โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ตัวประกอบคนนี้ขอเลี้ยงแมวเฉยๆเถอะค่ะพ่อ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ม.ค. 2567 เวลา 19.06 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2567 เวลา 19.06 น. • Maqine
เอเลนอร์ เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย ตัวประกอบที่ไม่เคยปรากฏชื่อเพราะตายไปตั้งแต่เรื่องยังไม่เริ่มต้นขึ้น….เกิดใหม่ทั้งที ขอดีกว่านี้ไม่ได้หรอ!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย

เอเลนอร์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเธอจะหลงเหลือความสามารถในการตกหลุมรักใครได้อีก ในเมื่อพี่ชายและพ่อของเธอนั้นมีเบ้าหน้าดีกรีนักแสดงฮอลลีวูดรายล้อมให้เธอเห็นอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน

จนกระทั่งเธอได้เจอเขา

ชายร่างกายกำยำ ดวงตาที่คมดุจดั่งพญาอินทรี เรือนผมสีดำขลับราวกับปีกกา นัยน์ตาสีทองดั่งราชสีห์…และสูงกว่าเธอไปสามเท่าตัว

ลุงรอหนูก่อนะคะ! เดี๋ยวหนูก็โตแล้วค่ะ!!

Warning

มีเนื้อหาการรักต่างวัยของชายที่มีอายุมากกว่านางเอกหลายปี (พระเอกและผองเพื่อน 30+ นางเอก 18+ )

มีพระเอกคนเดียว แต่มีคนพระรองหลายคน

มีเนื้อหาของการ Over power นางเอกฉลาดทันคน เก่งในหลากหลายด้าน เอาตัวรอดได้

มีเนื้อหาของการดื่มสุราของมึนเมา

มีเนื้อหาของการพูดจาหยาบคาย

อาจจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมเพศ ทั้งแบบสมยอมและไม่สมยอม

อาจจะมีหรือไม่มีการฆาตกรรม ความรุนแรงทุกรูปแบบ

อื่นๆ

บทที่ 1 ตื่นขึ้น

บทที่ 1

เจ้าหญิงตัวประกอบคนนั้น…ตื่นขึ้น

คอแห้ง..

"…" มือเรียวพยายามกวาดมือไปหาขวดน้ำที่มักจะวางอยู่ข้างเตียง ด้วยความรู้สึกกระหายน้ำ ราวกับว่าลำคอของเธอกลายเป็นทะเลทรายซาฮาร่า

ร่างกายของเธอรู้สึกหนักหน่วงกว่าที่เคยและเมื่อยขบ มือเล็กพยายามกวาดไปมาให้กว้าง แต่ก็ไม่พ้นขอบเตียงเสียทีจนรู้สึกแปลกใจ เมื่อตัวเองอาศัยอยู่ในห้องพักรูหนูเล็กๆ และเตียงนอนก็ไม่ได้กว้างมากพอที่จะกวาดมือได้ขนาดนั้น

"…"

ใบหน้าหวานบิดเบ้เล็กน้อย ก่อนที่เด็กสาวจะค่อยๆขยับลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับริมฝีปากที่เผยอขึ้นหายใจระบายความร้อนภายในร่างกาย นัยน์ตาคู่กลมมองเพดานห้องที่ควรจะเป็นเพียงเพดานสีขาวเรียบๆที่คุ้นเคย แต่กลับไม่ใช่แบบนั้น

ม่านห้องระย้าปิดรอบข้างจนมืดสนิท เห็นได้เพียงเงาลางๆแสนสลัวจากแสงจันทร์ที่สองลอดผ่านรอยแย้มของม่านเข้ามา จนถึงผ้าห่มผืนหนาบนเตียงที่กว้างใหญ่

ที่นี่ที่ไหน?

เธอขมวดคิ้ว เมื่อมั่นใจมากๆว่าไม่ว่าที่นี่จะเป็นที่ไหน แต่มันไม่ใช่ห้องนอนขนาดเล็กที่เธอใช้อาศัยอยู่มาตลอดระยะเวลากว่าสิบปีแน่ๆ

เกิดอะไรขึ้น

เด็กสาวพยายามจะยันตัวขึ้น ก่อนที่จะลากร่างกายอันหนักอึ้งของตัวเองออกไปให้พ้นจากผืนเตียงและผ้าม่านด้วยความงุนงง เรี่ยวแรงในร่างกายของเธอนั้นราวกับถูกสูบทิ้ง จนแทบจะไม่มีแรงยันตัวเองยืนให้ไหว ขณะที่ปีนตัวลงจากผืนเตียงใหญ่

ทำไมเตียงใหญ่จังวะ

มือเล็กกำชับผ้าห่มพยุงตัวเอาไว้ขณะที่เธอหย่อนขาลงเหยียบไปกับพื้นที่เย็นเยียบ แล้วมองไปรอบๆอย่างงุนงง

ห้องที่กว้างขวางตกแต่งด้วยหินอ่อน เฟอร์นิเจอร์ที่ดูบางตา แต่ก็หรูหราทั้งปักดิ้นและดูมีประกายเหลือบสีทองสะท้อนไปกับแสงจันทร์ เพดานที่สูงเหนือหัวไปจนราวกับเทียบได้กับตึกสองชั้น

"…."

เด็กสาวยืนนิ่งอึ้งอย่างงุนงงกับทุกอย่างรอบข้าง ไม่รู้ว่าเหตุใดตัวเองถึงต้องมาอยู่ที่นี่ จะบอกว่าเป็นรายการอำกันเล่น ตัวเธอก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้ามาย้ายร่างเธอขณะที่เธอหลับโดยที่เธอไม่ตื่นเลยได้

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย

แปะ

ขาเล็กก้าวไปหนึ่งก้าว และร่างทั้งร่างของเธอก็ต้องเททิ้งเกาะไปกับม่านรอบเตียงเอาไว้ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเรี่ยวแรงที่ขาดูจะน้อยกว่าที่คิดเอาไว้

"!" พลันนัยน์ตาคู่สวยหันไปสบกับฝ่ามือของตัวเองก็เป็นต้องชะงักไป

มือที่ดูเล็กเป็นป้อมๆนี่มันอะไร

แสงจันทร์สาดส่องเข้ากับผิวนวลจนคล้ายจะเรืองแสง ทำให้เห็นได้ชัดขึ้น ฝ่ามือเล็กๆที่ดูเหมือนเด็ก แขนที่เล็กเรียว ขาที่ดูสั้นและซูบผอม

นี่มัน

อะไรวะเนี่ย!!!

การที่เกิดเป็นคนในยุคมันฮวาเกิดใหม่ต่างโลกนั้นกำลังบูม ดังนั้นก็ไม่แปลกอะไรที่เธอจะสรุปสถานการณ์ของตัวเองอย่างง่ายๆด้วยความสงบได้…หลังจากสติแตกไปเกือบสิบนาที…ยังไงก็ตาม

พอพยายามนึกย้อนไปก่อนหน้านี้ ก็จำได้เพียงแค่ว่าเธอกำลังนั่งทำงานส่งหัวหน้าที่มาตามงานเสียดึกดื่น และอาจจะเผลอหลับไประหว่างนั้น ดังนั้นหนึ่งในความรู้สึกของเธอก็ยังแอบคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังฝันอยู่

แต่แก้มที่แดงของเธอก็ให้คำตอบอีกอย่าง…เจ็บ…

ไม่ว่ายังไง จะเป็นใคร เป็นอะไร ที่นี่ที่ไหนนั้นเดี๋ยวค่อยคิดก็ไม่สาย ภารกิจหลักๆตอนนี้ที่เธอจะต้องทำ คือนำพาตัวเองและร่างกายเล็กๆที่เตี้ยม่อต้อนี้ไปหาน้ำดื่มให้ได้ เพราะลำคอที่แห้งผากของเธอนั้นกำลังจะฆ่าเธอทั้งเป็น

ดูเหมือนว่าร่างนี้จะไข้ขึ้น เธอรู้สึกว่าไม่มีแรง จนต้องเกาะไปตามกำแพงเพื่อเดินออกไปให้ถึงหน้าประตูห้อง คาดหวังว่าหากอาศัยในห้องที่หรูหราแบบนี้ อย่างน้อยก็น่าจะมีคนใช้รออยู่บ้าง แค่สักคนก็ยังดี

แอ๊ด….

