NAOS มองตลาดเวชสำอางยังเติบโต วางเป้า 2 ปีเปิดตัวแบรนด์เพิ่มในไทย ต่อยอดจาก Bioderma
วัลภา
NAOS สะกดว่าเนาส์ มาจากฝรั่งเศส ก่อตั้ง 40 กว่าปีแล้ว แต่ของไทยเรียกนาโอส
มีแบรนด์คือ Bioderma, état pur เป็นต้น แล้วจะนำสินค้าแบรนด์อื่นเข้ามาขายในไทย แต่วิธีคิดค้นของผลิตภัณฑ์เหมือนกันคือ Eco Biology หรือชีวนิเวศวิทยาแห่งผิว ตอนนี้บริษัทเป็นบริษัทมีสาขาทั่วโลก ผลิตภัณฑ์หลักๆ คือสกินแคร์ คือนิเวศวิทยาของผิว
Eco Biology คือเอกลักษณ์ของแบรนด์ จะออกแคมเปญศาสตร์นี้ทั่วโลกในปีหน้า
แบรนด์ขายในไทยคือ Bioderma เวชสำอางค์ มีขายทั้งโรงพยาบาล หรือร้านยา ไปถึง ออนไลน์ ร้านค้าปลีกทั่วไป
ช่องทางออนไลน์ 40 ช่องทางปกติ 60% ตอนนี้ออนไลน์เติบโตมาก
ผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่ม เช่น ผิวแพ้ง่าย กลุ่มผิวมัน เป็นสิวง่าย หรือกลุ่มผืวแห้งขาดน้ำ กลุ่มใช้กับเด็กจนถึงผู้สูงอายุ กลุ่มกันแดด ขายในไทย เมืองนอกยังมีกลุ่ม Hair Care , Baby หรือแม้แต่เป็นแผล
Brand Awareness ใช้ Youtube
การ Launch สินค้า ต้องพร้อมกับคนและเงิน อีกประมาณ 2 ปี อาจเปิดแบรนด์ใหม่
ปีหน้าอยากทำให้แบรนด์ Bioferma แข็งแรง มีสินค้าใหม่ มีหลากหลายมากขึ้น เช่น ผิวมัน ผิวผสม
Product Sensio H2O 80%
เทรนด์ Aging มองเรื่องของเทรนด์ Minimalism ผู้บริโภคมองหาอะไรที่ชัดเจน มองอะไรที่พอดี ไม่มากไม่น้อย หรือแม้แต่ Personalize ที่เน้นเฉพาะตัวมากขึ้น
โควิด
NAOS ตั้งในไทย ปี 2559 ก่อนหน้านี้ของได้รับความนิยมมาก่อนหน้านั้นแล้ว ผู้บริโภคบอกต่อด้วย แถมยังได้พลังของ Influencer ที่รีวิวให้
64-65 เติบโต 25% มาโดยตลอด ก่อนหน้าโควิดอาจไม่ค่อยดี
NAOS ทั่วโลกเติบโตแบบสุดๆ มาก บางที่เติบโต 40-50%
Covid ดรอปไปปีนึง
แก้เกมยังไงคือ Resume ยังไง Offline Channel โดนหมด เลยหันมาออนไลน์ที่เติบโตมาก อีกอย่างคือปรับตัวเร็ว Social Media ช่วยด้วยเพิ่มบุคลากร เพิ่มงบด้านการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ หรือนำเทคโนโลยีมาใช้ โควิดช่วยกระตุ้นให้ความสำคัญด้านดิจิทัลมาก คนที่ไม่รู้ต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะ Digital Activity
เน้น Lazada (ทำก่อนโควิด) / Shopee เปิด Official Store หลายครั้งเป็นจังหว่ะในการรุกธุรกิจด้านออนไลน์
ตอนนี้เน้น TikTok Shop ต้องมี Marketing Activityหรือแม้แต่ Live Stream ขายสินค้า
เปิดโอกาสให้น้องจากเภสัชจุฬามาเป็นไลฟ์สตรีมเมอร์ Content แนะนำสกินแคร์ที่เข้ากับผิวของแต่ละคน ทำไมผลิตภัณฑ์ของ Bioderma ดีกับผิว เหมือนคล้ายการรับฝึกงาน ตอนนี้มี influencer หลากหลาย แต่มีพี่ที่เคยจบมาช่วยสอนให้ เหมือนให้อีก Pathway ให้ความรู้กับคนอื่น ทำให้เหมือน Influencer ได้เงินด้วย Win Win
เป็นแบรนด์ที่ข้อมูลเยอะ
นอกจากนี้บริษัทแม่ที่ฝรั่งเศสก็เน้นเหมือนกัน ทำให้ลงมาให้ความรู้เช่นกัน
นุ่น
Ecosystem + Biology ทำไมมองผิวเป็นระบบนิเวศ เพราะมีส่วนประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สารสื่อประสาท เซลล์ การทำงานหลายอย่าง ผิวเป็นสิ่งมีชีวิต และผิวเป็นพื้นที่มากที่สุดของร่างกาย ผิวทำงาน Dynamic มาก และทำงานหนักมาก ทำให้มองลึกลงไปว่า ผิวทำงานแบบสมดุลทำงานอย่างไร เช่น สิว เกิดจากอะไร สาเหตุแก้ต้นเหตุคืออะไร
ต้องมองว่าเป็นมิตร ไม่ทำร้ายผิว ต้องทดลองก่อน แล้วค่อยทดลองกับคนจริงๆ เหมือน Dermaterogical และขายได้
ทดลองกับคนไข้จริงๆ เช่น อย่างสิว คือทดลองจริงๆ มีมาตรฐาน เหมือนทดลองยา มีการประเมิน
