มะขามเปรี้ยวยักษ์ ยุคออนไลน์ พื้นที่ 20 ไร่ ทำเงินได้หลายล้านบาทต่อปี
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ แห่งจังหวัดลำปาง อายุเพิ่ง 30 ปีเศษ แต่เป็นเกษตรกรดีเด่น พลิกผืนแผ่นดินให้กลายเป็นเงินล้านได้
เธอคือ คุณสุสานี นันท์ตา หรือ น้องเปา แห่งบ้านห้วยหวด จังหวัดลำปาง ผู้เขียนและทีมงานได้ไปชมไร่ของเธอ ซึ่งมีพื้นที่ถึง 30 ไร่ เธอปลูกพืชยืนต้นที่ดูแลง่าย ต้นทุนการผลิตต่ำ ไม่ต้องจ้างแรงงาน ใช้แรงงานในครอบครัว คือ พ่อ แม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมทั้งตัวเธอ รวมเป็น 5 คน ช่วยกันดูแลแปลงเกษตรถึง 30 ไร่
30 ไร่ของเธอ ปลูกอะไรบ้าง คือ ไผ่ซางหม่น ไผ่หวาน มะขามเปรี้ยวยักษ์ฝักใหญ่
โดยปลูกไผ่ 6 ไร่ ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ 20 ไร่ ไผ่หวานตัดหน่อขาย 2 ไร่ รายได้หลักคือ มะขาม มะขามเปรี้ยวยักษ์ เมื่อนำมาแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มแล้วได้ราคากิโลกรัมละ 100 บาท มะขามเปรี้ยวทั้งหมด 300 ต้น ต้นหนึ่งได้ประมาณ 100 กิโลกรัม 300×100 = 30,000 บาท ถ้าขายแบบยกสวนคือ ไม่ต้องทำอะไร มีแม่ค้ามาเหมาเอาทั้งสวนจะได้กิโลกรัมละ 10-15 บาท = 30,000×10 = 3 แสนบาท
แต่น้องเปา เธอนำมาแปรรูปเอง ขายเอง คือเก็บฝักมาแล้วเอามาแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่ม ขายได้กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งจะเป็นราคาขายส่ง จะมีแม่ค้ามารับซื้อไปขายต่อ
มะขาม 300 ต้น ฝักจะแก่เต็มที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เก็บอยู่ประมาณ 2 เดือน คือเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม การแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่ม จะใช้มะขามแก่จัด แต่ต้องไม่ให้สุกงอม แก่จัดจนได้ที่ก็จะเก็บลงมาครั้งละประมาณ 50 กิโลกรัม หรือ 100 กิโลกรัม แต่เอามาแปรรูปขายได้กิโลกรัมละ 100 บาท 100 กิโลกรัม ก็จะได้เงิน 1 หมื่นบาท จะมีแม่ค้าที่เปิดร้านขายของปลีกมารับเอาไปคนละ 20 กิโลกรัม หรือ 50 กิโลกรัม หรือ 100 กิโลกรัม จะมีการโทร.มาสั่งจองไว้ล่วงหน้า เพราะมะขามยักษ์ฝักใหญ่เป็นมะขามแช่อิ่มแล้ว เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นสาว หรือทำงานในบริษัท งานราชการ หรือบ้านขายของชำ ของที่ระลึก จะชอบกันมาก วางขายไม่ถึง 2 วันก็หมด
ในฤดูของการแปรรูปเพียง 2 เดือน เธอมีรายได้วันละกว่าหมื่นบาท ในระยะที่ทำมะขามแช่อิ่มก็จะช่วยกันภายในครอบครัว หรือถ้าจำเป็นหากงานเข้าคือ มีคนสั่งจองมาเยอะก็จะมีการจ้างญาติๆ มาช่วยกัน ให้ค่าแรงคนละ 300 บาท ต่อวัน ถ้างานเข้าเยอะ เก็บมะขาม 200-300 กิโลกรัม ก็จะจ้างคนมาช่วย จ่ายค่าแรงไป 900 บาท ต่อครั้ง ในระยะเวลาที่มะขามยักษ์ออกฝักเป็นระยะเก็บเงินได้เดือนละ 2-3 แสนบาท
แต่ถ้ารอให้มะขามสุก มะขามเปรี้ยวยักษ์สุกแล้วจะขายเป็นมะขามเปียกขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท แกะเมล็ดออกแล้วจะให้กิโลกรัมละ 40 บาท
