โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เรามีตัวตนอยู่เฉยๆ แค่นั้นไม่ได้หรือ” เมื่อการเป็น Straight เท่ากับ ‘คนปกติ’ จึงมีแต่เพศหลากหลายที่ต้อง ‘Come Out’

The Momentum

อัพเดต 12 ธ.ค. 2566 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2566 เวลา 07.49 น. • THE MOMENTUM

ขอบใจนะสำนักข่าววาไรตี้ ทั้งสำหรับรางวัลและที่อุตส่าห์สาวไส้เรื่องเพศของฉันที่งานพรมแดงตั้งแต่ 11 โมงเช้า แทนที่จะเอาเวลาไปสัมภาษณ์เรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้น ฉันชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง กรุณาเลิกยุ่งกับฉันเรื่องนี้สักที ไม่มีใครแคร์หรอกจ้า

บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) นักร้องซูเปอร์สตาร์สาวในวัย 21 ปี เจ้าของผลงาน ‘What Was I Made For’เพลงประกอบภาพยนตร์แห่งปีอย่าง Barbie(2023) โพสต์เนื้อหาดังกล่าวลงในบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงเช้าของวันที่ 4 ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา หลังจากงานพรมแดงของวาไรตี้(Variety) เพียง 2 วันเท่านั้น

แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ แต่ก็มากพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดบทสนทนาเกี่ยวกับตัวเธอทั้งในทางที่ดีและไม่ดีไปทั่วทุกแพลตฟอร์มโซเชียลฯ ทั้งนี้ ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากบทสัมภาษณ์ที่เปิดเผย ‘ความรู้สึกดึงดูด’ ต่อผู้หญิงด้วยกันของบิลลีถูกเผยแพร่ เธอได้สูญเสียผู้ติดตามในอินสตาแกรมไปแล้วมากกว่า 1 แสนคน

บิลลี ไอลิช กับความรู้สึก ‘พึงใจ’ ในเพศหญิงด้วยกัน

ย้อนกลับไปเกือบ 3 สัปดาห์ก่อน บทสัมภาษณ์ Cover Story ของบิลลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ ‘Power of Women in Hollywood’โดยสำนักข่าววาไรตี้ ได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางช่องทางต่างๆ โดยในตอนหนึ่งของบทความดังกล่าว บิลลีได้เปิดอกพูดคุยถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อผู้หญิงและความเป็นหญิง เธอเล่าว่า ตัวเองใช้ชีวิตช่วงที่ผ่านมาโดยหลงคิดไปเองว่าผู้หญิงคนอื่นอาจจะไม่ได้ชอบเธอ

ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสามารถรีเลตกับผู้หญิงด้วยกันสักเท่าไรนัก” เธอเท้าความเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ยังยืนยันต่อทันทีว่า “ฉันรักพวกเธอมาก รักและรู้สึกดึงดูดต่อพวกเธอในฐานะผู้คน ฉันรู้สึกพึงใจต่อผู้หญิงจริงๆ นะ

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น รสนิยมทางเพศของเธอได้กลายมาเป็นประโยคพาดหัวให้กับสำนักข่าวทั่วโลก เสียงตอบรับแตกออกเป็นสองฝั่ง แน่นอนว่าฝั่งหนึ่งแสดงจุดยืนสนับสนุนและชื่นชมที่เธอสามารถพูดถึงมันได้อย่างสบายๆ

ส่วนอีกฝั่งนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายผสมปนเปกัน มีทั้งผิดหวัง ไม่เข้าใจ ไปจนถึงสงสัยว่าเธออาจไม่ได้เป็นเควียร์จริงๆ และการ ‘คัมเอาต์’ เนียนๆ ในครั้งนี้คงเป็นหนึ่งในเทคนิคอันแพรวพราวที่ทีมพีอาร์ของบิลลีคิดขึ้น เพื่อดึงความสนใจให้ผู้คนหันมาพูดถึงเธออีก

แน่นอนว่าบัญชีโซเชียลฯ ของบิลลีเต็มไปด้วยคำยินดีและคำถามมากมายโดยไม่ต้องสงสัย แต่ผู้สื่อข่าวคนแรกๆ ที่ยิงคำถามให้เธอยืนยันเกี่ยวกับการคัมเอาต์และอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองต่อหน้ากล้องที่ออกอากาศสด เป็นนักข่าวจากวาไรตี้

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเปิดตัว คิดแต่ว่า ‘มันน่าจะชัดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?’ ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคนดูกันไม่ออก ฉันแค่ไม่เชื่อเรื่องการ ‘Coming Out’ เลยน่ะ” บิลลีตอบคำถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางเป็นกันเอง

แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าหลังจากนั้นไม่นาน เธอได้โพสต์รูปพร้อมแคปชันใจความประชดประชัน และตำหนิสำนักข่าววาไรตี้ที่ยิงคำถามสัมภาษณ์จี้เรื่องเพศของเธอ ด้วยโทนเสียงที่ไม่จริงจังนักลงในบัญชีอินสตาแกรมของตน (บิลลีใช้คำว่า ‘out’ ที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า แฉ/เปิดโปง/สาวไส้/เปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม)

เป็นฉันก็โกรธนะ นักข่าวถามล้ำเส้นจริงๆ

ปังมาก แม่ก็คือแม่

จบนะ

ข้างต้นคือเสียงตอบรับจากฝั่งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน…

