ชวนรู้จัก 2 วิธีการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง-ส่งไปต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
ชวนรู้จัก 2 วิธีการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง-ส่งไปต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวและเอกสารยังไงบ้าง
หลังจากเป็นกระแสสุดสะเทือนใจกับการจากไปของสัตว์เลี้ยงแสนรัก เมโลดี้ น้องหมาของมีมี่ ลี "พร้อมวิไล หลี่ศิริโรจน์" นักร้องสาวชาวไทยที่ไร้ลมหายใจหลังขึ้นเครื่องขนส่งทางอากาศ เดินทางจากกรุงเทพฯไปนครเซียงไฮ้ จนปัจจุบันยังรอการตรวจสอบจากสายการบิน (อ่านเพิ่มเติมที่ คลิก)
ทางทีมข่าวสดจะขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ โดยเพจเฟซบุ๊ก Pet Town Relocations ซึ่งเป็นเพจบริการขนส่งสัตว์เลี้ยงของท่านผ่านการขนส่งทางอากาศ (Airfreight) และบริการด้านเอกสารกรมปศุสัตว์ จองไฟลต์ และดำเนินพิธีการขาเข้า และออกทั้งหมด ออกมาเผยแพร่องค์ความรู้ว่า การส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศมีทั้งหมด 2 ประเภท
1. Passenger baggage (เดินทางเป็นสัมภาระผู้โดยสาร) โดยแยกไปเป็น 2 ประเภท 1.1 Checked baggage สัตว์เลี้ยงจะเช็กอินพร้อมกับผู้โดยสารโดยไม่ได้เดินทางในห้องโดยการ (Cabin) หลังจากเช็กอินเสร็จ สายการบินจะให้ผู้โดยสารไปโหลดน้องที่ Oversized Baggage บริเวณใกล้ ๆ Checkin Counter หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำน้องไปโหลดใต้เครื่องที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องบิน โดยจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิและความดันอากาศให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง หากมีการต่อเครื่องน้องจะถูกย้ายไปไว้ในห้องแอร์ พร้อมเติมน้ำและอาหารให้
1.2 Pet in Cabin ดำเนินการทุกอย่างเหมือน Checked Baggage แต่น้องจะสามารถเดินทางกับผู้โดยสารได้ในห้องโดยสาร สายการบินส่วนใหญ่จะอนุญาตสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดเล็กโดยน้ำหนักตัวรวมกระเป๋าแล้วห้ามเกิน 8 กก. และสัตว์เลี้ยงต้องวางอยู่บริเวณ Foot Rest (บริเวณที่วางเท้า) เท่านั้น พร้อมงดให้อาหารสัตว์เลี้ยงก่อนเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงอาเจียนระหว่างการเดินทาง
2. Manifest Cargo การส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศแบบไม่ต้องมีผู้โดยสารเดินทางด้วย และเมื่อถึงประเทศปลายทาง ผู้รับจะต้องมี Shipping Agent ในการเคลียร์ศุลกากรขาออก กรงสัตว์เลี้ยงที่ใช้ขนส่งจะต้องมีอุปกรณ์ติดกรงและติดสติกเกอร์
ได้แก่ ขวดน้ำแขวน, ถาดอาหารแบบแขวน, Live Animal ทั้งสองข้างซ้าย ขวา, ลูกศรชี้ขึ้น ทั้งสองข้างซ้าย ขวา, ด้านบนติดชื่อผู้ส่ง, ผู้รับ, รายละเอียดน้องสัตว์ และ Feeding guide (แนวทางการใช้อาหาร) พร้อมติดอาหาร 1 ถุง, น้ำเปล่าสะอาด 1 ขวด, แผ่นรองถ่าย เอกสารสัตว์เลี้ยง และเอกสารสายการบินเกี่ยวกับ Shipment นั้น ๆ
ภาพจาก Pet Town Relocations
การเตรียมตัวน้องให้พร้อมมีอะไรบ้าง
- สุขภาพร่างกาย น้องไม่ควรมีน้ำหนักมากจนเกินไป หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ หัวใจ ตั้งครรภ์ ฯลฯ
- ฝึกน้องอยู่กรง หรือกระเป๋า Soft Case ที่ได้มาตรฐานสากล (ไม่ควรเกิน 55 x 37 x 30 ซม. หรือ 22 x 15 x 12 นิ้ว) อย่างต่ำ 1 - 2 เดือนก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันอาการกระวนกระวาย หรือกลัวจนขุดกรงหรือกระเป๋าจนสามารถทำให้ตัวน้องเองบาดเจ็บ ทั้งยังฝึกจำนวนสัตว์เลี้ยง 1 กรงต่อ 1 ตัวเท่านั้น
- ฝึกให้กินน้ำจากกระบอกแขวน โดยในบางตัวเคยกินตั้งแต่เป็นลูกสุนัขและล฿กแมว แต่ถ้าไม่เคยให้ฝึกแต่เนิ่น ๆ การขึ้นเครื่องบิน
- ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพที่ด่านกักกันสัตว์ก่อนเดินทาง 2 - 3 วัน เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ ออกใบอนุญาตส่งสัตว์ออก (แบบ ร.9) พร้อมเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) พร้อมยื่นคำร้องขอส่งสัตว์ออก (แบบ ร.1/1) ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนนำออก
- ผู้เลี้ยงควรศึกษาระเบียบข้อปฎิบัติ เพราะแต่ละสายการบินก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของเส้นทางที่ให้บริการ สายพันธุ์สัตว์เลี้ยง อายุ เอกสารรับรองต่าง ๆ ที่สนามบินปลายทางต้องการ
- เตรียมเอกสารให้พร้อม ได้แก่ สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของสัตว์เลี้ยง (กรณีนำสัตว์เลี้ยงออกนอกประเทศ), ใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกประเทศ, ใบอนุญาตนำเข้าสุนัขและแมวสำหรับประเทศนั้น, ใบรับรองสุขอนามัย, ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเอกสารอื่นที่ประเทศปลายทางต้องการ
อย่างไรก็ตาม การให้ยาซึมอันตรายมากกว่าไม่ให้ ควรอยู่ในดุลพินิจของสัตวแพทย์เท่านั้น โดยปกติระหว่างเดินทางอากาศบนเครื่องนั้นเบาบางอยู่แล้ว ระหว่างเดินทางโดยส่วนใหญ่น้องจะหลับ พร้อมทั้งเมื่อถึงประเทศปลายทางควรงดอาบน้ำ 1 สัปดาห์เพื่อให้น้องปรับสภาพร่างกายให้ชินกับประเทศปลายทางก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงไม่สบายสูง
ขอบคุณที่มาจาก Pet Town RelocationsAOT