โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รินไน ยกไทยตลาดหลักเครื่องทำน้ำอุ่น ชี้โครงการอสังหาขยายตัวสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ธ.ค. 2566 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2566 เวลา 06.54 น.

นายไทจิ อุเมมูระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รินไน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำร้อน เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม กล่าวว่า รินไน ดำเนินธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 103 ปี ประสบความสำเร็จในการเป็นแบรนด์สินค้าอันดับ 1 ในกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน ปัจจุบัน รินไนดำเนินธุรกิจอยู่ใน 34 ประเทศ มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายอยู่ทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ ผลิตภัณฑ์หลักแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อาทิ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เตาอบ
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อน
  • ผลิตภัณฑ์ทำความร้อนในที่อยู่อาศัย ฮีตเตอร์ และระบบทำความร้อนใต้พื้น (Space Heating)

โดยสามารถครองอันดับ 1 กลุ่มเครื่องใช้ในครัวประเภทใช้แก๊สในอินโดนีเซียและเกาหลี รวมถึงครองอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนในตลาดอเมริกาและออสเตรเลียอีกด้วย

สำหรับการผลิตรินไน คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น จะเป็นผู้วางนโยบาย ดูแลการบริหารงาน รวมถึงมาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์

ส่วนในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยนับเป็นฐานการผลิตสำคัญที่นอกจากจะผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า กัมพูชา และเป็นฐานในการผลิตชิ้นส่วนเตาแก๊สให้กับโรงงานในหลายประเทศปีละกว่า 3.5 ล้านชิ้น

นอกจากไทยแล้วในภูมิภาคอาเซียน รินไนยังมีโรงงานในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม เพื่อผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกันด้วย

นายสมพล ปรีชาวุฒินันท์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท รินไน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของ รินไนในปี 2566 และแผนรุกตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นในช่วงปลายปีว่า ภาพรวมตลอดปียังถือว่าเป็นปีที่ดี เป้าหมายต่างๆ ยังเป็นไปตามที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่ม ทั้งเครื่องดูดควัน เครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม เตาแก๊สและไฟฟ้า

ส่วนผลประกอบการคาดว่าน่าจะสูงกว่า 850 ล้านบาท แม้การส่งออกไปยังต่างประเทศจะได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม เงินเฟ้อและความไม่เสถียรของค่าเงินในแต่ละภูมิภาค

สำหรับแผนการตลาดปลายปีถึงต้นปี 2567 รินไนตัดสินใจเดินหน้ารุกตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างเต็มตัว จากความพร้อมของ รินไน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อนระบบไฟฟ้า ที่จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตประมาณ 200,000 เครื่องต่อปี ถือเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่นของประเทศไทยด้วย

โดยตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นในประเทศนั้น ยังมีช่องว่างและมีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก ทั้งจากที่อยู่อาศัยใหม่และการเปลี่ยนเครื่องใหม่

รวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมอาบน้ำอุ่นเพื่อความผ่อนคลาย ส่วนการเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับฤดูกาล บางพื้นที่ยังมีสภาพอากาศที่หนาวและมีความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นสูง

สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นใหม่ที่ส่งลงตลาดครั้งนี้ มีการเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่น โดยชูจุดขายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบจากดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลี พร้อมด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยที่เป็นไปตามข้อกำหนดจากรินไน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น อาทิ แทงค์ทองแดง ที่ไม่เกิดปัญหาการหลอมละลาย มีความทนทานสูง ทำความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ระบบการตัดไฟคุณภาพสูงเมื่อมีไฟรั่ว แผงวงจรได้รับการทดสอบจากสถาบันที่น่าเชื่อถือว่าทนทานต่อการเกิดไฟกระชาก ฯลฯ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่น ประกอบด้วย

  • รุ่น FON (ฝน) ที่ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลี โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสายฝนที่โปรยปราย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ฝักบัวที่สามารถปรับสายน้ำได้ถึง 5 ระดับ สร้างความรู้สึกเหมือนการอาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ มีขนาดให้เลือกทั้ง 3,500 วัตต์ และ 4,500 วัตต์ ในราคาเริ่มต้น 3,390 บาท
  • รุ่น KIN 550(RB) กำลังไฟ 5,500 วัตต์ ดีไซน์สี Matte Black ดูเท่และมีเสน่ห์เข้ากับห้องน้ำทุกสไตล์ พร้อมกับชุด Rain Shower อาบอุ่นได้อย่างผ่อนคลาย ในราคา 8,890 บาท
  • รุ่น KIN 450(S) กำลังไฟ 4,500 วัตต์ ดีไซน์คลาสสิก เรียบง่าย พร้อมชุดฝักบัวโครเมียมที่ปรับสายน้ำได้ 3 ระดับ ในราคา 4,390 บาท

ทั้ง 3 รุ่น มีวางจำหน่ายแล้วที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2567 นั้น รินไนยังคงมุ่งเน้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ มีเทคโนโลยี และความปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม โดยจะไม่มุ่งเน้นการแข่งขันเรื่องราคา

ส่วนกลุ่มลูกค้านั้นจะเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มเชิงพาณิชย์ (B2B) มากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนระบบแก๊สสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านแฟรนไชน์ซักรีดที่เริ่มทำตลาดไปบ้างแล้วและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับครัวเชิงพาณิชย์ อาทิ เตาย่างซาลาแมนเดอร์ หม้อทอดไฟฟ้าและแก๊สสำหรับกลุ่มร้านอาหารและโรงแรม ส่วนกลุ่มที่อยู่อาศัยก็จะมีการส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาดเช่นกัน ทั้งเตาไฟฟ้าและแก๊สรุ่นใหม่ เครื่องดูดควัน เครื่องทำน้ำอุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...