โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"วิทัย" ชี้ถึงเวลาปรับโครงสร้างพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งแก้ปมหนี้ครัวเรือน

Manager Online

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 11.22 น. • MGR Online

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน หนึ่งในแคนดิเดทผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบุนอยู่ในภาวะที่ไม่ดี และมีโอกาสที่จะชะลอตัวซึมยาว เนื่องจากเครื่องยนต์หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2 ตัว คือ การส่งออกและการท่องเที่ยวกำลังมีปัญหา ซึ่งประเทศไทยไม่เคยเกิดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้มาก่อน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีปัญหาเรื่องมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มาเพิ่มเติม ซึ่งคิดว่าหากยังไม่เปลี่ยนวิธีในการบริหารจัดการ จากเดิมที่ต่างคนต่างทำ ไม่บูรณาการความร่วมมือกัน จะทำให้โอกาสที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้มีความยากมากขึ้น เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นองค์ประกอบทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัญหาสังคมสูงอายุ ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง

โดยแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่นั้น ถึงแม้จะมีหนทางแก้ไขไม่กี่วิธี แต่มีความตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน เรื่องแรกคือเศรษฐกิจต้องดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้นรายได้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย GDP โตก็คือรายได้โต รายได้เพิ่มขึ้นก็มีเงินชำระหนี้มากขึ้น พอรายได้เพิ่มขึ้นก็ทำให้ตัวหารหนี้ต่อ GDP ลดลง

"เวลาเราพูดถึง GDP เป็น Real term ตัดเงินเฟ้อออก ถ้าคิด Nominal term สมมติกลับไปอยู่ที่ 4.5% เงินเฟ้อกลับไปอยู่ที่ค่ากลาง 1-3% หรือที่ 2% แล้ว GDP โต 2.5% พอเราหารกันหนี้ครัวเรือนจะลงเร็วมาก ใช้เวลา 2-3 ปีต่ำกว่า 80% แน่นอน เพราะยอดหนี้ถูกชำระมากขึ้น อาจจะมีส่วนหนึ่งกู้เพิ่มก็เป็นไปได้ แต่โดยรวมแล้วหนี้ครัวเรือนจะลง" นายวิทัย กล่าว

สิ่งสำคัญคือ ความยากจนของ SME ที่เป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต้องทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจึงจะช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนของปัจเจกบุคคลได้ด้วย ไม่ใช่ในภาพรวมอย่างเดียว

เรื่องที่ 2 คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เขาจ่ายเงินผ่อนเท่าเดิม ถ้าดอกเบี้ยลงก็ไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงในท้ายที่สุด และเรื่องที่ 3 คือการออกมาตรการพิเศษต่าง ๆ

"หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย เราต้องช่วยกันทำ ทำแล้วจะบรรเทา ไม่มีโครงการไหนที่กดปุ่มออกมาตรการแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ทันที เพราะถ้ามีก็คงโม้ ต้องช่วยกันออกมาตรการ แล้วจะเหมือนจิ๊กซอว์คนนี้ทำ คนนี้บรรเทา จะช่วยบรรเทาปัญหาได้ ถึงแม้ว่าปัญหาจะไม่หมดไปแต่จะอยู่ในระดับที่สามารถรับได้ สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น แต่ต้องใช้ความพยายาม และอย่าหลอกตัวเองว่าแก้ปัญหาจบแล้ว ต้องออกโครงการต่อเนื่อง และต้องเป็นโครงการที่อย่าห่างไกลความเป็นจริง ภาพสวยแต่ยอดไม่มา PR ได้แต่อิมแพคไม่มี อันนี้ไม่ได้" นายวิทัย กล่าว

สำหรับเรื่องการก่อหนี้นั้น ตนมองว่าการมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราต้องรู้ว่าจะมีหนี้เรื่องอะไร หนี้แต่ละตัวดอกเบี้ยต้นทุนไม่เหมือนกัน หนี้บ้านคือสิ่งที่ดอกเบี้ยต่ำสุด ถูกที่สุด ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2-3% และสร้างความมั่นคงให้เราในระยะยาว ดังนั้นถ้าจะเริ่มมีหนี้ มีหนี้บ้านก่อนได้ ส่วนหนี้ตัวอื่นที่ดอกเบี้ยแพง เช่น บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ย 16% ส่วนตัวไม่แนะนำให้มีหนี้บัตรเครดิตถ้าไม่จำเป็น เพราะทั้งแพงและเสียวินัยทางการเงินที่จะจ่ายขั้นต่ำ 8-10% ไปตลอด และสุดท้ายจะยืดเยื้อและจบยากมาก

ทั้งนี้ แนะนำว่าถ้าจะมีหนี้บัตรเครดิต 16% ให้เปลี่ยนเป็น Personal Loan สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารดีกว่า เพราะดอกเบี้ยจะลงมาที่ 8-12% อีกสิ่งที่ไม่แนะนำคือสินเชื่อ P-Loan ของ Non Bank ที่มีอัตราดอกเบี้ยถึง 25% และที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเลยคือหนี้นอกระบบ

"เน้นว่าต้องออมสม่ำเสมอ ต้องรู้ว่าเป้าหมายชีวิตของเราคืออะไร รวมถึงต้องมีการลงทุนด้วย และต้องรู้จักกระจายความเสี่ยง หารายได้ ส่วนหนี้ที่มีให้เน้นที่สินเชื่อบ้าน ถ้าคนทำธุรกิจก็อาจมีสินเชื่อทำธุรกิจให้มีรายได้เพิ่ม แต่สินเชื่อบัตรไม่ค่อยแนะนำ" นายวิทัย กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...