โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลำไยเหนือทะลัก 1 ล้านตัน พาณิชย์เดินหน้าช่วยทุกมิติ ดูดซับผลผลิต–ดันส่งออก

เดลินิวส์

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 06.33 น. • เดลินิวส์
พาณิชย์ยืนยันช่วยลำไยทุกมิติ! ขับเคลื่อนทุกมาตรการดูดซับผลผลิต–ดันส่งออก หลังผลผลิตลำไยเหนือทะลัก 1 ล้านตัน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ลำไย เรื่องนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ขจัดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น ให้ลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อติดตามสถานการณ์ลำไยอย่างใกล้ชิด

โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน มีปริมาณถึง 1,064,242 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีปริมาณ 947,140 ตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 117,102,000 กิโลกรัม เนื่องจากสภาพอากาศเย็นยาวนาน เอื้อต่อการติดดอก (ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่) ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการผลไม้แบบครบวงจร 7 มาตรการ 25 แผนงาน ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปและปรับพื้นที่ให้เหมาะสม โดยตั้งเป้าหมายระบายผลไม้ 950,000 ตัน โดยเฉพาะลำไยภาคเหนือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้ลงพื้นที่รับฟัง เสียงสะท้อนจากเกษตรกร โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตั้งแต่ช่วงต้นฤดู ทั้งการกระจายผลผลิตและขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเพิ่มมาตรการเร่งด่วน ดังนี้

(1) เชื่อมโยงลำไยส่งออก โดยรวบรวมรับซื้อลำไย (สดช่อ) เพื่อส่งออก

(2) จัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ Thai Fruits Festival 2025

(3) เชื่อมโยงลำไยผ่านเครือข่ายพันธมิตร เช่น แมคโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก-โฮลเซลล์ และเดอะมอลล์ รวมทั้ง ห้างค้าส่ง – ค้าปลีก ให้รับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง

(4) สนับสนุนการซื้อผลไม้ Pre-Order และดึงภาคเอกชน ร่วมช่วยเหลือในรูปแบบ CSR เพื่อดูดซับผลผลิตต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

(5) สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ โดยให้สถาบันเกษตรกรใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ในการกระจายผลผลิตผ่านไปรษณีย์ไทย

(6) เชื่อมโยงผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกรให้รับซื้อผลผลิตโดยตรง ด้วยการทำ MOU กับสมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้ง และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

(7) เชื่อมโยงสินค้าเข้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแจกเป็นของสมนาคุณ

(8) ขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ ได้แก่ จำหน่ายน้ำผลไม้สมูทตี้ผ่านตู้เต่าบินกับบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด และจับมือกับ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด แปรรูปทำเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม และนอกจากทั้ง 8 มาตรการนี้ นายสุชาติฯ ยังได้สั่งการให้ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีจำเป็น ได้แก่ ค่าบริหารจัดการให้โรงอบรับซื้อผลผลิตเพิ่มเพื่อรวบรวมรับซื้อลำไยรูดร่วง เพื่ออบแห้งส่งออกต่างประเทศ สำหรับด้านต่างประเทศ ได้สั่งการให้เร่งเปิดตลาดศักยภาพใหม่ ๆ และกระตุ้นผู้นำเข้า ในตลาดเป้าหมายหลัก ทั้งจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเพิ่มช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซควบคู่กันไปด้วย

โฆษกกระทรวงพาณิชย์ยังกล่าวว่า ตั้งแต่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้นโยบาย “การสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับทุกหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งจะกำหนดพื้นที่เป้าหมายจัดทำ Sandbox เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสินค้าเกษตรทุกชนิด ทั้งนี้ ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องเสถียรภาพด้านราคา กระทรวงพาณิชย์ต้องพร้อมที่จะดูแลแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเหมือนที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...