เริ่มต้นวันดี มีชัยไปกว่าครึ่ง! แจกสูตรเด็ด 5+5+5+5+10 ต้อนรับวันใหม่
ตื่นนอนมาน้อง ๆ ทำอะไรกันเป็นอย่างแรกคะ?
เชื่อว่าคำตอบคงมีอยู่ไม่กี่อย่าง บางคนรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเป็นอย่างแรก บางคนรีบพุ่งตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะแค่ตื่นก็สายแล้ว เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันเอา ทำให้เราลงหลงลืมที่จะให้ความสำคัญกับกิจวัตรประจำวันในยามเช้าไป ซึ่งถือว่าจำเป็นมาก ๆ เพราะกิจวัตรประจำวันในยามเช้า อาจส่งผลถึงความเป็นไปของวันนั้น ๆ ได้
ทำไมกิจวัตรประจำวันยามเช้าจึงมีความสำคัญ?
Morning Routineหรือ กิจวัตรประจำวันที่ต้องทำยามเช้ามีความสำคัญ เพราะจะเป็นสิ่งที่กำหนดอารมณ์ของเราในวันนั้นตลอดทั้งวัน อารมณ์ในตอนเช้าเป็นยังไง อารมณ์ในช่วงเวลาที่เหลือของวันก็จะเป็นแบบนั้นด้วย ถ้าเราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกดี เราก็จะพร้อมรับมือกับภาระงานที่ต้องเจออย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหลายคนแนะนำว่า เราควรแบ่งเวลาเพื่อสร้าง Morning Routine ที่ดีโดยใช้เวลา 30 นาทีแรกหลังตื่นนอน มาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองก่อน แทนที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการอาบน้ำ แปรงฟัน แล้้วเตรียมตัวเดินทางไปโรงเรียนทันที
วันนี้พี่แคทก็เลยจะมาแจกสูตรเด็ด 5+5+5+5+10 ให้กับน้อง ๆ ทุกคนเอาไปใช้เห็นตัวเลขเยอะแบบนี้ไม่ใช่สูตรคำนวณหวยแต่อย่างใด แต่นี่คือสูตรจัดสรรเวลาทำกิจวัตรประจำวันตอนเช้ายังไง ให้เตรียมพร้อมที่จะออกไปสู้กับวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ
แจกสูตรเด็ด 5+5+5+5+10 ต้อนรับวันใหม่!
5 นาทีแรก ตื่นแล้วอย่าเพิ่งรีบคลำหาโทรศัพท์
เชื่อว่าหลายคนมีพฤติกรรมที่หลังตื่นนอนยังไม่ทันได้ลืมตา ก็รีบคลำหาโทรศัพท์เพื่อมาเช็กความอัปเดตในโลกโซเชียลกันแล้วใช่มั้ยคะ มีรายงานจาก Exploding Topics ในปี 2022 พบว่าคนส่วนใหญ่เช็กโทรศัพท์ประมาณ 58 ครั้งต่อวัน เพื่อติดต่อเรื่องงาน พูดคุยกับเพื่อน หรือครอบครัวซึ่งการเช็กโทรศัพท์ไม่ใช่เรื่องร้าย แต่การที่เราตื่นนอนปุ๊ปแล้วหยิบโทรศัพท์มาเช็กปั๊ป เราจะถูกถาโถมด้วยข้อมูลมากมาย และส่งผลทำให้สมองเกิดความล้า หรือเครียดตั้งแต่เริ่มต้นของวัน จนอาจทำให้เวลาที่เหลือของวันนั้นแย่ไปด้วย
5 นาทีที่สอง หายใจเข้าลึก ๆ ตั้งสติให้ดี
หลังจากตื่นนอนโดยที่ไม่มีอะไรมากวนใจใน 5 นาทีแรกแล้ว 5 นาทีต่อมาคือช่วงเวลาในการตั้งสมาธิ อยู่นิ่ง ๆ กับตัวเอง หายใจเข้า-ออกลึก ๆ ช้า ๆ จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเรามีสมาธิ รู้สึกผ่อนคลาย และมีสติเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับวันใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