"…"

ชีวิตง่ายแบบนั้นไม่ได้เลยสินะ

เธอบ่นกับตัวเอง ขณะที่มองไปบนทางที่มืดมิดและวังเวง และอากาศที่เย็นเยียบ เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองจะต้องไปที่ไหนในตอนนี้ ทางไหนที่จะพาเธอตรงไปห้องครัว

หรืออย่างน้อยขอเจอใครสักคน

เตาะ แตะ

เสียงเท้าเปล่าย่ำไปกับพื้นหินอ่อนที่เย็นสนิทดังขึ้นอย่างแผ่วเบาท่ามกลางโถงทางเดินที่กว้างใหญ่ ใจเธออยากจะเดินบนพื้นพรมอุ่นๆ แต่มันก็อยู่ไกลจากกำแพงเกินกว่าที่เธอจะเดินได้ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องคลานสี่ขาไปอย่างสุนัข

" แฮ่ก..แฮ่ก "

เสียงหอบหายใจดังขึ้นอ่อนๆ เมื่อเด็กสาวพยายามลากตัวเองเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของผู้คน หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตใดๆนอกจากเธอ

ตายกันหมดแล้วรึไงวะ คฤหาสน์ผีสิงหรือไง

ร่างของเด็กน้อยเดินมาจนถึงบันไดกว้าง เธอพยายามก้าวลงอย่างช้าๆ คิดเอาไว้ว่าหากเป็นตามที่เคยอ่านการ์ตูนมาหลายๆเรื่องนั้น ห้องครัวส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นล่างที่ใกล้ชั้นใต้ดินเพื่อรักษาความเย็นในการเก็บวัตถุดิบ

ไม่รู้หรอกว่ามันเหมือนกันไหม แต่ก็ยังดีกว่าเดินเสียเที่ยวไปอีกฝั่งแล้วต้องเดินกลับมา ตัวเธอไม่คิดว่าจะเดินได้ไหว

ฉุกใจชวนหงุดหงิดและกรุ่นโกรธขึ้นมา ทำไมเด็กตัวเล็กๆอย่างเจ้าของร่างถึงกำลังทนทุกข์ทรมานจากพิษไข้แต่ไร้คนดูแล อาศัยอยู่ภายในอาคารที่เย็นเยียบและวังเวงขนาดนี้

เด็กทั้งคนเลยนะ

" อึก "

ไม่ไหวแล้ว

โครม!!!

เพล้ง!!

เสียงเครื่องสังคโลกร่วงลงจากแท่นวางตั้งแสดงเมื่อมือเล็กพยายามจับพยุงไปกับตั่งไม้ แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งตัวเธอทั้งทุกอย่างที่เธอจับตรงนั้นร่วงลงไปกับพื้นพร้อมๆกัน

ตัวหนักไปหมด

สติก็ดูเหมือนจะเลือนลางลงไปทุกที ทั้งจากพิษไข้ ทั้งจากขาดน้ำ ทั้งจากขาดอากาศที่เพียงพอ ไม่ว่าอะไรก็ตาม แต่ร่างกายของเจ้าของร่างดูจะพังทลายลงเต็มทน

คิดอะไร…ไม่ออกเลย

แก๊ก

เสียงเท้าดังขึ้นอยู่ใกล้หู นัยน์ตาคู่สวยมองไปยังพื้นตรงหน้าที่เลือนลางก็เป็นเห็นรองเท้าหนังสีดำคลับ ที่ถูกคลุมด้วยชายผ้าที่ยาวปิดมาถึงข้อเท้า

ใครน่ะ

"น…น้ำ "

ขอน้ำหน่อย…

เธอต้องการ…

น้ำ….

"…" นัยน์ตาสีถ่านของชายร่างสูงกดลงมองร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ล้มนอนเป็นลมอยู่ตรงหน้าของเขาอย่างเงียบงัน ดวงตาที่ไร้แววของเขาจดจ้องอยู่อย่างนั้น "ทิม"

เสียงต่ำเอ่ยขึ้นเบา ก่อนที่จะหันไปมองเด็กรับใช้ที่ดูจะยังวุ่นวายอยู่กับการถือของ ใบหน้าที่ตกกระดูระมัดระวังกับกระเป๋าหนังที่ถืออยู่เป็นอย่างมากก่อนที่เขาจะละจากมันเมื่อสามารถถือได้อย่างมั่นคงแล้ว

" กำลังไปครับบิชอป " เจ้าของชื่อทิมกล่าวอย่างลุกลี้ลุกลนก่อนที่จะเร่งเท้าไปหา แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของเด็กสาวตัวน้อยที่นอนอยู่บนพื้นตรงหน้านักบวชผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า " ตาย! "

คนเป็นบิชอปทำเพียงยืนมองเด็กรับใช้กระวีกระวาดจับเด็กน้อยตรวจว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แล้วร้องเรียกหาคนให้มาช่วยเหลืออย่างเงียบๆ เขาไม่ได้มีท่าทีเป็นกังวลหรือห่วงใย

หากจะมีก็เพียงแต่ความสงสัย

ว่าเด็กหญิงปริศนาที่มาทิ้งตัวนอนสลบอยู่ภายในพระราชวังแห่งนี้คือใครกัน และหากไม่ใช่ตัวเขาที่บังเอิญจะต้องมาทำธุระภายในปราสาทดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ ใครจะมาเจอร่างของเจ้าตัวเอาตอนไหน

จากผิวพรรณและเสื้อผ้า ก็พูดได้ยากว่าจะเป็นเพียงลูกของคนรับใช้ในปราสาท แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากเช่นกันว่าเป็นใครที่อาศัยในพระราชวังนี้ในฐานะเจ้าของ ชุดนอนเป็นผ้าไหมที่ดูมีราคา แต่มีสภาพราวกับไม่ได้รับการดูแล ผิวพรรณที่ผุดผ่องราวกับไม่เคยออกแดดจนแทบจะซีดขาว แต่กลับผอมแห้ง

"…"

อนุมานได้ว่าคงจะเป็นองค์หญิงหนึ่งในสามพระองค์ขององค์จักรพรรดิ แม้จะมีคำถามมากขึ้นมาว่าแล้วเหตุใดถึงมีสภาพแบบนี้

แต่การเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องครอบครัวที่ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองนั้นไม่ใช่กิจของเขา

พรึ่บ

บิชอปหนุ่มขยับตัวหันหลัง เพื่อเดินตรงไปยังประตูหน้าปราสาทอันเป็นจุดมุ่งหมายแรกของเขา เพื่อที่จะกลับไปที่ศาสนจักรหลังเสร็จธุระ เรือนผมสีดำที่สั้นระไปกับลำคอที่ถูกรวบอย่างลวกๆเอาไว้ที่ท้ายทอยนั้นขยับไปตามแรงเดิน

" เดี๋ยวผมจะรีบตามไปครับ " ทิมหันไปบอกกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของเขาในทันที เมื่อเห็นท่าทีดังนั้น ไม่คิดที่จะอยู่ห่างจากนักบวชสูงศักดิ์นานเท่าใด ขอแค่ส่งเด็กน้อยผู้มีไข้สูงนี้ให้ถึงมือคนรับใช้ก็เพียงพอ

ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ แต่ยังต้องพาตัวเองเดินลงมาจนถึงโถงกว้าง

น่าสงสารจัง

" เด็กนั่นล้มป่วย? " เจ้าของเรือนผมสีแดงสดเอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้ว คิ้วหนากดเข้าด้วยท่าทีที่ดูหงุดหงิดใจมากกว่าที่จะเป็นห่วงกังวล มือหนาวางถ้วยน้ำชาลงกับโต๊ะอย่างช้าแล้วเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้

