โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทย เคาะเยียวยา “เกษตรกร” ชายแดนกัมพูชา

อีจัน

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 07.14 น. • อีจัน

วันนี้ (27 มิ.ย. 68) นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงการณ์ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

นางมาระตี กล่าวว่า ในวันนี้มี 3 ประเด็นหลัก โดยประเด็นแรกการติดตามสถานการณ์ชายแดนที่จุดผ่านแดนต่าง ๆ จากที่ได้รับรายงานจากหน่วยงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าทุกจุดสถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งการดำเนินตามมาตรการควบคุมการผ่านแดน ยังคงมีความเข้มงวด และยืนยันว่าไทยมีการอนุโลม เพื่อความจำเป็นด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยมารักษาพยาบาล นักเรียนนักศึกษาเรียนหนังสือ และการจับจ่ายใช้สอยเพื่อชีวิตประจำวันของประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ยกตัวอย่าง 10 วันที่ผ่านมา ใน จ.สระแก้ว ที่มีรายงานสถานการ์นักเรียกนักศึกษา 6,500 คน ได้รับการอนุโลมผ่านแดน โดยเฉลี่ยจำนวนละ 500-700 คนต่อวัน และสำหรับผู้ป่วยจาก 10 วันที่ผ่านมา รวมทั้งหมด 330 คน ที่ได้รับการอนุโลมผ่านแดน

ประเด็นที่สอง มาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ หลังจากนายกฯ ได้ลงพื้นที่ จ. สระแก้ว พร้อมได้รับข้อเสนอแนะและห่วงกังวล รวมถึงข้อกังวลเรื่องรถส่งสินค้าที่อาจตกค้าง และผลกระทบอื่น ๆ จากมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมด่าน ซึ่งเช้านี้ในที่ประชุมยังคงหารือต่อเนื่อง เกี่ยวกับการติตามสถานการ์เศรษฐกิจท้องถิ่นและการขนส่งสินค้า ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงแค่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ แต่รวมถึงภาคธุรกิจ ภาคเอกชนของไทยที่อยู่ในกัมพูชา นอกจากนี้ได้มีการรับฟังคำแนะนำจากหน่วยงานหลักอย่าง กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ประเด็นที่สาม ภารกิจปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ จากที่มีรายงาน 2 ฉบับสำคัญ (เมื่อเดือน เม.ย.) เกี่ยวกับการหลอกลวงทางออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งระบุว่า กัมพูชา เป็น 1 ในที่ตั้งสำคัญของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และองค์กรนิรโทษกรรมสากล ได้เผยแพร่ปัญหาการค้ามนุษย์ และการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งรายงาน 2 ฉบับนี้ ตอกย้ำความสำคัญและควมาจำเป็นที่รัฐบาลไทยจะต้องยกระดับปรามปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเพิ่มความเข้มข้นของการควบคุมจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนกัมพูชา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กัมพูชาจะร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง ในการขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชา่ติเหล่านี้ให้หมดไป เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมเสริมสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนพี่น้องทั้ง 2 ฝ่าย

พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือกับไทย ซึ่งจะแสดงบทบาทนำในเรื่องนี้ต่อ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า วันนี้ขอเน้นย้ำเรื่องกลไกการทำงานของไทย ดำเนินการอย่างเอกภาพ โดยมี ศบ.ทก. รับผิดชอบควบคุมจุดผ่านแดนต่าง ๆ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการบูรณาการของทุกภคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ในวันนี้ มีผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยมาตรการต่าง ๆ ที่กำหนดเป็นผลมาจากมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ประเด็นที่สอง ผลตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.สระแก้ว จากนายกรัฐมนตรีนั้น มีประเด็นข้อห่วงใยเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1.การผ่อนผัน การนำเข้าแรงงาน ตามฤดูกาล (แรงงานมาตรา 64) 2. การผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ขนส่งสินค้าข้ามแดนบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา ซึ่งปัจจุบันมียานพาหนะตกค้างตามแนวชายไทยกัมพูชาอยู่หลายราย และไม่สามารถข้ามแดนได้ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ ศบ.ทก. กำหนดมาตรการผ่อนปรนต่อ 2 กรณีนี้เป็นการเร่งด่วน ซึ่งวันนี้มีการหารือพร้อมกำหนดแนวทาง พร้อมประสานงานให้เจ้าหน้าที่หน้างานทราบต่อไป

ประเด็นที่สาม มาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการ และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ได้กำหนดมาตรการเยียวยาเกษตรกร 2 ระดับ ด้วยมาตรการเร่งด่วน คือ 1. เร่งระบายผลไม้และที่ตกค้างในพื้นที่ 2. จัดงานธงฟ้า / Mobile พาณิชย์ / Thai Fruits Festival 3. ร่วมกับห้างต่างๆ / สมาคมการค้า ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย และสมาคมตลาดสด – ช่องทางอื่นๆ ทั้ง Online และ Offline และมาตรการต่อเนื่อง ประกอบไปด้วย 1. การจัดกิจกรรมบริโภคผลไม้ 2. ร่วมกับเครือปั๊มนํ้ามันรวม 1,097 สาขา กระจายสินค้า 3. ให้ภาครัฐ/เอกชน ซื้อผลไม้ในกิจกรรม เพื่อสังคม (CSR) หรือ บริโภคในองค์กร 4. ร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อขยายช่องทาง กระจายสินค้า

ในส่วนกลุ่มผู้ค้ารายย่อย มี 2 ระดับ ด้วยมาตรการเร่งด่วน คือ 1. รับเรื่องร้องเรียน ลงพื้นที่รับฟังปัญหา จากผู้ประกอบการ / เกษตรกร สํารวจความต้องการสินเชื่อและประสาน สถาบันการเงิน – จัดหาจุดจําหน่าย สินค้า / งานแสดงสินค้า จํานวน 18 ครั้ง ผู้ประกอบการกว่า 1,200 ราย และมาตรการต่อเนื่อง คือ การอบรมเพิ่มทักษะ / ส่งเสริม ผู้ประกอบการท่าการค้าผ่านช่องทาง Online

ส่วนผู้ส่งออกนำเข้า / ผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา กำหนดมาตรการเยียวยา 2 ระดับ ด้วยมาตรการเร่งด่วน คือ 1.
สํารวจสินค้าตกค้างเพื่อหา ช่องทางกระจายสินค้า 2. สํารวจรถขนส่งสินค้าตกค้าง และประสานฝ่ายความมั่นคงเพื่อนํารถที่ติดค้างกลับฝั่งไทย 3. สํารวจความต้องการสินเชื่อและ ประสานสถาบันการเงิน สนับสนุน และมาตรการต่อเนื่อง คือ 1. ศึกษาหาเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ 2. จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดทางเลือก (ภูมิภาคอาเซียน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...