โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สมศักดิ์’ เชื่อน้ำต้มใบมะละกอรักษามะเร็งได้ เตรียมดัน สธ.วิจัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ธ.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2566 เวลา 08.17 น. • The Bangkok Insight

"สมศักดิ์" เชื่อน้ำต้มใบมะละกอรักษามะเร็งได้ผู้ป่วยที่กินแล้วได้ผลจริงเตรียมดันสธ.วิจัยอ้างญี่ปุ่นจดสิทธิบัตรต้านมะเร็งหลายชนิด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเคยระบุว่าน้ำต้มใบมะละกอช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ว่า หลังจากที่นำประสบการณ์ของผู้ใช้จริงมานำเสนอ ทางสถาบันมะเร็งยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมนั้น

ต้มใบมะละกอ

ขอยืนยันว่าผู้ที่มาแชร์ประสบการณ์เป็นผู้ที่ใช้จริง และมีผลตรวจทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่ารักษาหายจริง แต่คงไม่แปลกหากสถาบันมะเร็ง จะระบุว่าไม่จริง เพราะเวลานี้ ข้อมูลทางวิชาการยังไม่สามารถระบุแน่ชัดว่าน้ำต้มใบมะละกอนั้น รักษามะเร็งระยะสุดท้ายได้จริงหรือไม่ โดยบางรายงานพบว่า น้ำต้มใบมะละกออาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง แต่เวลานี้ยังไม่ศึกษาในระดับคนหรือนำสัตว์มาทดลอง

“ถ้าเราจะมานั่งถกเถียงกันเรื่องนี้ ประโยชน์คงไม่เกิดต่อพี่น้องประชาชนรวมถึงสังคม ในฐานะที่ผมกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข คงต้องเดินหน้าผลักดันให้มีการวิจัย เพื่อให้มีผลออกมาชัดเจน เพราะถ้าน้ำต้มใบมะละกอ ทำให้ทางวิชาการยืนยันได้ว่า รักษาได้จริง จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประหยัดค่ารักษาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์สูงสุด แม้ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ แต่ที่ญี่ปุ่น ได้จดสิทธิบัตรเรื่องใบมะละกอมีฤทธิ์ต้านมะเร็งหลายชนิดและปลอดภัยสูงแล้ว เราจะนำข้อมูลวิชาการของญี่ปุ่น มาร่วมศึกษาวิจัยด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การที่ตนนำเสนอเรื่องนี้เพื่อเป็นวิทยาทาน แต่ไม่เคยพูดว่าการกินน้ำต้มใบมะละกอจะเป็นการรักษาหลักเพื่อแทนสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นการนำเสนอทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่รักษาหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล ซึ่งตนยึดผลการตรวจทางการแพทย์จากผู้ที่ใช้จริงที่เป็นมะเร็งระยะที่4 แต่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงมองว่าเป็นประโยชน์และควรนำข้อมูลออกมาเปิดเผย เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะสิ้นหวังแล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่าคนที่นำมาออกในรายการ เป็นคนที่รักษาหายจริง และยังมีคนอีกจำนวนหนึ่ง ที่ลองกินแล้วหาย จึงไม่ใช่เรื่องโกหก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...