" เพคะ ท่านนักบวชพบองค์หญิงสลบอยู่ที่โถงทางเดินหน้าพระราชวังเมื่อคืนนี้ " หญิงรับใช้โน้มตัวลงอย่างระมัดระวังและส่งต่อข่าวสารให้กับองค์ชายตรงหน้าตามที่เธอรู้มาอย่างไม่มีบกพร่อง

" เรียกร้องความสนใจ " ชายหนุ่มพูดพลางพ่นลมออกจากจมูกอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปหาเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งกินขนมอยู่ข้างๆกัน " ร่างกายก็แข็งแรง ยังไม่คิดจะดูแลตัวเองให้ดีๆ อารีอาน่าจะเอาเด็กคนนั้นเป็นตัวอย่างไม่ได้นะ "

" สมน้ำหน้า " เด็กชายผมทองที่นั่งอยู่ข้างๆกันพูดขึ้นคล้ายจะดูสะใจไม่น้อยที่คนในหัวข้อล้มป่วยไปในที่สุด จะป่วยจริงหรือแกล้งป่วยก็ตามที ยังไงไม่มีใครไปเยี่ยมก็สมควรแล้ว " เป็นงี้ก็ดี จะได้ไม่มีใครมาแกล้งอารีอาน่า กรรมตามสนองก็สมควรแล้ว "

" … " เจ้าของเรือนผมสีฟ้าพลิกหน้ากระดาษในมืออย่างเงียบๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจปิดหนังสือในมือลงอย่างช้าๆ " ระวังคำพูดหน่อยเอเวอรี่ ที่ไหนก็มีหูมีตาเสมอ และเด็กนั่นที่ว่าก็คือพี่สาวของนาย … "

"…" เจ้าของเรือนผมสีแดงยกชาขึ้นจิบพลางมองไปยังน้องชายวัยสิบสามที่ดูจะโตกว่าวัยไปมากอย่างไม่ได้คิดจะพูดขัดเถียงอะไร แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเห็นด้วย " จะไปไหนแอรอน "

"…" เจ้าของชื่อขยับตัวลุกขึ้นจากเบาะที่นั่ง เขาเก็บหนังสือที่พกมาด้วยมาถือเอาไว้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะหันกลับมาตอบคนเป็นพี่ชายอย่างเป็นธรรมชาติ " ไปเยี่ยมน้องสาวของเราไงครับ ท่านพี่โอเว่น "

"…" ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองสว่างและนัยน์ตาเดียวกันได้แต่นั่งเงียบๆโดยที่ไม่มีปากมีเสียงใดๆ แม้ว่าตัวเขาจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อยจนเห็นทางสีหน้า

" แล้วแกไม่ไปล่ะ ไอแซค " องค์ชายลำดับที่สองหันกลับไปหาคนที่นั่งเงียบอยู่นานแม้ว่าหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงนี้จะมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆพ่อแม่เดียวกันของอีกฝ่าย

" …ไม่ล่ะ " เจ้าของชื่อพูดเงียบๆพลางหยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมาทาน แล้วส่งยิ้มให้กับน้องสาวคนเล็กที่นั่งยิ้มให้กับเขาอยู่ " อยู่กับอารีอาน่าดีกว่า "

" แบบนี้สงสารพี่เอเลนอร์แย่เลย " เด็กน้อยพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อดูเหมือนพี่ๆของเธอจะไม่มีใครคิดจะไปดูดำดูดีพี่สาวของเธอกันเลย

" ไปสงสารยัยแม่มดนั่นทำไม " เอเวอรี่ที่วัยเพียงสิบขวบ ได้รับคำเตือนเพียงครั้งเดียวใช่ว่าจะจำ เขาพ่นลมขึ้นจมูก " ตายๆไปซะได้ก็ดี "

" เอเวอรี่!!! "

"!!" เด็กน้อยสะดุ้งจะชาในแก้วทรงสวยแทบจะหกเมื่อถูกตวาดเรียกชื่อขึ้นด้วยคนที่กำลังจะเดินออกไปจากห้องอยู่แล้ว " ท่านพี่แอรอน… "

" รู้จักกาลเทสะซะบ้างนะ! " คนเป็นพี่ชายมีท่าทีไม่พอใจ เมื่อพี่น้องด้วยกันเองนั้นต่อว่าด่าแช่งดันได้รุนแรงถึงเพียงนั้น " ถึงแกจะยังเด็กอยู่ แต่ก็โตพอที่จะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรแล้ว ยังไงนั่นก็พี่สาวของนาย "

"…ขอโทษ " เด็กน้อยที่โดนดุเข้าก็มีสีหน้าสลด ขอโทษขอโพยคนเป็นพี่ในทันที

แต่ไม่คิดจะขอโทษอะไรกับคนที่ถูกกล่าวถึงแม้แต่น้อย

คนที่รังแกอารีอาน่าน่ะ

สมควรตายอยู่แล้ว

To Be continue

นิยายเรื่องนี้ลงจนจบแล้วที่Read a write และ Readrealm นะคะ ชื่อเดียวกัน นามปากกาเดียวกัน
ส่วนเรื่องนี้จะเปิดให้อ่านฟรีถาวรถึงตอนที่ 30

ตั้งแต่ 31 เป็นต้นไปจะนับตามรี้ดอะไรท์นะคะ ที่จะเปิดให้อ่านฟรีวันละ 1 ตอน

สามารถอ่านล่วงหน้าได้ตอนละ 6 เหรียญ

และจะติดเหรียญถาวรตอนละ 6 เหรียญตั้งแต่ตอนที่ 31 จนถึงตอนสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไปค่ะ

บทที่ 2 ระลึกชาติ

บทที่ 2

เจ้าหญิงตัวประกอบคนนั้น…ระลึกชาติ

"…."

เจ้าของชื่อเอเลนอร์กดสายตาลงมองชามซุปตรงหน้าของเธออย่างเงียบงัน พลางเรียบเรียงข้อมูลภายในหัวอย่างช้าๆ

ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่เป็นลมล้มพับไปก็ผ่านมาสามวันแล้ว เธอใช้เวลาอย่างช้าๆในการรวบรวมข้อมูล จากการถามคนรับใช้ที่เดินเข้ามาแค่ชั่วโมงละครั้ง แม้ว่าเธอจะไข้ขึ้นหนักแค่ไหน บวกกับย้อนความทรงจำของเจ้าของร่างได้อย่างช้าๆ

จนในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าตัวเธอได้ถูกลากเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายพีเรียดตะวันตกเรื่องนึงที่มีชื่อเรื่องว่า ' ย้อนเวลาหนีธงตายในหนึ่งปี ' โดยจะเป็นเรื่อง จูเลีย ของบุตรสาวตระกูลมาร์เกรฟที่ถูกกบฎฆ่าตายระหว่างสงคราม ได้มีโอกาสย้อนเวลากลับไปก่อนเหตุการณ์หนึ่งปี เพื่อที่จะหักธงตายของตัวเอง

ทำให้ได้จับพลัดจับพลูไปร่วมมือกับลูกชายเพียงคนเดียวของดยุคคนนึง แล้วตกหลุมรักกันขึ้นมา ตามด้วยความรักมีอุปสรรคยิ่งใหญ่เป็นเจ้าหญิงสุดรักสุดหวงของจักรพรรดิทรราชอย่าง อารีอาน่า

ตัวเธอก็กำลังติดเรื่องนี้อย่างงอมแงม ด้วยความฉลาดเฉลียวของนางเอก และความซื่อสัตย์ซื่อตรงของพระเอกที่มองแค่นางเอกคนเดียว ฉากเอาคืนอันสุดแสนสะใจนั้นทำให้ชวนเพลินเพลินจนอ่านได้แทบไม่หยุด แม้ว่าจะมีเวลาว่างน้อยมากแค่ไหนก็ตาม

