โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับหนุ่มเขมรลอบปีนกำแพงเข้าไทย แฉกลับบ้านไม่มีงานทำจะอดตายอยู่แล้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 04.12 น. • เดลินิวส์
ทหารพรานจับหนุ่มเขมรลักลอบปีนกำแพงเข้าไทย สารภาพกลับบ้านไม่มีงานทำ ขาดรายได้ จะอดตายอยู่แล้ว พร้อมสาวไทยอีก 2 ราย หนีตายกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ สั่งการให้ พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย ทพ.1201 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานไปลาดตระเวนในพื้นที่ด้านหลังตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บริเวณจุดล่อแหลมง่ายต่อการลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย

สามารถจับกุม นายรม โรว อายุ 23 ปี ชาวกัมพูชา ขณะปีนกำแพงด้านตลาดเบญจวรรณ บ้านดงงู อ.อรัญประเทศ เพื่อต้องการลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ตรวจสอบไม่มีเอกสาร สอบสวนรับสารภาพว่า เคยทำงานรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ และเดินทางเข้า-ออก อย่างถูกกฎหมายมาตลอด แต่ที่ผ่านมาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีมาตรการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ทำให้ต้องกลับประเทศกัมพูชา และเมื่อกลับไปก็ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ จะอดตายอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลักลอบกลับเข้าประเทศไทย เพื่อลักลอบกลับมาหางานทำในตลาดโรงเกลืออีกครั้ง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมหญิงสาวชาวไทยได้อีกจำนวน 2 ราย สารภาพว่า ถูกเพื่อนชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยอ้างว่ามีรายได้ดี แต่เมื่อไปถึงแล้วกลับถูกนำตัวไปบังคับให้คอย "สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคาร" ให้กับนายจ้างชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว ส่วนอีกรายเดินทางออกไปทำงานเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหารในปอยเปต แต่เจ้าหน้าที่กัมพูชาเริ่มเข้มงวดขึ้น ทำให้รู้สึกหวาดกลัวในความไม่ปลอดภัย จึงต้องการเดินทางกลับประเทศไทย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...