โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"DPU" ฮึดสู้ AI เร่งเสริมทักษะวัยแรงงาน ลดโอกาสว่างงาน

The Better

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • THE BETTER
AI อาจทำคนตกงานพุ่ง ! มหาวิทยาลัยเอกชน อยู่ไม่นิ่ง เร่งพัฒนาหลักสูตร หวัง " ลดอัตราว่างงาน " ช่วยภาครัฐ Up Skill

ดาริโอ อโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI "Claude" ออกโรงเตือนว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นในสายอาชีพออฟฟิศหายไปถึงครึ่งหนึ่ง และอัตราการว่างงานในสหรัฐอเมริกาอาจพุ่งสูงถึง 20% ภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี

อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เคยประเมินว่า AI อาจนำไปสู่การตกงานในอาชีพที่มีทักษะสูง เพราะ AI มีศักยภาพมากพอในการพัฒนาตลาดแรงงาน รวมถึง พัฒนาการให้บริการสาธารณะ

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างพยายามเสริมทักษะด้านต่างๆ ให้กับผู้ศึกษาในระดับอุดมศึกษา ให้พร้อมสำหรับการออกสู่สนามแรงงาน

ด้าน กระทรวงแรงงาน มีการเปิดอบรม Up Skill ให้กับแรงงานในกลุ่มวัย Gen Z ที่จบแล้วแต่ยังว่างงาน ขณะที่มหาวิทยาลัย ก็ต้องขยับตัวในการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยเอกชน ที่ต้องปรับตัวเป็นพิเศษ

ล่าสุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน DPU Grad Master Plan เปิดบ้าน ป.โท-ป.เอก วางแผนทางลัดสู่ความสำเร็จ กิจกรรมภายในงานเน้นสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดพัฒนาตนเองผ่านการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตแรงงานไทยในโลกที่ AI จ้องแย่งงาน” และเวิร์กชอป “ตั้งเป้าหมายอนาคต” ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ออกแบบชีวิตอย่างเป็นระบบ พร้อมฟังประสบการณ์ตรงจากศิษย์เก่า DPU ที่เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตหลังเรียนต่อ เพื่อจุดประกายแนวคิดและวางแผนอนาคตได้อย่างมีทิศทาง โดยช่วงท้ายของงาน ผู้เข้าร่วมได้เขียนโปสการ์ดถึงตัวเอง บันทึก “เป้าหมายในอีก 3 เดือนข้างหน้า” เสมือนจดหมายจากอดีตที่เตือนใจ เติมแรงฮึด และปลุกวินัยทางความคิดให้เดินตามฝัน

ด้าน รศ.ดร. ดนุวัศ สาคริก ผู้อำนวยการหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาในยุคดิจิทัล (DAD-NIDA) รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้ร่วมขึ้นบรรยายพิเศษภายในงาน ในหัวข้อ “อนาคตแรงงานไทยในโลกที่ AI จ้องแย่งงาน” โดยชี้ให้เห็นว่าโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ในอนาคต แต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนแล้ว ทั้งในระบบบริการ แอปพลิเคชัน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดล้วนขับเคลื่อนด้วย AI

รศ.ดร. ดนุวัศ ยังเน้นย้ำว่า “วุฒิการศึกษา” ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะต่อเนื่องในระยะยาว การเรียนในระดับปริญญาโทจึงเป็นเสมือนการติดตั้งเครื่องมือที่สำคัญให้บุคคลสามารถปรับตัวได้เร็ว ทันโลก และสามารถสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพที่นำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตและการทำงาน พร้อมเสนอว่า ประเทศไทยควรเร่งยกระดับทุนมนุษย์จากแรงงานทั่วไปให้เป็นบุคลากรที่มีทักษะสูง ผ่านนโยบายการศึกษา ทักษะดิจิทัล และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นระบบ เพราะ “การศึกษาไม่ใช่เพียงใบปริญญา แต่คือเครื่องมือที่ช่วยรองรับชีวิตในยามวิกฤต”

อีกหนึ่งช่วงที่สำคัญภายในงาน คือกิจกรรมเวิร์กชอป “ตั้งเป้าหมาย ออกแบบอนาคต” โดย รศ.ดร. บุญธิดา เอื้อพิพัฒนากูล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Design Thinking จบการศึกษาจาก University of Oxford ประเทศอังกฤษ เป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้ เพื่อจุดประกายให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจตนเองหรือรู้จักตัวเองมากขึ้น ผ่านเครื่องมือ “วงล้อชีวิต” (Wheel of Life) เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจในแต่ละมิติของชีวิต อาทิ การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ และการพัฒนาตนเอง จากนั้นผู้เข้าร่วมจะได้เขียน “Life Plan” โดยตั้งเป้าหมายชีวิตระยะสั้น 2 ปี และระยะยาว 5 ปี พร้อมสร้างภาพเป้าหมายชีวิตเวอร์ชันเต็ม 10 ที่อยากไปให้ถึง วิเคราะห์จุดที่ตนเองยืนอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงทักษะที่ยังขาด เพื่อวางแผนพัฒนาตนเองอย่างเป็นขั้นตอน

กิจกรรมเวิร์กชอปนี้ผสานแนวคิด “Design Your Life” เข้ากับจิตวิทยาเชิงประสาท (Neuro-linguistic Programming) เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถจินตนาการอนาคตได้อย่างชัดเจน เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตนเองในระดับจิตใต้สำนึก และสามารถแปลงความฝันให้กลายเป็นเป้าหมายที่จับต้องได้ โดยเน้นย้ำว่า “การรู้เป้าหมายเร็ว คือการเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จเร็ว” ทั้งนี้ยังได้ยกตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เพราะมีความชัดเจนในเป้าหมายและลงมือทำทันทีโดยไม่รอเวลา

รศ.ดร.บุญธิดา ยังแนะนำด้วยว่า “ก่อนเลือกเรียนต่อควรถามตนเองให้ชัดเจนว่าอยากมีชีวิตแบบใดและอยากทำงานในตำแหน่งใด จากนั้นค่อยออกแบบเส้นทางให้เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก JobThai แพลตฟอร์มหางานอันดับ 1 ของไทย ที่มาแนะนำวิธีใช้งานแพลตฟอร์มอย่างมีประสิทธิภาพ มีฟีเจอร์ช่วยให้คนหางานค้นหางานที่ตรงใจได้ง่ายยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย สำหรับผู้สมัครงานตั้งแต่จบใหม่ ไปถึงผู้บริหารระดับสูง ทุกสายอาชีพ พร้อมเชื่อมต่อโอกาสดี ๆ ให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงมีกิจกรรมพิเศษหมุนวงล้อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารัก อาทิ ปากกา สมุด กระบอกน้ำ และเสื้อยืด นอกจากนี้ทาง CareerVisa Thailand เองก็ยังได้ส่งต่อแนวคิดการจับคู่ “งานที่ใช่” กับ “คนที่ใช่” ผ่านการพัฒนาเส้นทางอาชีพให้เติบโต พร้อมแนะนำการสร้างโปรไฟล์ให้โดดเด่นและสอดคล้องกับตลาดแรงงานในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...