โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ทุเรียนเบญจพรรณ ตราด ออร์เดอร์ทะลุ พ่อค้าจีนบุกซื้อในสวน ทำออนไลน์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 พ.ค. 2566 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2566 เวลา 02.00 น.

ปี 2566 จะเป็นปีทองทุเรียนปีที่ 8 ด้วยการเปิดฤดูกาลทุเรียนด้วยราคาที่รุนแรง กระดุมกิโลกรัมละ 310-320 บาท ชะนี 180-190 บาท หมอนทอง 200-220 บาท ปี 2566 ทุเรียนภาคตะวันออกจะมีปริมาณ 756,465 ตัน เป็นของจันทบุรี 507,901 ตัน ระยอง 158,137 ตัน ตราด 90,427 ตัน

จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกและพื้นที่ให้ผล ท่ามกลางกระแสการบริโภคทุเรียนทั้งในและต่างประเทศ (จีน) ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ปริมาณความต้องการของจีนยังคงสูงและหมอนทองยังคงครองตลาดได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการบริโภคทุเรียนของจีนเริ่มมองหา “ทุเรียนเบญจพรรณ” ที่มีความต่างและรสชาติอร่อยเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับตลาดบริโภคคนไทย ทำให้ตลาดทุเรียนเบญจพรรณเติบโตและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จังหวัดตราดที่ได้ชื่อว่าทุเรียนสุกก่อนที่อื่น ปีนี้ชาวจีนบุกซื้อถึงสวนรับซื้อไม่อั้น

“สวนทุเรียนหลงบูรพา” เริ่มสายพันธุ์หลัก สู่ทุเรียนเบญจพรรณ

คุณกรีฑา งาเจือ หรือ เฟิร์น และคุณณัฐวรรณ์ แปลงดี หรือน้องหนู เจ้าของสวน “หลงบูรพา” เลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด คุณกรีฑา เล่าว่า สวนทุเรียนทำต่อจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ เดิมเป็นพันธุ์ชะนี และเมื่อมารับช่วงต่อจากพ่อ-แม่ ได้ปลูกสายพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ก้านยาว หมอนทอง และได้ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนออกไปอีก 6-7 แปลง โดยตั้งชื่อว่า “สวนหลงบูรพา” แต่ละแปลงจะมีทั้งปลูกสายพันธุ์หลัก กระดุม พวงมณี ชะนี หมอนทอง และระยะหลังได้ทดลองนำพันธุ์ใหม่ๆ ที่ได้ความนิยม และพันธุ์โบราณของไทยที่ชิมดูแล้วชอบมาปลูก ที่ได้ผลแล้ว คือ หลงลับแล เม็ดในยายปราง (นกกระจิบ) นวลทองจันทร์ ดาวกระจาย กบพิกุล กบสุวรรณ รวมทั้งพันธุ์ลูกผสม จันทบุรี 2 มาจากชะนีและพวงมณี และพันธุ์ของเพื่อนบ้านที่ได้รับความนิยม มูซานคิง หนามดำ (โอฉี่) คาดว่าจะทยอยให้ผลเรื่อยๆ ใน 1-2 ปีนี้

จากที่ตั้งของสวนหลงบูรพาขนาด 40 ไร่เศษ แปลงที่ ตำบลอ่าวใหญ่ และตำบลอ่าวช่อ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด อยู่ในภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดทะเลมีลมพัดเข้าถึง 2 ด้าน พื้นดินเป็นดินปนทราย เป็นความเหมาะสมของดินและอากาศทำให้ทุเรียนที่นี่ออกเร็วกว่าที่อื่น 15-20 วัน และหากมีการทำสารเร่งสุกจะเร็วกว่า 20-30 วัน ปีนี้เริ่มแก่ตัดได้เดือนกุมภาพันธ์ และตัดทั้งหมดสิ้นทุกแปลงเดือนมีนาคม ในขณะที่ทุเรียนทั่วไปเพิ่งจะเริ่มออกกลางมีนาคมและมีปริมาณมากช่วงกลางเดือนเมษายน ทำให้ได้ราคาสูง เช่น กระดุม กิโลกรัมละ 300-310 บาท ชะนี 180-190 บาท หมอนทอง 200-220 บาท ในขณะที่เมื่อเริ่มฤดูกาลทั่วไป กระดุมจะราคากิโลกรัมละ 250-270 ชะนี 170-180 บาท หมอนทอง 200-220 บาท โดยการขายจะมีพ่อค้าขาประจำมาเหมาซื้อในสวน โดยที่เราผู้ขายจะเป็นคนกำหนดราคาเอง พ่อค้าพอใจจะซื้อที่ผ่านมาเป็นพ่อค้าประจำที่รับซื้อทั้งหมด ในขณะที่ทุเรียนเบญจพรรณเปิดตลาดออนไลน์ลูกค้าจองหมดไม่เพียงพอกับตลาด

