โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ.เตรียมยกร่างกฎกระทรวง เกณฑ์อนุญาตขาย‘ช่อดอกกัญชา’เพิ่ม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 08.36 น.

จากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 ซึ่งกำหนดให้ “ช่อดอกกัญชา” เป็นสมุนไพรควบคุม โดยการจำหน่ายต้องได้รับอนุญาต และต้องจำหน่ายให้ผู้ที่มีใบสั่งจ่ายยาจากวิชาชีพที่กำหนดเท่านั้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.2568 เพื่อควบคุมให้การใช้กัญชาทางการแพทย์ ผู้ที่จะซื้อช่อดอกกัญชาจะต้องได้รับใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์ และวิชาชีพตามประกาศกำหนด

ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ต้องออกประกาศกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เรื่อง กำหนดแบบตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 เบื้องต้นมีการระบุไว้ 15 อาการและอื่นๆนั้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนได้เห็นแบบใบจ่ายยากัญชาที่จะออกโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแล้ว ซึ่งส่วนตัวมองว่าการจะออกประกาศดังกล่าว ควรจะต้องได้รับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ก่อน เช่น หมอที่มีใบประกอบวิชาชีพที่สามารถจ่ายกัญชาได้ตามประกาศ จึงขอให้ทบทวนอีกครั้งก่อนออกประกาศ

“ขอให้มีการหารือ พูดคุยกันก่อน ผมจะเข้าไปดูเองด้วย แต่ก็รอไม่นาน 2-3 วันก็น่าจะออกประกาศได้แล้ว ตอนนี้ยังไม่ต้องมีบุคลากรวิชาชีพอยู่ประจำร้าน แต่ในอนาคตคงต้องมีกำลังมีการยกร่างกฎกระทรวง”นายสมศักดิ์กล่าว

ยกร่างกฎกระทรวงเกณฑ์อนุญาต

จากที่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2568 มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เรื่องทางออกในการบังคับใช้กฎหมายกัญชา นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า หลักการที่ประชุมทุกคนเห็นด้วยกับเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์ และสนับสนุนประกาศกระทรวงสาธารณสุข สมุนไพรควบคุม (ช่อดอกกัญชา) ฉบับล่าสุด ที่ท่านสมศักดิ์ ลงนาม

สำหรับแนวทางการกำกับที่จะดำเนินการต่อไป เรื่องการขออนุญาตนั้น ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กำลังร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการอนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุม ช่อดอกกัญชา เพื่อใช้ในอนาคต โดยจะมีการประชุมกรรมการยกร่างกฎกระทรวงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครอและส่งเสริมภูมิปัญญาหการแพทย์แผนไทย

จากนั้นต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา นำมาเวียนความเห็นถึงทุกกระทรวงว่าเห็นชอบหรือไม่ ถ้าไม่มีก็เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) หากครม.รับร่างจึงส่งมาให้รมว.สาธารณสุขลงนาม น่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน

ต้องมีแพทย์ประจำร้าน-อปท.ยินยอม

ในอนาคตการอนุญาตอาจจะมีข้อกำหนด อาทิ

1.จะต้องมีแพทย์ หรือบุคลากรวิชาชีพที่กำหนดตามประกาสธ.ล่าสุด ประจำอยู่ในร้านที่จะได้รับอนุญาต

2.ต้องได้รับการยินยอมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่เป็นที่ตั้งร้าน เนื่องจากัญชามีกลิ่น มีควัน ซึ่งกลิ่น และควันถือเป็นเหตุรำคาญตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2530 เพราะประชาชน บางคนอาจจะแพ้กลิ่นได้

3.สัญญาเช่า เนื่องจากใบอนุญาตเรื่องสมุนไพรควบคุม ช่อดอกกัญชานั้นจะมีอายุ 3 ปี หากสัญญาเช่าเป็นปีต่อปี ดังนั้น หากนำสัญญาเช่ามาเป็นหลักฐาน จะต้องมีอายุมากกว่าอายุของใบอนุญาต

นพ.เทวัญ กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดบริการ ใบสั่งจ่าย กรมได้ออกแบบเสร็จแล้ว จะประกอบด้วย ชื่อผู้สั่งจ่าย ที่เป็นบุคลากรวิชาชีพที่กำหนดในประกาศ ,จ่ายให้ใคร มีโรคต่างๆระบุไว้ สมควรได้รับปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 กรัม จำนวนวันที่ใช้ รวมปริมาณทื่ใช้ ทั้งหมดเท่าไหร่และในใบสั่งจ่ายสั่งได้ไม่เกิน 30 วัน มีการลงชื่อผู้จ่ายและผู้รับใบสั่ง ดังนั้น คนที่จะซื้อต้องมีใบสั่งจ่ายนี้ เมื่อจะซื้อก็เอาไปแสดงที่ร้านถึงจะจำหน่ายให้ได้