Dr. Nicole Bernard Washington นักจิตวิทยาชาวอเมริกันเล่าว่า เธอจะแนะนำให้คนไข้ที่เข้ามารับคำปรึกษาด้านจิตวิทยากับเธอเธอทุกคนเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำสมาธิเป็นสิ่งแรก เพราะการทำสมาธิจะเป็นการช่วยให้เราตั้งสติ และเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่ง
5 นาทีที่สาม ใช้เวลาคิดบวก
หลังจากทำสมาธิฝึกจิตใจให้สงบแล้ว 5 นาทีต่อมา ใช้เวลาไปกับการฝึกคิดถึงสิ่งดี ๆ โดยที่มันอาจจะเกิดขึ้นหรือยังไม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่น เรารู้สึกว่าวันนี้เราน่ารัก วันนี้อากาศดีจังเราชอบ ดีใจที่จะได้เจอเพื่อนที่โรงเรียนหลังปิดเทอมมานาน รู้สึกขอบคุณตัวเองที่วันนี้ตื่นเช้าได้ ฯลฯ ผลของการคิดถึงสิ่งดี ๆ เป็นประจำทุกเช้าจะช่วยให้เราเป็นคนคิดบวก เพิ่มความภูมิใจในตัวเอง (Self-esteem) เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย (Immune system) และลดความคิดด้านลบได้
Tips : สำหรับใครที่คิดไม่ออกจริง ๆ แนะนำว่าให้ใช้วิธีการฟัง หรืออ่านก็ได้ผลเหมือนกัน โดยหลักการง่ายๆ ก็คือ พยายามเลือกฟัง หรืออ่านในสิ่งที่เป็นบวก เช่น ฟังพอดแคสต์ หรืออ่านบทความในหนังสือก็ได้
5 นาทีที่สี่ จดบันทึกสิ่งที่ต้องทำในวันนั้น
อาจทำเป็น To-do Listหรือ รายการกิจกรรมที่เรียงลำดับตามความสำคัญของงานที่ต้องทำตามลำดับก่อน-หลัง โดยที่ไม่จำเป็นต้องจดบันทึกงานทุก ๆ อย่างที่ทำลงไปทั้งหมด เพราะจะทำให้เรามีรายการจำนวนมาก แต่ควรเลือกเฉพาะงานที่มีความสำคัญจริง ๆ 5 อันดับแรกก็พอ เมื่อจดบันทึกเสร็จแล้ว ให้นำกระดาษใบนี้ขึ้นมาเช็กระหว่างวันบ่อย ๆ อันไหนทำเสร็จแล้วก็ติ๊กไว้ จะช่วยให้เรารู้สึกบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้มากขึ้น
10 นาทีสุดท้าย ใช้เวลากับครอบครัว หรือสิ่งที่รัก
แบ่งเวลา 10 นาทีสุดท้าย เพื่อใช้เวลาไปกับครอบครัว หรือสิ่งที่เรารัก เช่น ใช้เวลาพูดคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ก่อนที่จะต้องแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเองในโรงเรียน และที่ทำงาน หรือจะใช้เวลาไปเล่นกับน้องหมา น้องแมวรวมถึงสัตว์เลี้ยงอ่ื่น ๆ ของเราก็ได้เช่นกัน การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหรือสิ่งที่เรารักในทุก ๆ เช้าก็เหมือนเป็นการเติมเต็มกำลังใจให้เรามีแรงออกไปชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเอง
รู้สูตรเด็ดอย่างนี้แล้วก็อย่าลืมเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าจะทำให้เช้าวันใหม่ของน้อง ๆ รวมถึงเวลาที่เหลือของวันกลายเป็นวันที่ดี และมีความสุขได้อย่างแน่นอนค่ะ น้อง ๆ Dek-D คนไหนลองทำตามแล้วเป็นยังไงก็อย่าลืมมาแชร์กันในคอมเมนต์ได้นะคะ