เก็บฝักจนหมดต้นแล้ว เดือนมกราคมจะต้องตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย
มะขามเปรี้ยวยักษ์เป็นไม้ยืนต้นทนแล้ง ไม่รดน้ำต้นมะขามก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามีน้ำรดบ้างก็จะดียิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นไม้ผลที่มีต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ ปุ๋ยที่ใส่ก็จะเป็นปุ๋ยที่ผลิตเอง คือ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ ฯลฯ
มะขามเปรี้ยวยักษ์ไม่ชอบสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงต่างๆ นอกจากจะพ่นฮอร์โมนตอนมะขามออกดอกเพื่อไม่ให้ร่วงหล่นของดอกมะขาม การพ่นฮอร์โมนไม่มีพิษภัยใดๆ ต่อเกษตรกร
ส่วนใครที่มีความคิดจะปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์ อันดับแรกต้องหาที่ดินที่เหมาะสม นอกจากจะผลิตฝักมะขามแล้วสวนของน้องเปายังมีการตอนกิ่งมะขามด้วย จึงมีรายได้ทั้ง 2 ทาง คือขายฝักและขายกิ่งพันธุ์ กิ่งพันธุ์มะขามยักษ์ของน้องเปาขายในราคาย่อมเยา เพียงต้นละ 50 บาทเท่านั้น เธอบอกว่าเห็นใจคนที่คิดจะปลูกมะขาม
ที่ดินที่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ ถ้าปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์จะเหมาะอย่างยิ่ง เพราะมะขามเป็นพืชทนแล้ง ต้นทุนน้อย ดีกว่าไม้ผลอย่างอื่น ต้องลงทุนเรื่องแหล่งน้ำ เช่น การขุดบ่อ ขุดสระ ก็ต้องมีเงินลงทุนเป็นหลักแสน ระยะเวลา 3 ปีกว่า มะขามจะออกฝัก ต้องปลูกพืชระยะสั้นแซมไปด้วย
ตอนนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. 401 มีโครงการจะแจกที่ดินแก่ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกิน ถ้าเขาแจกให้คนละ 3 ไร่ ก็จะได้มะขามเปรี้ยวยักษ์ 300 ต้น ปลูกไร่ละ 100 ต้น ห่างกัน 4×4 เมตร เวลาข้าราชการบำนาญที่ปลดเกษียณมาแล้ว มักจะหาอาชีพเสริม เพราะลำพังเงินบำนาญก็ไม่ค่อยพอยังชีพ เนื่องจากว่าตอนทำงานอยู่มีการกู้เงินกันมากมาย พอเกษียณมาแล้วก็ยังไม่หมดหนี้ ต้องใช้หนี้ โดยหักจากเงินบำนาญ
เงินบำนาญที่ได้หักหนี้เหลือไม่มากเหมือนกันหมดทุกหย่อมหญ้า คนแก่ที่อายุ 60 ปีเศษขึ้นไป มักจะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะเคยมีเงินเดือนกินเดือนละ 3-4 หมื่น พอเกษียณแล้วเหลือเดือนละไม่ถึงหมื่น ถ้าไปปลูกพืชอื่นๆ ก็ต้นทุนเยอะ เช่น การทำนา มีครูเกษียณหลายๆ ท่านได้ไปกู้เงินสหกรณ์มาซื้อที่นาเพื่อจะปลูกข้าวทำนา หวังขายข้าว แต่ต้นทุนการทำนามีต้นทุนสูง หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน เพราะข้าวราคาถูก ต่อ 1 ไร่ ได้เพียง 500-600 กิโลกรัม แต่มะขามยักษ์ 1 ไร่ ได้ถึง 2-3 พันกิโลกรัม เพราะฝักมะขามหนักกว่าข้าว แม้ว่าปีหนึ่งจะได้ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่เหนื่อยเหมือนการทำนา
มีครูบำนาญหลายท่านที่ออกจากราชการมาแล้ว บ่นว่ายังยากจน ทำอะไรก็ขาดทุนไปหมด ไม่ทำอะไรเลยก็แย่ รายรับไม่พอรายจ่าย เกิดความเครียด ไหนต้องดูแลลูกหลานอีก