คนที่เปิดเผยรสนิยมทางเพศในบทความก่อนคือตัวบิลลีเองต่างหาก นักข่าวคนนั้นแค่ถามเพื่อคอนเฟิร์มข้อมูล ไม่มีใครแฉเธอสักหน่อย

ก็เปิดตัวตอนให้สัมภาษณ์เอง แล้วพอเขาถามดันมาร้องแรกแหกกระเชอ

บิลลี เธอเข้าใจความหมายของคำว่าแฉจริงหรือเปล่า

ชุมชน LGBTQIA+ กับการถูกคาดหวังให้ต้อง ‘เปิดตัว’

จากสถิติพบว่า ผู้ที่รู้สึกดึงดูดและรักชอบกับคนหลากหลายเพศ ซึ่งจัดว่าอยู่ใต้ร่มไบเซ็กชวล (Bisexual) เช่นบิลลีนั้น มักต้องเผชิญกับขั้นตอนและผลลัพธ์ของการเปิดตัวที่ซับซ้อนและยุ่งยากกว่าผู้ที่เปิดตัวว่ารักชอบเพศเดียวกับตนเอง (เช่น เกย์หรือเลสเบี้ยน) ในรูปแบบของอคติทางเพศ ความไม่เข้าใจ หรือไม่เชื่อว่าอัตลักษณ์ทางเพศนี้มีอยู่จริง ผ่านวาทกรรมที่เหยียดหยามไบเซ็กชวล (Biphobic) เช่น

เสือไบ

ไบเซ็กชวล หรือเรียกอีกอย่างก็คือพวกใจโลเล เจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ

หญิงไบคือหญิงสเตรทที่เรียกร้องความสนใจ ส่วนชายไบ แท้จริงก็แล้วก็คือเกย์ที่ไม่กล้ายอมรับว่าเป็นเกย์

ซึ่งถูกสมาทานโดยทั้งคนนอกและคนในคอมมูฯ LGBTQIA+ ด้วยกันเอง

ในประวัติศาสตร์เควียร์ การ ‘เปิดตัว’ หรือ ‘Coming Out’ ถูกมองเป็นก้าวหนึ่งของชีวิตที่สำคัญและท้าทายที่สุดสำหรับคอมมูฯ เพศหลากหลายทั่วโลก อธิบายให้ง่ายที่สุดก็คือ การออกมาเปิดเผยและ/หรือเลิกปิดบังเพศวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองจากคนรอบตัว

อย่างไรก็ดี เริ่มมีคนรุ่นใหม่ที่หันมาตั้งคำถามต่อแนวคิดเรื่องการเปิดตัวว่าอาจเป็นเพียงวิถีปฏิบัติที่ล้าสมัย เป็นสิ่งที่ ‘ไม่จำเป็น’ หรือแม้กระทั่ง ‘ไม่ควรทำ’ อีกต่อไปแล้ว เพราะนัยหนึ่ง การที่ LGBTQIA+ ถูกคาดหวังว่าจะเปิดตัวอย่างน้อยสักครั้งในช่วงหนึ่งใดช่วงใดของชีวิต ในขณะที่เหล่า ‘ชายจริงหญิงแท้’ ที่เกิดมา ‘ตรงเพศ’ ทั้งหลาย กลับสามารถใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายหรือป่าวประกาศกับใครว่า “ฉันเป็น Cis Straight!” ก็ถือเป็นปรากฏการณ์จากการ Coming Out ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม

นอกจากนี้ การสืบทอดภาพจำที่ว่า มีเพียงคนไม่กี่กลุ่มในสังคมเท่านั้นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการเปิดตัว ยังเป็นการตอกย้ำบรรทัดฐานรักต่างเพศ (Heteronormativity) ที่ปล่อยให้คนที่มีอัตลักษณ์ตรงเพศ (Cisgender) และเพศวิถีแบบรักต่างเพศ (Heterosexual) เท่านั้น ที่สามารถผูกขาดนิยามของการเป็น ‘คนปกติ’ ที่ไม่จำเป็นต้อง ‘เปิดตัว’ เอาไว้อีกด้วย

จริงอยู่ที่บิลลีเปิดเผยต่อสื่อว่าเธอชอบผู้หญิงเป็นครั้งแรก แต่เธอไม่ได้พูดถึงมันด้วยเจตนาที่จะ ‘ประกาศ’ หรือ ‘เปิดตัว’ นอกจากนี้ เธอยังไม่ได้กล่าวแปะป้ายตัวเองด้วยชื่ออัตลักษณ์ทางเพศใดๆ เลยแม้แต่น้อย แค่หยิบยกความรู้สึกส่วนตัวขึ้นมาพูดถึงในบทสัมภาษณ์ ในลักษณะเดียวกับการพูดถึงผลงานเพลงหรือประสบการณ์อื่นๆ ในชีวิตเท่านั้น

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากคนที่ไม่เชื่อในการ Coming Out อย่างบิลลีจะรู้สึกไม่ชอบใจที่มีคนมาคอยตั้งคำถาม หรือมีสื่อมาจี้ให้เธอ ‘ยืนยัน’ เพศวิถีของตัวเองต่อสาธารณชน

“เรามีตัวตนอยู่เฉยๆ แค่นั้นไม่ได้หรือ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนาน โดยที่ไม่ได้พูดถึงมันเท่านั้นเอง” บิลลีกล่าว

อ้างอิง

https://variety.com/2023/music/features/billie-eilish-body-shamers-sexualized-barbie-oscar-buzz-1235787860/

https://www.them.us/story/billie-eilish-coming-out-interview-variety-red-carpet

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...