โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก 2 วิธีการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง-ส่งไปต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

Khaosod

อัพเดต 28 มิ.ย. 2565 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 04.20 น.

ชวนรู้จัก 2 วิธีการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง-ส่งไปต่างประเทศ ต้องเตรียมตัวและเอกสารยังไงบ้าง

หลังจากเป็นกระแสสุดสะเทือนใจกับการจากไปของสัตว์เลี้ยงแสนรัก เมโลดี้ น้องหมาของมีมี่ ลี "พร้อมวิไล หลี่ศิริโรจน์" นักร้องสาวชาวไทยที่ไร้ลมหายใจหลังขึ้นเครื่องขนส่งทางอากาศ เดินทางจากกรุงเทพฯไปนครเซียงไฮ้ จนปัจจุบันยังรอการตรวจสอบจากสายการบิน (อ่านเพิ่มเติมที่ คลิก)

ทางทีมข่าวสดจะขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ โดยเพจเฟซบุ๊ก Pet Town Relocations ซึ่งเป็นเพจบริการขนส่งสัตว์เลี้ยงของท่านผ่านการขนส่งทางอากาศ (Airfreight) และบริการด้านเอกสารกรมปศุสัตว์ จองไฟลต์ และดำเนินพิธีการขาเข้า และออกทั้งหมด ออกมาเผยแพร่องค์ความรู้ว่า การส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศมีทั้งหมด 2 ประเภท

1. Passenger baggage (เดินทางเป็นสัมภาระผู้โดยสาร) โดยแยกไปเป็น 2 ประเภท 1.1 Checked baggage สัตว์เลี้ยงจะเช็กอินพร้อมกับผู้โดยสารโดยไม่ได้เดินทางในห้องโดยการ (Cabin) หลังจากเช็กอินเสร็จ สายการบินจะให้ผู้โดยสารไปโหลดน้องที่ Oversized Baggage บริเวณใกล้ ๆ Checkin Counter หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำน้องไปโหลดใต้เครื่องที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องบิน โดยจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิและความดันอากาศให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง หากมีการต่อเครื่องน้องจะถูกย้ายไปไว้ในห้องแอร์ พร้อมเติมน้ำและอาหารให้

1.2 Pet in Cabin ดำเนินการทุกอย่างเหมือน Checked Baggage แต่น้องจะสามารถเดินทางกับผู้โดยสารได้ในห้องโดยสาร สายการบินส่วนใหญ่จะอนุญาตสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดเล็กโดยน้ำหนักตัวรวมกระเป๋าแล้วห้ามเกิน 8 กก. และสัตว์เลี้ยงต้องวางอยู่บริเวณ Foot Rest (บริเวณที่วางเท้า) เท่านั้น พร้อมงดให้อาหารสัตว์เลี้ยงก่อนเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงอาเจียนระหว่างการเดินทาง

2. Manifest Cargo การส่งสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศแบบไม่ต้องมีผู้โดยสารเดินทางด้วย และเมื่อถึงประเทศปลายทาง ผู้รับจะต้องมี Shipping Agent ในการเคลียร์ศุลกากรขาออก กรงสัตว์เลี้ยงที่ใช้ขนส่งจะต้องมีอุปกรณ์ติดกรงและติดสติกเกอร์

ได้แก่ ขวดน้ำแขวน, ถาดอาหารแบบแขวน, Live Animal ทั้งสองข้างซ้าย ขวา, ลูกศรชี้ขึ้น ทั้งสองข้างซ้าย ขวา, ด้านบนติดชื่อผู้ส่ง, ผู้รับ, รายละเอียดน้องสัตว์ และ Feeding guide (แนวทางการใช้อาหาร) พร้อมติดอาหาร 1 ถุง, น้ำเปล่าสะอาด 1 ขวด, แผ่นรองถ่าย เอกสารสัตว์เลี้ยง และเอกสารสายการบินเกี่ยวกับ Shipment นั้น ๆ

ภาพจาก Pet Town Relocations

การเตรียมตัวน้องให้พร้อมมีอะไรบ้าง

  • สุขภาพร่างกาย น้องไม่ควรมีน้ำหนักมากจนเกินไป หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ หัวใจ ตั้งครรภ์ ฯลฯ
  • ฝึกน้องอยู่กรง หรือกระเป๋า Soft Case ที่ได้มาตรฐานสากล (ไม่ควรเกิน 55 x 37 x 30 ซม. หรือ 22 x 15 x 12 นิ้ว) อย่างต่ำ 1 - 2 เดือนก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันอาการกระวนกระวาย หรือกลัวจนขุดกรงหรือกระเป๋าจนสามารถทำให้ตัวน้องเองบาดเจ็บ ทั้งยังฝึกจำนวนสัตว์เลี้ยง 1 กรงต่อ 1 ตัวเท่านั้น
  • ฝึกให้กินน้ำจากกระบอกแขวน โดยในบางตัวเคยกินตั้งแต่เป็นลูกสุนัขและล฿กแมว แต่ถ้าไม่เคยให้ฝึกแต่เนิ่น ๆ การขึ้นเครื่องบิน
  • ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพที่ด่านกักกันสัตว์ก่อนเดินทาง 2 - 3 วัน เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ ออกใบอนุญาตส่งสัตว์ออก (แบบ ร.9) พร้อมเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) พร้อมยื่นคำร้องขอส่งสัตว์ออก (แบบ ร.1/1) ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนนำออก
  • ผู้เลี้ยงควรศึกษาระเบียบข้อปฎิบัติ เพราะแต่ละสายการบินก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป ทั้งในเรื่องของเส้นทางที่ให้บริการ สายพันธุ์สัตว์เลี้ยง อายุ เอกสารรับรองต่าง ๆ ที่สนามบินปลายทางต้องการ
  • เตรียมเอกสารให้พร้อม ได้แก่ สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของสัตว์เลี้ยง (กรณีนำสัตว์เลี้ยงออกนอกประเทศ), ใบอนุญาตนำสัตว์ออกนอกประเทศ, ใบอนุญาตนำเข้าสุนัขและแมวสำหรับประเทศนั้น, ใบรับรองสุขอนามัย, ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเอกสารอื่นที่ประเทศปลายทางต้องการ

อย่างไรก็ตาม การให้ยาซึมอันตรายมากกว่าไม่ให้ ควรอยู่ในดุลพินิจของสัตวแพทย์เท่านั้น โดยปกติระหว่างเดินทางอากาศบนเครื่องนั้นเบาบางอยู่แล้ว ระหว่างเดินทางโดยส่วนใหญ่น้องจะหลับ พร้อมทั้งเมื่อถึงประเทศปลายทางควรงดอาบน้ำ 1 สัปดาห์เพื่อให้น้องปรับสภาพร่างกายให้ชินกับประเทศปลายทางก่อน ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงไม่สบายสูง

ขอบคุณที่มาจาก Pet Town RelocationsAOT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...