และที่สำคัญ

เธอยังอ่านมันไม่จบ

มิหนำซ้ำร่างที่เธอมาเข้าสิงอยู่นี้ ก็เป็นร่างของคนที่ไม่เคยปรากฏชื่ออยู่ในนิยายเลยเสียด้วยซ้ำ บทพูดถึงที่จำได้มีเพียงว่า องค์หญิงลำดับที่หนึ่งอย่าง เอเลนอร์ เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็กด้วยอาการป่วย ทำให้พี่น้องที่เหลือและบิดา เอาใจใส่อารีอานา องค์หญิงคนสุดท้องที่มีร่างกายอ่อนแออย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำ

จนเป็นการสร้างตัวร้ายสุดแสนจะจอมปลอมและขี้เอาแต่ใจขึ้นมาในที่สุด

"…" นัยน์ตาสีอเมทิสมองเงาของตัวเองในผืนน้ำอย่างเงียบงัน ภาพสะท้อนของเธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีใบหน้าเรียวและแก้มที่ซูบผอม เรือนผมสีเงินที่บางและยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง

ข้อมูลที่รู้มาจากชาติก่อน กับข้อมูลที่เค้นมาจากสมองของร่างนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เอเลนอร์ เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย

เป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนนึง

ตั้งแต่ที่เธอเกิดมา มารดาก็เสียไปหลังจากที่คลอดเธอออกมาแล้ว เด็กสาวไม่แม้แต่จะได้ดื่มนมแม่แม้แต่หยดเดียว และถูกปล่อยทิ้งเอาไว้กับแม่นมที่แก่ชรา แม้แต่บิดาก็ไม่เคยมองหน้าเลยสักครั้ง

จวบจนแม่นมจากไปด้วยโรคชรา จากนั้นมาเธอก็มีเพียงคนรับใช้อยู่หยิบมือ เพราะคนส่วนมากถูกแบ่งให้ไปดูแลอารีอาน่า น้องสาวคนสุดท้องที่เกิดมาด้วยร่างกายที่อ่อนแออยู่แทบตลอด

เด็กน้อยที่โง่งม เห็นว่าเป็นน้องสาวก็ยื่นมืออยากช่วยเหลือดูแลน้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง จุดแตกหักอยู่ที่ในวัยสิบขวบเธอที่กำลังกินขนมเค้กอยู่ภายในห้องพักของตัวเอง อารีอาน่าตัวน้อยที่วันนี้แข็งแรงก็แวะมาหา

ในจังหวะที่พลาดไม่ทันมอง เจ้าน้องก็จัดการขโมยขนมของเธอกินเข้าไปอย่างไม่มีใครรู้ และปัญหาก็เกิดขึ้นในที่สุด

อารีอาน่าแพ้ถั่ว

เด็กน้อยอาการทรุดหนักเจียนตาย เอเลนอร์ผู้น่าสงสารถูกตราหน้าว่าจงใจเอาของที่น้องแพ้ให้น้องกิน กลายเป็นเด็กชั่วใจร้ายที่หมายจะเอาชีวิตน้องสาวตัวเองเพื่อให้คนในครอบครัวสนใจ จนพี่ชายและน้องชายก็ต่างหมางเมินกันไปในที่สุด

หนำซ้ำอารีอาน่าตื่นขึ้นมาแทนที่จะได้แก้ไขข้อเข้าใจผิด เจ้าตัวกลับร้องห่มร้องไห้แสร้งทำท่าทีหวาดกลัวพี่สาวใจร้ายทำทีเป็นกล่าวว่าอย่าลงโทษพี่เลย ไม่มีสักคำที่จะบอกออกมาว่าตัวเองแอบกินเอง เป็นคนผิด เพราะหวาดกลัวจะถูกดุ

เอเลนอร์ถูกละเลยมานับตั้งแต่นั้น และจากไปจากการถูกละเลยยามที่มีไข้สูง

เอเลนอร์ เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย

เสียชีวิตไป เมื่อสามคืนที่แล้ว

และเธอก็เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กน้อยที่น่าสงสารคนนี้

ทำไมฟะ

" กินให้หมด " เสียงแหบสากที่ดูคล้ายจะเพิ่งแตกหนุ่มดังขึ้นจากข้างเตียง เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีฟ้าอ่อนและนัยน์ตาสีทองเอ่ยขึ้นพลางพลิกหน้าหนังสืออย่างช้าๆ " ถึงมันจะขม แต่จะทำให้ดีขึ้น มันไม่ดีกับตัวเธอเองถ้าจะยื้อไข้เอาไว้ "

"…" นัยน์ตาสีม่วงอ่อนมองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างเงียบๆ ก่อนที่เธอจะค่อยๆยกยาในชามตรงหน้าขึ้นดื่มอย่างกล้ำกลืนฝืนใจ

คนนี้คือแอรอน แอรอน เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย องค์ชายลำดับที่สี่ของอาณาจักรลิทาเลีย ในเนื้อเรื่องหลักนั้นแอรอนเป็นพระรอง หนึ่งในคนที่หลงรักในความเก่งกาจของนางเอก และเป็นคนแรกๆที่เริ่มฉุกใจสงสัยในตัวตนของอารีอาน่า

แอรอนเป็นคนฉลาดและเป็นกลาง เขามีคาร์แรคเตอร์ของพี่ชายที่รักพี่น้องทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีใครพิเศษกว่าใคร แม้ว่าจะอยู่ในบรรยากาศที่ทุกคนยกยอเชิดชูอารีอาน่ากันเหนือหัว

แต่เพราะทุกคนยกยอน้องคนสุดท้องกันเหนือหัว ก็แปลว่าพี่น้องมักจะรายล้อมเด็กคนนั้นอยู่เสมอ และแอรอนชอบที่จะอยู่กับพี่น้องให้มากเข้า ดังนั้นเขาเองก็เลยถูกรวมอยู่ในวงของการรายล้อมอารีอาน่าด้วย

หากว่าตัวเธอไม่ป่วย แอรอนก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้มาหาเธอเหมือนกัน

"…" มือเล็กยกขึ้นเช็ดริมฝีปากเมื่อเธอดื่มยาจนหมดถ้วยแล้ว และรสชาติที่ขมค้างก็ติดอยู่ทั่วปากจนชวนที่จะอาเจียนออกมาให้ได้ " เรากินหมดแล้วค่ะ "

"…" คนเป็นพี่ชายทำเพียงพลิกหนังสืออ่านอย่างไม่ได้พูดอะไร คล้ายว่าตัวเขาเพียงมานั่งเฝ้าตามประสา ตามท่าทีที่ควรจะทำในฐานะพี่ชายเพียงเท่านั้น

"…พี่แอรอนไม่ต้องเฝ้าเราก็ได้ " เอเลนอร์เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะวางชามยาเอาไว้บนผืนเตียง เพราะไม่มีแรงมาพอที่จะส่งมันไปให้ถึงโต๊ะ " อาการเราดีขึ้นมากแล้ว อีกไม่กี่วันก็คงหายดี "

กึก

มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลของแอรอนชะงักจากการพลิกหน้ากระดาษ เขามองหน้าหนังสืออย่างเงียบๆ ก่อนที่จะค่อยๆหันกลับไปมองน้องสาวที่มีท่าทีสงบอย่างคลางแคลงใจ

มันมีเรื่องคาใจเขาอยู่นาน

" ทำไมถึงไปทำลายสวนแบบนั้น " แอรอนพับหนังสือลง เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง มองน้องสาวด้วยสายตาอย่างที่ต้องการคำตอบที่ตรงไปตรงมาไม่ใช่คำโกหก " คนรับใช้บอกว่าเธอทำลายสวนดอกไม้ของอารีอาน่าทั้งคืน ตากน้ำค้างจนไข้ขึ้น….ทำไปทำไม "

"…" เอเลนอร์เผยอปากเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะละสายตาจากคนเป็นพี่ชาย และเลือกที่จะไม่ตอบอะไรกลับไป