นำเสนอให้แพทย์ก่อน เป็นสกินแคร์ร่วมกับการรักษา
Sensible h20 คนรู้จักกันใน Bioderma
Support แพทย์ในการรักษาคนไข้ โรคผิวหนัง
สิ่งที่ได้คือผลลัพธ์จริง
Institut Estederm เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม มีขายหลายประเทศ เป็น Premium Skincare / แบรนด์ état pur เน้นส่วนผสมให้ผลตามความต้องการนั้นๆ เช่น ไฮยาลูรอนิค มีผลิตภัณฑ์นี้ที่ให้ผลโดยเฉพาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ใช้กับแบรนด์อื่นๆ ได้
NAOS เน้นในเรื่องเทรนด์ทำยังไงให้บริษัทเติบโตแบบยั่งยืน
เน้น ESG เช่นกัน
มีหลัก 3 คำ Love Understanding Caring มองไกลกว่าเรื่องของคู่ค้า พันธมิตร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม Cosmetics เน้นมาก เนื่องจากมาจากฝรั่งเศส ในพระราชบัญญัติ เน้นความปลอดภัยของผู้ใช้ แล้วก็เน้น 3 p product peoplle planet เช่น ตัวนี้ห้ามใช้ อย่าง SLS ทำให้ต้องปรับสูตรตลอด ไม่ใช่สารทุกตัวที่นำมาใช้ ต้องปลอดภัย
มีห้องทดลองโดยเฉพาะ อย่างพนักงานเรียกว่า NAOSIAN ดูแลพนักงานให้มี Well being ให้มากกว่า เช่น เรื่องสุขภาพกายและใจ รวมถึงเรื่อง Governance คำหนึ่งที่ใช้กับ Stakeholders คือ Respect รวมถึงเรื่องจรรยาบัน
People และกำไรที่ได้มาจะส่งต่อให้มูลนิธิเพื่อวิจัยเพื่อหานวัตกรรมใหม่ๆ ตอนนี้เน้นเรื่องเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือเน้น Human Care อย่างเรื่องของการร่วมมือกับองค์กรการกุศล ที่ช่วยเหลือเด็กในเวียดนามกับกัมพูชา ที่ต้องการเรื่องการศึกษา อาหาร หรือแม้แต่โครงการช่วยเหลือชุมชนที่ขาดแคลนในอินเดีย
Planet ดูแลโลก หลากหลายโครงการ ถ้าใครไม่พูดหรือทำเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว เช่น บริษัททำเรื่องของการใช้พลาสติกที่รีไซเคิลได้ 100% ภายใน 2025 เม็ดบีสต์สำหรับสครับหน้าที่จากเดิมเป็นพลาสติก เปลี่ยนเป็นเซลูโลส หรือการใช้ถุงรีฟิลเพิ่มมากขึ้น
ยุโรปเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือแม้แต่จากการกดดันของผู้บริโภค ทำให้บริษัทต้องปรับตัว ผลิตภัณฑ์หลายอย่างอาจทำให้ประการัง หรือพืช ได้รับผลกระทบจากสกินแคร์ หรือแม้แต่การดูแลระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ
อย่างของไทยยังไม่ได้ทำโปรเจ็คแนวนี้ ต้องทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ให้ทุนกับนิสิตคณะเภสัชศาสตร์จุฬา ของไทยใช้เม็ดเงินราวๆ 5-10% ของกำไร ถ้ามีกำไรมากขึ้นก็จะส่งต่อให้สังคมมากขึ้นด้วย
ถ้าผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ระหว่างไม่บอกว่ารักษ์โลก กับอยู่เฉยๆ ผู้บริโภคเลือกอันแรกมากกว่า หน่วยงานรัฐเป็นคนแรกๆ ที่ชัดเจน ถ้าเอกชนไม่เอาด้วยถือว่าเป็นความเชื่อมั่น แล้วทำไมไม่ทำวันนี้ อย่างน้อยๆ บอกกับผู้บริโภคได้แบบมีความภูมิใจ ถ้าไม่ทำคือเริ่มต้นอาจผิดกฎหมาย แถมผู้บริโภคอาจไม่เลือก
การตั้งราคา ถ้าไซส์ใหญ่มาก ราคาจะถูกกว่าแบบปกติราวๆ 50-60% เหมือนเน้นทำให้เข้าถึงราคา แต่สำคัญคือสินค้าต้องดีก่อน ผู้บริโภคในไทยอาจไม่ชอบสินค้าเดียวกับยุโรป
ด้านความรักษ์โลกในแง่ผลิตภัณฑ์อย่างกันแดด คือมีเทคโนโลยีเฉพาะตัวใช้ฟิลเตอร์กันแดดที่ไม่ทำลายผิว เป็นพิษกับผิว แม้ชำระล้างออกไปแล้วยังไม่เป็นมลภาวะทางน้ำ ย่อยสลายได้ สื่อสารยังไงคือใช้ Influencer ไปก่อน ให้เกิด Awareness รวมถึง Social Network ให้ความรู้กับแพทย์ด้วย
ตลาดเวชสำอางค์ปี 2022 เติบโต 15%