โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

S&P 500 ปิดเหนือ 6,300 จุดเป็นครั้งแรก Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 18.41 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 22.47 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานภาวะตลาดหุ้นวอลล์สตรีทวันจันทร์ ( 21 ก.ค.) หรือเมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยว่า ดัชนีS&P 500

ปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์ เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการบดบังความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับคู่ค้า

ดัชนีตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.14% ปิดที่ 6,305.60 จุด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปิดตลาดเหนือระดับ 6,300 จุด ดัชนีNasdaq Composite ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.38% ปิดที่ 20,974.17 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีทั้งสองทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลระหว่างวันในช่วงต้นของการซื้อขาย

โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Meta Platforms และ Amazon

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 19.12 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 44,323.07 จุด

นับว่าเป็นช่วงที่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการกำลังเริ่มต้นอย่างแข็งแกร่ง หุ้นของเวอไรซอน(Verizon) พุ่งขึ้น 4% หลังจากผลประกอบการไตรมาสที่สองพุ่งสูงขึ้น กระตุ้นความตื่นเต้นที่รายงานผลประกอบการอื่นๆ จะออกมาดี เวอไรซอน

เป็นหนึ่งใน 62 บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการไปแล้ว โดยในจำนวนนี้มากกว่า 85% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล FactSet ผลประกอบการในไตรมาสที่สองยังเติบโต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากผลประกอบการในสัปดาห์แรก ตามรายงานของ Bank of America

คาดหุ้นเทคฯยักษ์หนุนตลาดขึ้นต่อ

ราคาหุ้น Alphabet โดดเด่นในช่วงการซื้อขาย โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ก่อนผลประกอบการรายไตรมาสในวันพุธหลังตลาดปิด รวมถึงบริษัทTesla ซึ่งเป็นบริษัทแรกในกลุ่มเจ็ดนางฟ้า (Magnificent Seven) ที่เตรียมรายงานผลประกอบการ ผลงานของบริษัทเหล่านี้อาจช่วยหนุนค่าดัชนีหลักๆ หากสามารถทำได้ดีกว่าประมาณการได้ ราคาหุ้นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ปิดตลาดลดลงเล็กน้อย

คาดว่าหุ้นขนาดใหญ่เหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของกำไรในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สอง และจอห์น บัตเตอร์ส นักวิเคราะห์จาก FactSet คาดการณ์ว่า “Magnificent Seven” จะมีกำไรเติบโต 14% ในไตรมาสที่สอง เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ อีก 493 บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตเพียง 3.4%

นักลงทุนให้ความสนใจกับความเชื่อมั่นในช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการครั้งนี้ แม้ทำเนียบขาวจะย้ำจุดยืนเรื่องภาษีศุลกากรในช่วงสุดสัปดาห์ก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เรียกวันที่ 1 สิงหาคมว่าเป็น “เส้นตายที่เด็ดขาด” สำหรับประเทศต่างๆ ที่ต้องเริ่มชำระภาษีศุลกากร แม้ว่าเขาจะกล่าวเสริมว่า “ไม่มีอะไรหยุดยั้งประเทศต่างๆ ไม่ให้เจรจากับเราหลังจากวันที่ 1 สิงหาคมได้”

“ ด้วยความคาดหวังในผลประกอบการที่ต่ำเช่นนี้ ผมคิดว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้” แซม สโตวอลล์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของบริษัทวิจัย CFRA Research กล่าวกับซีเอ็นบีซี “นั่นเป็นกำลังให้กับตลาด”

โดยภาพรวมแล้ว สโตวอลล์ ชี้ให้เห็นว่าตลาดกำลัง "ทำในสิ่งที่ปกติ" โดยเชื่อว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยอีกประมาณ 10% หลังจากฟื้นตัวจากการร่วงลงแรงถึง 20% ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคาดว่าดัชนี S&P 500 อาจแตะระดับ 6,600 ก่อนที่จะร่วงลงใหม่ ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้นประมาณ 4.7% จากระดับปิดตลาดในวันจันทร์

“โดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยลบต่างๆ มักจะถูกสลัดออกไปจากตลาดในช่วงการปรับฐานนี้ และตอนนี้เรากำลังเห็นบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่อาจไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกำลังฟื้นตัว และเราไม่เห็นว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะได้รับผลกระทบในทางลบจากภาษีศุลกากร” สโตวอลล์ กล่าวต่อ “บางทีมันอาจเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยก็ตอนนี้ ผมคิดว่านักลงทุนกำลังพูดว่า ‘รู้ไหม ตลาดกำลังบ่งชี้ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป’”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...