" มันไม่มีเหตุผลอะไรให้เธอต้องไปทำอะไรอารีอาน่า " แอรอนว่าพลางผ่อนลมหายใจ พี่ชายคนโตก็ไม่อยู่ คนรองก็สอนอะไรไม่ได้ คนที่สามก็หัวอ่อนเกินไป แอรอนคิดว่ามันตกมาเป็นความรับผิดชอบของเขาที่จะต้องคอยสั่งสอนน้องๆให้อยู่ในระบอบระเบียบสังคม ไม่ให้ทำตัวน่าเสื่อมเสีย " ยิ่งทำเรื่องพรรค์นี้ไป คนก็จะยิ่งมองเธอไม่ดี "

"…" เอเลนอร์เงียบลง รู้ว่าตอนนี้พี่ชายอย่างแอรอนคงจะคิดว่าเอเลนอร์อิจฉาริษยาน้องสาวคนเล็ก จนบุกไปทำลายสวนดอกไม้ที่น้องสาวชอบกลางค่ำกลางคืนเพื่อเอาคืนไม่ผิดแน่ " พี่แอรอนไม่ถามเราด้วยซ้ำ ว่าเราทำลายจริงรึเปล่า "

"…." แอรอนเงียบไปเมื่อน้องสาวผู้ไม่เคยมีปากมีเสียงเถียงอะไรกลับมา จู่ๆก็พูดขึ้นให้เขาฉุกใจสงสัย " ดอกไม้ทั้งสวนเละช้ำไม่เป็นสวน ทั้งดินทั้งหญ้ากระจายไปหมด…ไม่เรียกทำลาย ให้เรียกว่าอะไร "

" ตามหาของที่ทำตกไว้ " เอเลนอร์หลับตาลง หลบเลี่ยงที่จะสบตากับเครื่องจับความเท็จอย่างว่าที่หัวหน้าอัศวินหลวงข้างๆเตียงนี้

" จะไปทำตกได้ยังไง น้องแทบจะไม่เคยออกไปเดินแถวนั้น " แอรอนขมวดคิ้วเมื่อเขาจับได้ว่าคนตรงหน้ากำลังโกหกอยู่

และแอรอนไม่ชอบคนโกหก

"…พี่แอรอน…ถึงแม้ว่าเราจะถูกหมางเมิน ถึงแม้ว่าคนใช้จะไม่คิดเคารพเรา มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริง " เอเลนอร์เหยียดหลังนั่งตรงอย่างผ่าเผยพลางมองใบหน้าของแอรอนอย่างไม่มีว่อกแว่ก " เราคือเรนเนสซ่า เรามีสายเลือดของราชวงศ์ที่ภาคภูมิใจ…พี่คิดจริงๆหรอว่าเราจะลดตัวลงไปทำอะไรแบบนั้น "

"…." แอรอนเงียบไปอีกครั้ง เขาเอนหลังทิ้งไปกับพนักพิงด้วยสีหน้าที่ดูครุ่นคิด มองอย่างไม่อคติมันก็จริงอย่างที่ว่า ถึงแม้ว่าเอเลนอร์จะทำตัวเด็กไปบ้าง แต่ก็ยังถือศักดิ์ศรีของการเป็นเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรลิทาเลีย " อะไรที่หายไป "

" กำไล "

" แค่เครื่องประดับ ซื้อใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องเสียเวลาตามหา " แอรอนยังไม่คลายใจ ของแค่ทั่วไปซื้อใหม่ก็ไม่ยาก ไม่มีอะไรในแผ่นดินลิทาเลีย ที่มือขององค์หญิงคนโตเอื้อมไปไม่ถึงอยู่แล้ว

"…หากพี่ไม่สังเกต น้องสาวพี่ไม่ได้อยู่ดี " เอเลนอร์ถอนหายใจเล็กน้อย " กำไลนั้นไม่มีราคามากพอจะให้ใครขโมย แต่มีคุณค่าทางจิตใจสูง เพราะอมิเลียให้ไว้เป็นเครื่องรางคุ้มครองตัว "

อมิเลีย เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย องค์หญิงลำดับที่สองของอาณาจักร ด้วยนิสัยแก่นแก้วเป็นม้าดีดกะโหลก กับความฝันที่จะโตไปเป็นพาลาดิน ทำให้องค์จักรพรรดิส่งบุตรสาวคนรองคนนี้ให้ไปเรียนรู้การต่อสู่อยู่กับแกรนด์ดยุคบาเรตตั้งแต่วัยเจ็ดขวบ หรือก็คือเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว

กำไลที่อมิเลียให้มานั้นเป็นของขวัญชิ้นแรกที่มีเพียงเธอที่ได้ นั่นทำให้เอเลนอร์รักษามันยิ่งชีพมาโดยตลอด มันไม่ได้ดูมีราคาสูงส่งอะไร หาได้ทั่วไป ทั้งยังบิดเบี้ยว ไม่เป็นทรงดี เพราะเป็นของทำมือจากมือใหม่อย่างอมิเลีย หลังจากได้ความช่วยเหลือจากคนต่างชาติที่เดินทางนำของมาบรรณาการให้กับจักรพรรดิ

เพราะมันไม่ใช่ของสวยงาม อารีอาน่าจึงไม่คิดสนใจ และอมิเลียรู้เรื่องนั้นดี จึงได้ทำมาให้เธอเพียงคนเดียว

"…." แอรอนมองไปตามแขนเสื้อที่ควรจะอยู่ที่ข้อมือ แต่กลับสั้นมาถึงท้องแขน ก่อนที่เขาจะหันไปมองรอบๆห้องอีกครั้งและยืนยันกับตาตัวเองว่าหากเทียบกับห้องนอนของพี่น้องคนอื่นแล้ว ห้องของเอเลนอร์นั้นวังเวงและโล่งกว่ากันมาก

ครืด

คนเป็นพี่ชายขยับลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง

" พี่จะทำอะไร "

ครืด

มือสากจับเก๊ะเปิดออก ก่อนที่จะตามมาด้วยอีกเก๊ะ เขาเดินไปตามตู้ตั่งเก็บของก่อนที่จะเปิดดูข้าวของที่ควรจะมีเก็บอยู่ ตามด้วยเปิดตู้เสื้อผ้า

" พี่แอรอน!! " เอเลนอร์ส่งเสียงเรียกเมื่อไม่ได้รับคำตอบ แถมพี่ชายของเอเลนอร์ดูจะไม่ยอมหยุดกับการค้นข้าวของที่มีเพียงน้อยนิดของเธอ

แต่ก็ไม่ได้คิดจะห้ามอย่างจริงจัง

มันเป็นสิ่งที่แอรอนต้องเห็น

"…" แอรอนยังมีเสียหน้าเรียบเฉย ขณะที่เขามองเสื้อผ้าที่ดูราบเรียบและตกยุคของคนเป็นน้อง ถึงแม้ว่าจะเป็นชุดเด็กที่ไม่หลากหลาย เครื่องประดับในเก๊ะแทบไม่มีอยู่ ที่มีอยู่ก็ดูจะใช้สวมใส่ไม่ได้

น้องสาวเขาอยู่แบบนี้มาโดยตลอด?

แอรอนมองไปที่ประตู ฉุกใจคิดขึ้นมาในครั้งแรกว่าห้องนอนของเอเลนอร์นั้นอยู่ห่างจากคนอื่น มาสุดปีกตะวันออกที่แทบไม่มีใครเดินผ่าน

เขาคิดมาตลอดว่าเอเลนอร์ต้องการเก็บตัว และไม่ชอบออกสังคม

ไม่ใช่ว่าไม่ชอบออกสังคม….

