่าแก่ที่สุดตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ใน “พระทำนูน (พระธรรมนูญ)” ซึ่งเป็นพระไอยการหนึ่งในกฎหมายตราสามดวง กฎหมายพระทำนูนนี้ตราขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อมหาศักราช 1544 ตรงกับพุทธศักราช 2167 ระบุว่า

ตราเจ้าพญาธรรมราชเดชชาติอำมาตยานุชิดพิพิทวรวงษพงษภักตยาธิเบศวะราธิบดี ศรีรัตนราชโกษาธิบดีอไภยพิริยบรากรมภาหุได้ใช้ตราบัวแก้ว ถ้ามีพระราชโองการให้ข้าราชการผู้มีความชอบไปรั้ง ไปครองเมืองณะหัววเมืองขึ้นแก่โกษาธิบดี คือ เมืองจันทบูรรณ เมืองตราดเมือง ระยอง เมืองบางลมุง เมืองนนทบุรี เมืองสมุทประการ เมืองสมุทสงคราม เมืองสาครบุรี มีตราไปตั้งเจ้าเมืองปะหลัดรองปะหลัดณะหัววเมืองซึ่งขึ้นแก่โกษาธิบดีนั้น แลมีตราไปเอากิจราชการ แลกิจศุขทุกขถ้อยความณะหัววเมืองซึ่งขึ้นแก่โกษาธิบดีนั้น แลนำตราเจ้าพนักงานไปตั้งกรมการ แลตั้งนายอากอรนายขนอนทังปวง [เน้นโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

ต่อมาสมัยธนบุรี เมืองตราดปรากฏนามในเอกสารว่า “บ้านบางพระ” หรือบางครั้งเรียกว่า “เมืองทุ่งใหญ่” ซึ่งยังจะปรากฏการใช้ชื่อนี้ในเอกสารบางฉบับสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ชื่อ “เมืองตราษ” ปรากฏครั้งแรกใน “จดหมายเหตุปูมบำเหน็จรัชกาลที่ 1” ว่า

แลข้าทูลอองธุลีพระบาท ซึ่งโดยเสด็จพระราชดำเนินทำการสงครามมีความชอบมาแต่หลังนั้น อนึ่งขนบบูระราชประเพณีแต่ก่อนหัวเมือง 1, 2, 3, 4, ฝ่ายเหนือขึ้นแก่สมุหนายก ฝ่ายหัวเมือง 1, 2, 3, 4, ปากใต้ขึ้นแก่สมุหพระกระลาโหม แลว่าสมุหกระลาโหม แต่ก่อนเปนโทษจึงยกหัวเมืองปากใต้มาขึ้นแก่กรมท่า ก็ล่วงโทษล่วงกษัตราธิราชเนิ่นนานมาแล้ว ครั้งนี้สมุหพระกระลาโหมมีความชอบ ฝ่ายกรมท่าก็มีความชอบ แลจะแบ่งหัวเมืองปากใต้ให้ขึ้นกระลาโหมบ้างคงอยู่กรมท่าบ้าง

ให้คงขึ้นกรมท่า เมืองนนทบุรีย์ 1 เมืองสมุทปราการ 1 เมืองสาครบุรีย์ 1 เมืองชลบุรีย์ 1 เมืองระยอง 1 เมืองบางลมุง 1 เมืองจันทบุรีย์ 1 เมืองตราษ1 รวม 8 หัวเมือง เมืองขึ้นมหาดไทยยกมาขึ้นกรมท่า เมืองสมุทสงคราม 1 รวม 9 หัวเมือง [เน้นโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏชื่อ “เมืองตราษ” ในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 จ.ศ. 1206 (พ.ศ. 2387) เรื่อง “หนังสือไปถึงเมืองตราษว่าด้วยเกลือไม่ส่งไปเมืองพนมเปน” และจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 จ.ศ. 1207 (พ.ศ. 2388) เรื่อง “ใบบอกเรื่องราชการลับเมืองเขมร” โดยเรียกว่า “เมืองตราษ”

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรากฏการใช้คำว่า “ตราษ” และ “ตราด” ดังปรากฏในราชกิจจานุเบกษารัชกาลที่ 4 ซึ่งพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2401-2402 และในประชุมประกาศรัชกาลที่ 4

ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชื่อของ “เมืองตราด” ยังคงมีการใช้ว่า “เมืองตราด” หรือ “เมืองกราด”

จนถึงปี พ.ศ. 2470 ในสมัยที่พระยาอินทราบดีเป็นสมุหเทศาภิบาล จึงใช้ชื่อ “เมืองตราด” เพียงชื่อเดียว ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “จังหวัดตราด” และใช้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เป็นคำตอบได้ว่า ตราด ชื่อนี้มาจากไหน…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้เขียนเก็บความจาก รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ. ประวัติศาสตร์เมืองตราด, เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้อำนวยการจัดทำ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, จัดทำโดย กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม บมจ.มติชน, พ.ศ. 2565

เผยแพร่ในระบบออนไลนครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ตราด” ชื่อนี้มาจากไหน เมืองตราดพบในบันทึกตั้งแต่เมื่อใด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...