เบญจพรรณ ขายออนไลน์ จีนบุกซื้อถึงสวน

คุณณัฐวรรณ์ เล่าว่า ทุเรียนเบญจพรรณจะทยอยออกมา 7-8 ปีแล้ว แรกๆ มีปริมาณไม่มากนักจะทำออนไลน์เอง โดยการโพสต์เฟซบุ๊กและให้ลูกค้าสั่งจองเข้ามา ก่อนที่จะมีผลผลิตออก เมื่อมีคนรู้จักมากขึ้นจะมีพ่อค้าออนไลน์เข้ามาเหมาซื้อประจำเพื่อไปขายลูกค้าออนไลน์ต่อ ตลาดทุเรียนเบญจพรรณเติบโตดี เพราะเป็นทุเรียนที่หายาก รสชาติอร่อยต่างจากทุเรียนพันธุ์หลัก และที่นี่จะตัดทุเรียนแก่จัดสุก 100% ไม่เกิน 2-3 วันสุกทานได้ ที่ทำตลาดไปแล้ว มีหลงลับแล หลินลับแล พวงมณี เม็ดในยายปราง กบสุวรรณ กบชายน้ำ และปีนี้เป็นปีแรกที่ปริมาณมาก 1,000-2,000 ตัน มีนายหน้าพาชาวจีนมาติดต่อขอซื้อเหมาส่งเครื่องบินไปขายตามห้าง กลุ่มเป้าเหมายเป็นกลุ่มพรีเมี่ยม ชอบลูกเล็กขนาดลูกละ 2-2.5 กิโลกรัม

ช่วงเวลาที่ให้ผลผลิตออกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม หลังตัดกระดุมปลายเดือนกุมภาพันธ์จะมีเม็ดในยายปราง ดาวกระจาย สาลิกา ต่อจากนั้นกลางเดือนมีนาคมจะเป็นหลงลับแล กบสุวรรณ กบพิกุล ทุเรียนเบญจพรรณมีความอร่อย ความพิเศษต่างไปจากหมอนทอง อย่างหลงลับแลที่นี่ลูกเล็กกว่าทางจังหวัดอุตรดิตถ์แต่มีกลิ่นหอม เม็ดในยายปรางลักษณะเนื้อแห้งเหลืองสวย เนื้อเยอะเนื้อละเอียดเนียนเหนียว เม็ดลีบรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ ช่วงฝนแล้งทำให้เนื้อทุเรียนแห้ง ทุเรียนเบญจพรรณลูกเล็กเมื่อก่อนอาจจะถูกปัดเป็นทุเรียนตกไซซ์จริงๆ สวนหลงบูรพาตัดแก่จัดสุก 100% ไม่เกิน 2-3 วันสุก ทำให้น้ำหนักหายไปมาก จึงกำหนดราคาสูงกว่าการซื้อเหมาของพ่อค้าที่ส่งออก

