โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'อาหารแช่แข็ง' เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!

BT Beartai

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 11.02 น.
'อาหารแช่แข็ง' เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!

ในยุคสมัยที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด แม้แต่จะหากับข้าวรับประทานแต่ละมื้อยังแทบไม่มีเวลา แน่นอนว่า ‘อาหารแช่แข็ง’ คือทางเลือกสำหรับคนที่นาน ๆ ทีจะออกจากบ้านไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน หรือคนที่ไม่ทำกับข้าวก็อาจจะหันไปเลือกซื้ออาหารแช่แข็งแบบปรุงสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมเก็บได้นาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งจนกลายเป็นกิจวัตรเช่นนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณมากมาย หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง!

อาหารแช่แข็งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร ?

อาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่หลากหลายอาจรวมถึง ผักดิบ อาหารจานหลักพร้อมรับประทาน ของว่างขนาดพอดีคำ เนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในวิธีการผลิต การเก็บรักษา รวมไปถึงการบริโภคด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น ความพร้อมในการใช้งาน ความสะดวก รสชาติ เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้คืออาหารแช่แข็งไม่สามารถดีไปกว่าอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงสดใหม่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรรับประทานอาหารแช่แข็ง

1.อาจทำให้ความดันโลหิตสูง

โซเดียมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกลือ เป็นที่รู้กันว่าทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น การศึกษาอ้างว่าอาหารแช่แข็งมีปริมาณโซเดียมสูงจึงสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ การรับประทานโซเดียมมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด

2.ไม่ดีต่อหัวใจ

ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และยังเชื่อมโยงกับหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งไขมันทรานส์นั้นสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง ไขมันนี้จะไปลดคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งหมดนี้จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงได้

3.ลดคุณค่าทางโภชนาการ

คุณค่าทางโภชนาการของอาหารในขณะที่แช่แข็งจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนั้นดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตราย โดยการแช่แข็งอาหารเป็นเวลานานอาจทำลายวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในอาหารได้ ดังนั้นอาหารแช่แข็งจึงไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่าอาหารสด

4.มีสารกันบูดปริมาณสูง

เพื่อให้อาหารเหล่านี้รับประทานได้ และปลอดภัยสำหรับการเก็บไว้บริโภคเป็นเวลานาน จึงมีการเติมสารกันบูดและส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อให้อาหารรับประทานได้แม้จะเก็บไว้นาน สารกันบูดเหล่านี้ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ดังนั้น ควรรับประทานอาหารปลอดสารกันบูดจะดีกว่า

5.อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

อาหารแช่แข็งมีปริมาณไขมันสูง โดยอาหารเหล่านี้มีแคลอรีสูงเนื่องจากสัดส่วนของโปรตีนในอาหารนั้นต่ำมาก เช่น ขนมขบเคี้ยวแช่แข็งขนาดพอดีคำที่ผ่านการทอด ไส้กรอกแช่แข็ง เป็นต้น ซึ่งล้วนไม่ดีต่อสุขภาพแถมทำให้อ้วนได้ง่าย

6.เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

อาหารแช่แข็งถนอมอาหารด้วยแป้ง โดยแป้งนี้จะช่วยในการให้รสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหาร ก่อนที่แป้งจะถูกย่อยเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ซึ่งคุณอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

7.เสี่ยงโรคมะเร็ง

การรับประทานอาหารแช่แข็งมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งบ่อย ๆ อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน ยกตัวอย่าง ไส้กรอกแช่แข็งสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้มากกว่า 65% นอกจากนี้ น้ำเชื่อมข้าวโพด ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส อาจมีแนวโน้มในการก่อมะเร็งด้วยเช่นกัน

การกินอาหารแช่แข็งมีผลกระทบต่อสุขภาพมากมาย คุณควรหลีกเลี่ยงการบรรจุอาหารแช่แข็ง และเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่แทน เพราะการกินอาหารที่ร้อน และสดใหม่จะช่วยป้องกันร่างกายของคุณจากโรคต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแช่แข็ง

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารแช่แข็งในบางโอกาสจริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวลใจถ้าในทุกวันคุณมีพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ การรับประทานอาหารแช่แข็งเพียงไม่กี่ครั้งจึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

ที่มา onlymyhealth , healthshots , ndtv

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...