เรื่องรายงาน ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานมายังกรม บังคับส่งทุก 1 เดือน หากไม่ส่งพักใช้ใบอนุญาต หรือรายงานเท็จก็พักใช้ใบอนุญาต และโดนคดีปลอมแปลงเอกสารของทางราชการด้วย ถ้ามีการรายงานเท็จเจอ 2 เด้ง และมีแบบรายงานว่านำช่อดอกกัญชามาจากที่ไหน เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว

ทั้งนี้ แหล่งปลูกทุกแห่งต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายและต้องเป็นเกรดทางการแพทย์ หรือ มาตรฐานอื่นที่เทียบเคียงก็สามารถดำเนินการได้ เช่น มาตรฐานโลกอียูจีเอ็มพี หรือออร์แกนิกไทยแลนด์ แต่ต้องมีผลวิเคราะห์ตามการผลิตและแต่ละรอบ จีเอพีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องมีผลวิเคราะห์เช่นเดียวกัน

“แปลงปลูกทุกแห่งต้องได้รับใบอนุญาตจำหน่ายด้วย ตอนปลูกอาจไม่ต้องไม่ขออนุญาต แต่เมื่อมีผลผลิตช่อดอกกัญชาเกิดขึ้น จะเท่ากับเป็นสมุนไพรควบคุม การเก็บเกี่ยวช่อดอกกัญชามาแปลว่าเตรียมจำหน่ายแล้ว แปลงปลูกจึงต้องขออนุญาตจำหน่ายด้วย” นพ.เทวัญกล่าว

ตรวจจับเข้มข้นทุกสัปดาห์

นพ.เทวัญ กล่าวด้วยว่า การตรวจจับผู้กระทำผิดจะออกอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ และผู้ประกอบการขอรับการสนับสนุนเรื่องการอบรมผู้ช่าวยแพทย์ในเรื่องการใช้กัญชาประจำร้าน ,ประเมินมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีจากกรมให้มีประสิทธิภาพขึ้น และ

เรื่องการรับรองมาตรฐานที่เทียบเท่า และการตรวจวิเคราะห์ช่อดอกกัญชา ขอว่าอะไรที่เป็นมาตรฐานโลกแล้วให้กรมรับรองด้วย จะได้ไม่ติดคอขวดอยู่ที่บางหน่วยงาน กรมก็ยินยอม

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขอให้จัดแพทย์สนับสนุนร้านตามข้อกำหนด ซึ่งมีแพทย์ตามทะเบียนแพทยสภาประมาณ 50,000 -60,000 คน เภสัชกร หลายหมื่นคน แพทย์แผนไทย 30,000 -40,000 คน ทันตแพทย์ หมอพื้นบ้าน และแพทย์แผนจีน มีปริมาณเพียงพอรองรับออกใบสั่งจ่ายตรงนี้ได้ และการสั่งจ่ายต้องเป็นไปตามจรรยาบรรณของแต่ละวิชาชีพ ทั้งนี้ กรมจะมีการจัดอบรมบุคลากรวิชาชีพเกี่ยวกับการสั่งใช้กัญชาทางการแพทย์อีกครั้งหนึ่งด้วย

“ประกาศสธ. สมุนไพรควบคุม ช่อดอกกัญชาฉบับใหม่ มีข้อแตกต่างจากเดิมมี 2 ข้อ คือ 1.ช่อดอกต้องมีมาตรฐานและแหล่งที่ได้รับมาตรฐาน และ 2.ต้องมีใบสั่งจ่าย เพราะฉะนั้นร้านกัญชาทุกร้านอยู่ได้เหมือนเดิม แต่คนจะเข้าถึงได้ยากขึ้น เพราะจะต้องมีใบสั่งจ่าย"นพ.เทวัญกล่าว

นพ.เทวัญ กล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีใบสั่งจ่ายจะจ่ายไม่ได้ และการสั่งจ่ายแต่ละครั้งสำหรับผู้ป่วย จะให้สั่งจ่ายได้ตามความจำเป็นเพื่อการรักษาเฉพาะตัว ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ซึ่งใบสั่งจ่าย ร้านทุกร้านหลังจากได้ใบสั่งจ่ายต้องเก็ยไว้เป็นหลักฐานที่ร้านเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อรอตรวจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...