แต่ออกไม่ได้ต่างหาก

" มาค้นข้าวค้นของเลดี้แบบนี้ ไม่ดีนะพี่แอรอน " เอเลนอร์มีเสียงที่ดูหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่เธอจะขยับตัวนอนลงอย่างช้าๆ " เราเหนื่อยแล้ว…พี่ไม่ต้องเฝ้าเราหรอก เราอยู่ได้ "

"…" แอรอนปิดตู้เสื้อผ้าอย่างเบามือ ก่อนที่เขาจะเดินกลับมาดึงม่านปิดให้กับคนเป็นน้องเพื่อบังแสง ช่วงนี้ยังไม่ร้อนจัด ต่อให้ลมไม่พัดผ่านก็ยังพอจะเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าว " เย็นนี้ถ้าดีขึ้น ก็ออกมากินข้าวด้วยกัน "

"…"

เอเลนอร์ไม่ได้ตอบ เธอรอจนเสียงเท้านั้นห่างออกไปพร้อมกับประตูที่ปิดลง ก่อนที่ดวงตาคู่กลมจะลืมขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีมุ่งมั่น

อย่างแรก เธอจะต้องหลุดออกจากสถานะเหยื่อการใส่ร้ายป้ายสีนี้ไปให้พ้นเสียก่อน แอรอนนั้นมักจะเป็นกลาง และมองทุกอย่างอย่างเท่าเทียม เขารักความยุติธรรมอยู่เสมอ และรักพี่น้องมากเช่นกัน ดังนั้นเขาเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะดึงให้มาคอยช่วยเหลือบ้าง

เอเลนอร์จะไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวอีกต่อไป

เธอจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ในพระราชวังแห่งนี้ ดังนั้นก็จะต้องเริ่มจากที่หาคนที่เธอสามารถรบกวนได้เพิ่มมาก่อน และในระหว่างนี้ก็ต้องคอยเก็บเงินถุงเงินถังเบี้ยเล็กเบี้ยน้อยเอาไว้

เผื่อวันนึงจะได้หนีออกไปได้

เด็กสาวกำหมัดอย่างตั้งมั่น

หนีออกไป แล้วซื้อบ้านเล็กๆสักหลัง กับเลี้ยงแมวสักสองสามตัว

นั่นล่ะ! คือแผนของเธอ!

To Be Continue

บทที่ 3 สาวใช้คนใหม่

บทที่ 3

เจ้าหญิงตัวประกอบคนนั้น…สาวใช้คนใหม่

" เป็นเกียรติที่ได้พบดวงดาวแห่งอาณาจักรเพคะ หม่อมฉัน ไนเจล บุตรสาวตระกูล กอนต์ จะมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของพระองค์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพคะ " หญิงสาวผู้มีผมสีเปลือกไม้ย่อตัวและก้มหัวลงต่ำพร้อมกับจับจีบกระโปรงชุดคนรับใช้ยกขึ้นทักทายราชวงศ์ตรงหน้าอย่างนอบน้อม

เธอถูกองค์ชายสี่ย้ายให้มาดูแลองค์หญิงที่หนึ่งอย่างกระทันหัน หลังจากที่พระองค์ทรงล้มป่วย แม้จะยังไม่อยากแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งราชวงศ์ได้ ในบรรดาคนรับใช้มากมายเองก็ไม่มีใครที่จะอยากดูแลองค์หญิงใจร้ายที่ขี้หงุดหงิด ในปีกฝั่งตะวันออกที่ห่างไกลผู้คนและหนาวเหน็บ

แต่งานก็เป็นงาน หน้าที่ของเธอคือรับใช้ราชวงศ์ลิทาเลีย การเกี่ยงงานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควร

"…." เอเลนอร์มองคนรับใช้ส่วนตัวที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมา ก่อนที่เธอจะค่อยๆขยับตัวลงจากเตียงใหญ่อย่างช้าๆ เมื่อพิษไข้ไม่ได้รุนแรงมากแล้ว

สองขาเล็กแตะลงกับพื้นที่เย็นเยียบก่อนที่เธอจะประสานมือเอาไว้ด้านหน้าแล้วโน้มหัวลงเล็กน้อย

" ฝากตัวด้วยค่ะ "

"!!!"

"!" เห็นท่าทีตกใจของไนเจล เอเลนอร์ก็ยิ่งตื่นตระหนก เธอมั่นใจมากว่าตัวเองจำบทเรียนเรื่องมารยาทที่ได้รับการสั่งสอนจากความทรงจำของเอเลนอร์ได้ หรือว่าเธอจะทำผิด

"…" ไนเจลมีท่าทีตกใจและนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อเธอได้เห็นองค์หญิงลำดับที่หนึ่งชัดๆกับดวงตาเป็นครั้งแรก

ข่าวลือข่าวเล่าอ้างปากต่อปากมีมา ว่าทรงเป็นคนอารมณ์ร้อนชอบขว้างปาสิ่งของ ขี้ลักขโมยและขี้อิจฉา ไม่มีความเป็นกุลสตรี และไม่มีความเมตตาเห็นใจใคร เป็นตัวร้ายที่รังแกได้แม้แต่นางฟ้าอย่างคุณหนูอารีอาน่า

แต่ในสายตาของเธอตอนนี้เป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่เผลอๆอาจจะตัวเล็กกว่าองค์หญิงลำดับที่สามเสียด้วยซ้ำ

" เดี๋ยวหม่อมฉันจะช่วยพระองค์แต่งตัวนะเพคะ " ไนเจลกดความฉงนสงสัยลงไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะขยับตัวเข้าไปช่วยเจ้านายใหม่ให้ได้ทำการขัดสีฉวีวรรณ อาบน้ำทำผมให้สะอาดเรียบร้อย

ดูเหมือนไม่มีใครคอยดูแลมาก่อนเลย

เสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นแบบทำสำเร็จ บางตัวก็ดูตัวเล็กไปมาก บางตัวช่วงบนก็เข้ารูปดี แต่ช่วงกระโปรงลากพื้น อย่างไม่พอดีตัว

"…"

ไนเจลเริ่มเข้าใจคำว่า ข่าวลือคือข่าวลวงขึ้นมาแล้ว

"…." เอเลนอร์ไม่ได้คุ้นชิน เพราะในชาติก่อนไม่เคยจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ ทำให้เธอดูเงอะงะ ไม่รู้ว่าจะต้องเอามือวางไว้ตรงไหน เอาขาวางไว้ตรงไหน ขณะที่คนรับใช้หมาดๆของเธอเข้ามาช่วยจับช่วยถอดเสื้อผ้าให้

ในใจเธอกรีดร้อง อยากบอกเหลือเกินว่าไม่ต้อง อยากทำเอง แต่ก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะทำได้ตามใจ เพียงเพราะตัวเองไม่คุ้นชิน 'เอเลนอร์' เป็นเจ้าหญิง และเธอต้องพาร่างของเด็กคนนี้ทำตามธรรมเนียมและเป็น 'เจ้าหญิง' ที่เหมาะสม เพื่อคอยหาพวกพ้องเก็บไว้ข้างตัวให้มากขึ้น

อย่างน้อยสักคนก็ยังดี

เอเลนอร์ไม่ใช่ลูกรักของกษัตริย์…เรียกได้ว่าเป็นลูกชังเสียด้วยซ้ำ เพราะบิดาไม่เคยแม้แต่สักครั้งที่จะผินใบหน้ากลับมามองเธอ ตั้งแต่เกิดมา

เธอไม่เคยถูกสั่งให้ต้องเก็บตัว หรือได้รับบทลงโทษใดๆจากผู้เป็นบิดา… แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยได้รับการถามไถ่ความเป็นอยู่เป็นไปด้วยเช่นกัน

สำหรับ อเล็กซานเดอร์ เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย จักรพรรดิแห่งอาณาจักรลิทาเลีย … เอเลนอร์ ไม่มีตัวตน

" ว้าว พระองค์งดงามเหลือเกินเพคะ " ไนเจลยกมือขึ้นกุมไว้บนอกอย่างภาคภูมิใจในฝีมือของตัวเอง ในการทำผมของเธอ จวบจนจากเรือนผมที่ยุ่งเหยิงนั้นถูกรวบทำช่ออย่างสวยงาม เปิดเผยใบหน้าที่แม้จะยังเยาว์วัย แต่ก็กล่าวได้ว่างามหยดยิ่งกว่าใครในอาณาจักร " ถ้ามีสร้อยคอ- "