“ความนิยมทุเรียนเบญจพรรณ นอกจากหมอนทอง ปี 2566 ตลาดจีนต่างประเทศเริ่มให้ความสนใจ เข้ามาหาซื้อในสวน ที่สวนหลงบูรพา เราจะกำหนดราคาขายทุเรียนทุกพันธุ์เองโดยราคาทุเรียนเบญจพรรณไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 300 บาท ถ้าผู้ซื้อหรือพ่อค้าพอใจ จะตกลงซื้อขายกัน แต่บางครั้งการขายเหมาจำนวนมาก อาจจะราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท เพราะตัดแก่ 70-80% ตลาดออนไลน์ในประเทศกิโลกรัมละ 300-350 บาท ตอนนี้หลงลับและตัดปลายๆ เดือนมีนาคมนี้ลูกค้าประจำจองออร์เดอร์เกือบหมดแล้ว ทุเรียนเบญจพรรณทุกปีไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า เพราะมีลูกค้าประจำที่ซื้อไปขายออนไลน์ลูกค้าเดิมๆ สั่งประจำทุกปี และลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้น” คุณณัฐวรรณ กล่าว

แนวโน้มทุเรียนไทยในอนาคต

คุณกรีฑาให้ความเห็นว่า ในอนาคต 4-5 ปีทุเรียนหมอนทองจะเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป จำนวนมาก (Mass Market ) และถูกกำหนดด้วยพ่อค้าคนกลาง ขนาด รูปทรง จำนวนพูเต็ม แบ่งเกรดละเอียด A/ B/ C/ D อาจจะไปถึง Z ความลำบากอยู่ที่ชาวสวน ในขณะที่การดูแลยากมีโรคมาก ป่วยง่าย ยิ่งต้นอายุน้อย ลูกจะใหญ่มากลูกละ 6-7 กิโลกรัม หากดูแล บำรุงไม่ทั่วถึงจะตายง่าย และยังมีภัยลมพายุที่ต้องโยง ค้ำกิ่ง เต้าลูกที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และโรคที่เกิดขึ้นกันทั่วไปคือ ไฟทอปธอร่า (Phytopthora) หรือรากเน่าโคนเน่า และโรคใหม่ตอนนี้คือ เชื้อราฟิวซาเรียม โซลาไน (Fusarium solani) ที่ทำให้ความต้านทานโรคของทุเรียนน้อยลง ขณะที่เบญจพรรณเน้นเนื้อเป็นหลัก ไม่ติดด้วยรูปทรงหรือพูต้องเต็ม เป็นทุเรียนพื้นถิ่นดูแลง่าย ทนทานต่อโรค แข็งแรงลดการใช้ยา ไว้ลูกได้มาก ลูกมีขนาดเล็ก เนื้อมาก เปลือกบาง เม็ดลีบ รสชาติมีเอกลักษณ์ เรากำหนดราคาเองได้ ไม่ถูกหนดสเปกจากพ่อค้า และผลผลิตออกก่อนเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ และยังมีผู้ปลูกน้อยในขณะที่ตลาดเติบโตขึ้น

“วงจรทุเรียนไทยช่วงนี้เติบโตเต็มที่ สายพันธุ์หมอนทองขึ้นสูงสุด ราคาทรง ตลาดอิ่มตัว ทำอย่างไรให้ทุเรียนพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ตกลงเหมือนระฆัง การปลูกทุเรียนเบญจพรรณน่าจะเป็นตลาดรองรับทุเรียนทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ พ่อค้า-แม่ค้าชาวจีนที่เข้ามาซื้อทุเรียนเบญจพรรณ เป็นเจนใหม่ หนุ่มสาว มาศึกษาเรียนรู้ ท่องเที่ยว และต้องการนำไปทำตลาดออนไลน์กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในจีน แต่ต้องมีปริมาณที่มากพอ 1,000-2,000 ตันขึ้นไป เพราะต้องเช่าเหมาลำเครื่องบิน ตัดแก่ได้ 100% เพราะขนส่งรวดเร็ววันเดียวถึง

เพื่ออนาคตของอาชีพและความยั่งยืนทุเรียนไทย ชาวสวนคงจะต้องปรับตัวจากเกษตรกรเป็น “ธุรกิจการเกษตร” เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของตลาด สนใจสอบถามสวนหลงบูรพา โทร. 099-634-8833

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...