การแปรรูป มะขามเปรี้ยวยักษ์
มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย การดูแลไม่ยุ่งยาก สามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด เช่น ดินลูกรัง ดินดาน ดินเหนียว ดินทราย แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นดินร่วนปนทราย ซึ่งมีการระบายน้ำที่ดี เพราะมะขามเป็นพืชทนแล้ง มะขามเปรี้ยวให้ผลดก ติดฝักง่าย ต้นไม่สูงมาก เป็นทรงพุ่ม กิ่งจะขยายออกด้านข้าง มีฝักขนาดใหญ่ ให้เนื้อในปริมาณที่มากกว่ามะขามเปรี้ยวทั่วๆ ไป ผลผลิตโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ต้น ต่อตัน
หลังจากที่ต้นมีอายุประมาณ 10 ปีไปแล้ว สามารถเก็บฝักกินได้เป็นร้อยๆ ปี ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ยอดอ่อน ฝักอ่อน สามารถส่งเข้าโรงงานน้ำพริก ฝักดิบนำไปแปรรูปหลากหลาย ทั้งการแช่อิ่ม ตากแห้ง แปรรูปเป็นน้ำมะขาม ส่วนฝักที่แก่มากๆ ก็สามารถมาเป็นมะขามเปียก แกะเมล็ดแล้วขายก็ยังสามารถสร้างรายได้ที่ดี
ดังนั้น มะขาม 1 ต้น จึงสามารถสร้างเงินให้กับผู้เป็นเจ้าของได้แทบทุกส่วน ที่สำคัญสารอาหารที่อยู่ในมะขามล้วนแล้วแต่มีคุณค่าที่ร่างกายต้องการทั้งสิ้น
สรรพคุณของ มะขามเปรี้ยว
จากการศึกษาพบว่า ส่วนเนื้อของมะขามเปรี้ยวมีกรดทาร์ทาริกสูง ประมาณ 12-14 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงกรดอินทรีย์หลายชนิดประกอบกัน ทำให้มะขามมีรสชาติที่เปรี้ยว อีกทั้งยังมีสาร “แพคติน” และ “กัม” อยู่ด้วย ทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย นอกจากเนื้อมะขามเปรี้ยวจะมีวิตามินสูงแล้ว ใบมะขามอ่อน ดอกมะขาม และฝักอ่อนมะขาม ก็ยังมีวิตามินซีสูงด้วยเช่นกัน จึงมีผู้นำมาประกอบอาหารต่างๆ ได้มากมายหลายอย่าง เนื้อมะขามเปรี้ยวยักษ์เวลาสุกจะเป็นสีแดงน้ำตาล มีรสเปรี้ยวกว่ามะขามธรรมดาประมาณ 2 เท่า
สรรพคุณทางยา นอกจากนี้ การกินมะขามเปรี้ยวยังช่วยแก้ในเรื่องอาการท้องผูก ถ่ายไม่ออก ฟื้นฟูระบบขับถ่ายให้กลับมาทำงานตามปกติ หรือในรายของคนที่มีอาการ “ท้องเดิน” ก็ยังใช้ประโยชน์จากเปลือกมะขามเปรี้ยว ทั้งสดและแห้ง เอามาต้มกับน้ำปูนใสกินแก้อาการท้องเดินได้ มะขามเปรี้ยว ยังมีสรรพคุณในการละลายเสมหะ และเสลดที่ติดคอ ช่วยลดอาการไอ และทำให้ชุ่มคอได้เป็นอย่างดี
การเก็บเกี่ยว มะขามเปรี้ยวยักษ์
วัฏจักรของมะขามมีช่วงระยะเวลาในการเจริญเต็มที่ (แก่) ไม่พร้อมกัน การเก็บต้องใช้แรงงานที่มีประสบการณ์พอสมควร เพราะต้องสังเกตเลือกเอามะขามที่ลักษณะดี ไม่เป็นกระดูก (ไม่เล็กเกินไป) ต้องเลือกฝักที่มีสีกระดังงา เขียวออกเข้ม (ไม่ใช่สีน้ำตาล) การเลือกนี้ต้องสังเกตจากขั้วที่ต้องไม่ขาวซะทีเดียว ขั้นตอนการเก็บจึงต้องมีความชำนาญมาก เพราะถ้าเลือกเก็บไม่ดี ได้ฝักที่ยังไม่ได้อายุ การเอามาทำแช่อิ่มจะทำให้เนื้อมะขามเละ ไม่น่ากินอย่างยิ่ง