ครืด

กึก

หญิงรับใช้ชะงักไปเมื่อเธอเปิดเก๊ะเครื่องประดับออกมา แต่ของภายในนั้นกับโหลงเหลง จนแทบจะไม่เหลืออะไรให้ใช้เลย ก่อนที่เธอจะรีบตั้งสติด้วยรอยยิ้ม

" ไม่มีก็ไม่ได้ทำให้พระองค์หมองลงไปเลยเพคะ " ไนเจลยิ้มสู้

"…" นัยน์ตาสีม่วงอ่อนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกอย่างนิ่งงัน ดวงตาคู่สวยที่ดูหวาน หางตาที่ชี้ขึ้นเล็กน้อยอย่างโฉบเฉี่ยว หากโตไปอีกหน่อยคงจะมีหน้าที่ดูเฟียซไม่น้อย พวงแก้มขาวที่แม้จะยังดูผอมแต่หากเติมน้ำนวลไปหน่อยก็จะน่ารักน่าชัง เรือนผมสีเงินเส้นเล็กที่ถูกจัดทรงอย่างปราณีต

สวยมาก

บอกได้เลยว่าไนเจลคนนี้มีฝีมือที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในการดูแลเอเลนอร์…ต้องจับเอาไว้ให้อยู่หมัด

กึก

มือเล็กล้วงเข้าไปในเก๊ะเครื่องประดับ เธอควานมือหาของ ก่อนที่จะหยิบจับเอาเข็มกลัดที่ตกแต่งด้วยเพชรพลอยขึ้นมา

เพิ่งเคยเห็นเพชรที่ใหญ่ขนาดนี้ครั้งแรกเลย

"…" มือเล็กยื่นให้กับคนรับใช้ " ไนเจลรับไปเถอะ "

" ให้หม่อมฉันหรือเพคะ? "

"…" เอเลนอร์พยักหน้า ก่อนที่เธอจะโน้มหัวลงเล็กน้อย " จากนี้ฝากตัวด้วย "

"…" มือเรียวของหญิงสาวยกขึ้นบังริมฝีปากอย่างรู้สึกท่วมท้น ก่อนที่เธอจะย่อตัวลงคุกเข่าไปกับพื้น พร้อมกอบกุมฝ่ามือเล็กให้เก็บเครื่องประดับนั้นกลับไป " พระองค์ไม่จำเป็นจะต้องมอบสิ่งใดให้หม่อมฉันเลยเพคะ "

"…"

" หม่อมฉันคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ พระองค์ไม่ต้องจ่ายสิ่งใดเพื่อให้หม่อมฉันดูแล ไม่ต้องโน้มหัวให้หม่อมฉัน " ไนเจลเงยหน้ามองเด็กสาวที่กำลังก้มลงมามองเธออย่างมั่นคง " พระองค์จะต้องเชิดหน้าขึ้นสูงส่งกว่าใคร และหม่อมฉันจะช่วยให้พระองค์ทำได้อย่างไม่อายใคร …. คนที่พระองค์จะต้องก้มหัวให้ในอาณาจักรนี้ มีเพียงองค์จักรพรรดิกับแกรนด์ดยุคเท่านั้นเพคะ "

"…." เอเลนอร์กระจ่างในวินาทีนั้น

และรู้ในนาทีต่อมาว่าครูมารยาทที่ถูกคัดมาสั่งสอนเธอนั้นดูจะไม่ได้มีศีลธรรมตั้งใจสอนอย่างที่เธอคิดเอาไว้

แล้วมันแปลว่าเธอจะต้องเรียนรู้มันใหม่ทั้งหมดรึเปล่า?

" ไนเจล " เอเลนอร์มีท่าทีครุ่นคิด " ใครคือแกรนด์ดยุค? "

"…" หญิงรับใช้เม้มริมฝีปาก ก่อนที่เธอจะเผยยิ้ม " เราไปเดินเล่นกันในสวน แล้วหม่อมฉันจะอธิบายให้ฟัง ดีไหมเพคะ? "

เธอจะทำทุกอย่าง ให้เด็กสาวคนนี้ โตไปเป็นเจ้าหญิงที่ภาคภูมิให้ได้เลย

" แอรอน!! "

"…"

นัยน์ตาสีทองมองร่างกายสูงใหญ่ของชายที่แตกหนุ่มอย่างเงียบๆเรือนผมสีแดงสดนั้นสะบัดไปตามแรงลม ขณะที่สองเท้าแกร่งก้าวย่ำตรงมาหาเขาอย่างคุกคาม

" ฉันได้ยินว่าแกให้หัวหน้าคนรับใช้แต่งตั้งสาวใช้ประจำตัวให้เด็กนั่น " โอเว่นมีดวงตาที่ดุคม เขากดมองน้อยชายที่อ่อนกว่าห้าปีอย่างไม่พอใจกับข่าวคราวที่ได้รับ " ไหนจะที่แกนัดมาดามห้องชุดเข้ามาอีก แกคิดอะไรของแกวะ! กับไอ้เด็กคนนั้น หลงมารยามันเข้าแล้วรึไง "

"…" แอรอนปิดหนังสือลงอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะเงยมองพี่ชาย " ครั้งสุดท้ายทีท่านพี่เจอเอเลนอร์ คือเมื่อไหร่? "

" เหอะ ก็… " โอเว่นชะงักไป เมื่อพอนึกตามคำพูดไป เขากลับนึกไม่ออกว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้เจอเด็กคนนั้นคือตอนไหน… "… ตอนที่มันบังคับอารีอาน่ากินถั่ว "

"…." แอรอนก็คิดว่าคำตอบก็คงจะเป็นแบบนั้น " แล้วตอนนั้นพี่ได้ฟังความ จากทางฝั่งเอเลนอร์ไหม ว่าน้องให้เหตุผลว่าอะไร "

"…ฟังไปก็เท่านั้น ใครก็รู้ว่าเด็กนั่นมันจอมหลอกลวงมากแค่ไหน " โอเว่นขมวดคิ้ว เขายกมือขึ้นกอดอก แปลกใจในตัวน้องชายที่จู่ๆก็ยกคำถามที่ไม่เคยถามขึ้นมาเสียอย่างนั้น " เด็กขี้อิจฉา ที่ขี้ขโมย ทั้งขโมยของอารีอาน่าและรังแกน้องแบบนั้น กับแค่โกหกไม่มีทางที่จะไม่ทำ "

" นั่นสินะ " แอรอนถอนหายใจ " แล้วใครล่ะที่บอกว่าเอเลนอร์เป็นคนขโมย … ใครที่พูด ว่าเอเลนอร์เป็นคนรังแก "

"…"

" แม้แต่อารีอาน่าเองก็ยังไม่เคยบอกชื่อมาตรงๆเลยว่าเป็นเอเลนอร์ ทำไมเราถึงคิดว่าเป็นเด็กคนนั้น " องค์ชายสี่เอนหลังพิงไปกับพนักโซฟา แล้วเท้าแขนมองชายที่ปีนี้ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างสงสัย " มีกี่ครั้ง ที่เราเห็นกับตา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น "

"…." โอเว่นเงียบลง เมื่อเขาเถียงอะไรไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง เขาก็ได้ฟังจากปากของคนรับใช้เสียเป็นส่วนมาก มากกว่าที่จะเห็นด้วยตาของตัวเอง

" เรามีน้องสาวกี่คนกันแน่โอเว่น " แอรอนถามกลับไปอีกครั้ง ตัวเขาไม่ได้เป็นพวกสองมาตรฐาน ที่จะรักพี่น้องคนใดคนนึงจนตาบอด มองไม่เห็นคนอื่น เขาเรียนรู้คนตามสิ่งที่ตัวเขาได้รับรู้ ข้อมูล และหลักฐานทุกอย่างประกอบตัวขึ้นเป็นฐานข้อมูลที่หนักแน่นมากพอ เขาถึงจะยึดถือสิ่งนั้นเป็นความจริง

แตกต่างจากโอเว่น

พี่ชายคนรองเป็นคนที่เจ้าอารมณ์และหัวร้อน พลันเห็นน้องสาวสุดรักสุดหวงเป็นอะไรขึ้นมา ก็หาคนโทษเอาไว้ก่อน นานวันเข้าเอเลนอร์จึงกลายเป็นคนผิดในทุกการกระทำไปโดยปริยาย โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องคิดหาหลักฐานหรือสืบสวนอะไรต่อ

เอเลนอร์เป็นนังเด็กเลว

พลันเขาคิดได้แบบนั้น ก็ไม่คิดที่จะหาข้อมูลอื่นอีก

นั่นคือความแตกต่างของเขาทั้งคู่…

และนั่นคือข้อเสียใหญ่หลวง ที่ทำให้โอเว่นไม่อาจสู้กับรัชทายาทได้

"…" คนเป็นพี่คนรองมีท่าทีฟึดฟัด ก่อนที่เขาจะหมุนตัวออกจากห้องเรียนหนังสือของน้องชายแล้วเดินตรงออกไปด้วยความหงุดหงิด

คุยกับแอรอนไปจะยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปใหญ่….

ต้องไปหาตัวการโดยตรงต่างหาก

" สี่ขุมอำนาจที่คอยค้ำจุนราชวงศ์เอาไว้ คือสามแกรนด์ดยุค และอาร์ชดัชเชสค่ะ " ไนเจลจูงมือเจ้าหญิงน้อยของเธอช่วยพาเดินอย่างระมัดระวังพลางมอบข้อมูลให้อย่างไม่รีบร้อน " ดาบแห่งอาณาจักร คือแกรนด์ดยุคฮอว์คกิ้ง ปกครองดินแดนทางตะวันตก เขาเป็นทหารผู้ซื่อสัตย์ที่สู้เคียงข้างกับฝ่าบาทมาช้านาน "

" นกอินทรี " เอเลนอร์เดาขึ้น เมื่อนึกถึงตราประจำตระกูลที่ไนเจลโชว์ให้ดูก่อนหน้านี้

" เพคะ " ไนเจลส่งยิ้มให้เมื่อเจ้าหญิงของเธอเดาได้อย่างถูกต้อง " เกราะของอาณาจักร คือแกรนด์ดยุคบาเรต ปกครองดินแดนทางเหนือ มีหน้าที่คอยปกป้องเมืองหลวงและราชวัง "

" หมี " เอเลนอร์จำได้ ว่าเป็นตราสัญลักษณ์รูปหมีคำรามที่ดูเท่เอามากๆ

" ถูกต้องเพคะ " ไนเจลยิ้มกว้างเมื่อคนที่เดินจูงมือเธออยู่นั้นเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นในการพูดคุยกับเธอแล้ว " และมันสมองแห่งอาณาจักรคือแกรนด์ดยุคชาร์ล ปกครองดินแดนทางใต้ "

"…." เอเลนอร์เงียบไป พลางนึกว่ามันจะมีตราสัญลักษณ์อะไรที่ดูส่งเสริมกับความเป็นมันสมองของอาณาจักรบ้าง แต่เธอกลับนึกไม่ออก " ตราชั่ง? "

" บู่ๆ " ไนเจลยกมือขึ้นทำกากบาทเมื่อเอเลนอร์ตอบผิด " ตระกูลชาร์ลยึดถือในความเป็นผู้มีอิสระ ตราประจำตระกูลเป็นรูปดอกแดนดิไลออนค่ะ ส่วนรูปตราชั่งเป็นของอาร์ชดัชเชสอพอลลิโอน่า ผู้เป็นศาลอันเที่ยงธรรม "

" อ๋อ.. " เอเลนอร์พยักหน้าหงึกหงัก อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้เรียนรู้แล้วว่าเธอจำเป็นต้องก้มหัวให้ใคร หากบังเอิญพบเจอกันในราชวัง…แต่ก็หวังว่าจะไม่เจอหรอก เพราะยังไงๆตัวเธอก็จะรีบเก็บเงิน เก็บข้อมูล และออกจากที่นี่ไปให้ไวที่สุดอยู่แล้ว

" แล้วก็ศาสนจักร ถึงจะไม่ต้องก้มหัวให้ แต่ก็ควรที่จะระมัดระวังตัว คนที่อาจจะพบเจอได้บ่อยๆภายในพระราชวังตอนนี้จะเป็นพระสันตปาปา แล้วก็คนที่คิดกันว่าน่าจะได้ขึ้นเป็นคาร์ดินัล อย่างบิชอปอับบอต " ไนเจลป้อนข้อมูลที่สำคัญให้อย่างไม่คิดหวง " ต้องระวังนะคะ คนเขาพูดกันว่าบิชอปคนนั้นน่ะทำตัวแปลกๆ และน่ากลัวมาก "

"….คนเขาก็พูดกัน ว่าเราเป็นเด็กไม่น่ารักมิใช่หรือ? " เอเลนอร์หันมองคนข้างตัว " ไนเจลว่าจริงไหมล่ะ "

"อ่า… " หญิงรับใช้เอียงแก้มเล็กน้อยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด " หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ "

นัยน์ตาสีม่วงอ่อนมองไปรอบๆ สวนรอบข้างเป็นสวนหลวงที่ค่อนข้างใหญ่ สำหรับเด็กตัวเล็กๆที่หัวไม่พ้นพุ่มไม้นั้นมันไม่ต่างจากเขาวงกฏ เอเลนอร์มั่นใจว่า ถ้าหากเธอเดินคนเดียว ไม่มีไนเจลจูงมือ เธอจะไม่มีวันหาทางออกจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน

" ถวายบังคมเพคะ องค์ชายลำดับที่สอง "

เสียงของในเจลดังขึ้นทำให้เอเลนอร์หลุดออกจากภวังค์

เธอเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะสบเข้ากับดวงตาสีทองดุจดั่งราชสีห์ ที่จ้องมองเธอกลับมาอย่างไม่พอใจ ใบหน้าคมคร้ามที่ดูยังเยาว์วัย เรือนผมสีแดงสดดุจเพลิงที่แผดเผา

โอเว่น เรนเนสซ่า เดอ ลิทาเลีย

องค์ชายลำดับที่สองแห่งอาณาจักรลิทาเลีย และเป็นพี่ชายที่หลงน้องอย่างอารีอาน่าหัวปักหัวปำ มากพอที่จะประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพียงเพราะมีคนจากประเทศนั้นมาขอน้องสาวเต้นรำในงานประจำปี

เอเลนอร์เลิ่กลั่ก ก่อนที่เธอจะหันมองไนเจล แล้วทำท่าทางก้มหัวลงตามอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง

ในนิยายก็กล่าวถึงความหุนหันพลันแล่นใจร้อน และใช้อารมณ์นำในทุกการกระทำนั้น ทำให้เป็นคนที่ยากจะต่อกร การที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นมาจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

ถ้ารู้ว่าจะออกมาเจอ ก็คงไม่ออกมาเดินหรอก

โชคร้ายจริง

"…." นัยน์ตาดุมคมกดมองเด็กตัวเล็กที่ก้มหัวให้เขาอยู่อย่างรู้สึกสับสนว้าวุ่นไปหมด เรือนผมสีเงินแบบนั้นเขาก็จำได้ ดวงตาสีม่วงอ่อนนั้นเขาก็จำได้

แต่เอเลนอร์ตัวเล็กขนาดนี้เลยหรอ?…นี่มัน..ตัวเล็กพอๆกับอารีอาน่า แขนขาก็ลีบเล็ก ใบหน้าก็ซูบผอม เสื้อผ้าบนร่างกายก็ดูหละหลวมไม่พอดีตัว เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่มี… หากว่าไม่มีเส้นผมที่เหมือนกับบิดาราวกับแกะ ใครจะหลงคิดว่าเป็นลูกคนรับใช้ก็ไม่ผิด

นี่หรอเอเลนอร์…

แค่จะเรียกร้องความสนใจ มันจำเป็นต้องทำถึงขั้นนี้เลยหรอวะ ไม่มีศักดิ์ศรีของเจ้าหญิงหลงเหลือแล้วรึไง

To Be Continue

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...