ฤดูที่สามารถเก็บเกี่ยวได้นั้น ในแต่ละปีมีเพียงแค่ 3 เดือนเป็นอย่างน้อย คือเริ่มตั้งแต่กันยายน-พฤศจิกายน พอถึงธันวาคม มะขามช่วงนั้นจะเริ่มเป็นมะขามที่แก่จัด (มะขามเปียก) เรียกได้ว่าการทำมะขามยักษ์แช่อิ่ม ตัวเองก็มีช่วงเวลาที่พร้อมจะทำและจำหน่ายไม่เกินจากนี้เช่นกัน
ขั้นตอนการทำ มะขามเปรี้ยวยักษ์แช่อิ่ม
- หลังจากที่เก็บมะขามเปรี้ยวยักษ์มาจากต้น ขั้นตอนสำคัญอีกอย่างก็คือ การแกะสด เพื่อลอกเอาเปลือก เอาเส้นที่อยู่ในมะขามออกทั้งหมด ให้เหลือแต่เนื้อล้วนๆ
- ทันทีที่แกะมะขามเสร็จแต่ละฝัก ต้องแช่ในน้ำเกลือทันทีเพื่อไม่ให้ฝักดำ
- หลังจากแกะมะขามเสร็จหมดทุกฝัก ก็เอามะขามที่แช่ในน้ำเกลือมาทำให้สะเด็ดน้ำ แล้วแช่ต่อในน้ำเกลือผสมกับปูนใส การแช่ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันเป็นอย่างน้อย เพื่อทำให้มะขามลดความเปรี้ยวลง และเพิ่มความกรอบให้กับเนื้อมะขามเปรี้ยวด้วย
- หลังจากที่คาดคะเนว่ามะขามมีรสชาติที่ดีพอแล้ว ก็เริ่มการทำน้ำเชื่อมด้วยการใช้น้ำตาลทราย เกลือป่น น้ำ ตั้งไฟให้เดือด ต้มเสร็จกรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ให้เย็น
- นำมะขามที่ผ่านการแช่น้ำเกลือผสมน้ำปูนมาทำให้สะเด็ดน้ำอีกครั้ง แล้วใส่ลงในภาชนะที่บรรจุ ตามด้วยการใส่น้ำเชื่อมจากข้อ 4 พักไว้อีกประมาณ 3-4 วัน เป็นอย่างน้อย ระหว่างนี้ต้องมีการชิมน้ำเชื่อมด้วยว่าหวานหรือเปรี้ยว ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวต้องมีการเปลี่ยนน้ำเชื่อมหรือเพิ่มน้ำตาลลงไป ขั้นตอนนี้จึงค่อนข้างเปลืองน้ำตาลเป็นอย่างมาก และการที่ทำโดยไม่ใช้สารกันบูดก็ต้องคอยหมั่นอุ่นน้ำเชื่อมตลอดเวลา แล้วเอามาพักก่อนเทลงไปบนมะขามเปรี้ยว จนกว่าจะครบตามกำหนดเวลา
- ขั้นตอนการเก็บรักษา หลังจากแช่อิ่มเสร็จเพื่อให้มะขามยักษ์แช่อิ่มอยู่ได้นานเป็นปี ก็ต้องเอามาใส่ถุงพลาสติกแล้วบรรจุในตู้เย็นก็จะช่วยยืดอายุให้อยู่ได้นาน สามารถเก็บไว้กินได้นานเป็นแรมปีทีเดียว
การจำหน่าย มะขามเปรี้ยวยักษ์แช่อิ่ม
เพราะมะขามเปรี้ยวไม่ใช่ผลไม้ที่สามารถทำนอกฤดูได้เหมือนผลไม้อื่นๆ ช่วงที่ออกผลผลิตแล้วเก็บมาแปรรูปได้ก็มีแค่ 3 เดือน ตั้งแต่กันยายน-พฤศจิกายนเท่านั้น การขายก็ทำในระหว่างนี้ ราคาจำหน่าย 160 บาท ต่อกิโลกรัม (ประมาณ 12-13 ฝัก) แต่ถ้าเป็นฝักใหญ่ (ยักษ์ล้วนไม่ปนฝักสั้น) น้ำหนักประมาณ 8-10 ฝัก ต่อกิโลกรัม จะขาย 200 บาท
ผู้ที่นิยมกินต่างก็จะรู้ว่า ช่วงนี้คือเวลาที่มีสินค้ามาจำหน่าย ส่วนมากก็จะสั่งจองกันล่วงหน้า เพราะสามารถเอาไปกินเอง แจกญาติพี่น้อง หรือส่งเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้ สร้างรายได้ในแต่ละเดือน (ประมาณ 3 เดือนที่ทำการขาย) ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท ซึ่งถือว่าในกลุ่มผลไม้แช่อิ่มด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพวกมะกอก มะดัน มะม่วง การทำมะขามแช่อิ่มสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ดีที่สุด แม้จะขายไม่ได้ตลอดทั้งปีเหมือนผลไม้แช่อิ่มอื่นๆ ก็ตามที
สำหรับต้นพันธุ์มะขามยักษ์ ติดต่อได้ที่ โทร. 064-429-8814