โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 14.23 น.

เจ้าของรางวัลโนเบลปี 1972 กล่าวไว้ว่า‘ที่จริงแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจแฝงอยู่ในธุรกรรมเชิงพาณิชย์’ ธุรกิจใดๆ จะเติบโตและเจริญก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันในธุรกิจนั้น สำหรับในธุรกรรมทางเศรษฐกิจระดับประเทศก็เช่นกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจรัฐบาลสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เป็นปัจจัยของการพัฒนาเศรษฐกิจคืออะไร นิยามอย่างไร งานวิจัยส่วนใหญ่จะให้นิยามที่ครอบคลุมลงลึกถึงความเชื่อมั่นในรัฐบาลและสถาบันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความน่าเชื่อถือในภาคการเงิน นอกจากนี้ยังอาจหมายความรวมไปถึงความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันของผู้คนในสังคม โดยความไว้เนื้อเชื่อใจจะเกิดขึ้นได้จากการลงมือกระทำในสิ่งที่บอกว่าจะทำจนสำเร็จเสร็จสิ้น รวมถึงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นธรรม จรรยาบรรณและความโปร่งใส หรือเป้าประสงค์ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตน เป็นต้น

งานวิจัยจำนวนไม่น้อยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันระหว่างความไว้เนื้อเชื่อใจและเศรษฐกิจมหภาค กล่าวคือในประเทศที่รัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน มีระดับความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันสูง จะมีอัตราการขยายตัวของจีดีพีต่อหัวประชากรที่สูงด้วย โดยมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคด้านการลงทุน พบว่าในภาคธุรกิจ การที่มีระดับความไว้เนื้อเชื่อใจสูงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรือระหว่างกิจการที่ทำการค้าขายกัน จะสามารถลดต้นทุนที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบและตรวจติดตามต่างๆ และสามารถนำทรัพยากรที่ประหยัดได้ ไปใช้ในการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพอื่นๆ ส่วนในระดับประเทศนั้น การลงทุนขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจในรัฐบาลและนโยบายของรัฐบาล

บทความหนึ่งจาก World Economic Forum ชื่อว่า ‘ทำไมความไว้เนื้อเชื่อใจและจรรยาบรรณจึงสำคัญมากสำหรับเศรษฐกิจ’ ซึ่งนอกจากจะกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างความไว้เนื้อเชื่อใจกับการพัฒนาเศรษฐกิจตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังได้เสนอแนะปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มระดับความไว้เนื้อเชื่อใจและจรรยาบรรณ ซึ่งประกอบด้วย 1) ผู้นำที่เข้าถึง รับฟัง ลงมือทำและกล้าที่จะเสี่ยง แต่อยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต 2) จิตใจที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ของทุกภาคส่วน 3) การลดความเหลื่อมล้ำและโอกาสในการเลื่อนสถานะทางสังคม 4) ความตระหนักต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลในสังคม

รายงานการจัดอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันWorld Competitiveness Index 2025 ปีล่าสุด ของ IMD ประเทศไทยตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 30 โดยอันดับที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพภาครัฐ (Government Efficiency) ตกลงจากอันดับที่ 24 ไปอยู่อันดับที่ 32 เมื่อดูไส้ในของกลุ่มประสิทธิภาพภาครัฐ พบว่าปัจจัย Institution Framework ได้อันดับต่ำสุดคืออันดับที่ 49 เนื่องจากการจัดอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันนี้ เกิดจากการสำรวจ ดังนั้น สิ่งที่สะท้อนจากผลการสำรวจคือความไว้เนื้อเชื่อใจในสถาบันทางเศรษฐกิจและภาครัฐของประเทศไทยลดลง และอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจเท่าใดนัก

ด้วยภาวะความผันผวนและแตกแยกในโลกวันนี้ รายงานฉบับเต็มของ World Competitiveness Index 2025 ได้ระบุถึงความสำคัญของความสามารถในการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นที่มีต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และได้เสนอแนะกลยุทธ์ 10 ประการในการเสริมแกร่งเพื่อรับมือกับความผันผวน ในจำนวนนั้น มี 2 ข้อที่ผู้เขียนเห็นว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับความไว้เนื้อเชื่อใจ คือ ข้อ 8 การมีรัฐบาลที่มองการณ์ไกลและมีความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์ วางแผนรับมือในฉากทัศน์ต่างๆ และมีนโยบายที่สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ได้ก่อนที่จะลุกลามเป็นวิกฤติ อีกข้อที่รายงานฯ เสนอแนะ คือข้อ 9 การเสริมสร้างสถาบันที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ โดยรายงานฯ มองว่าความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับระหว่างประเทศจะช่วยลดความแตกแยกทางเศรษฐกิจ ดังนั้นประเทศต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญกับจรรยาบรรณและความโปร่งใสสุจริตในกระบวนการออกกฎหมายกฎระเบียบ และสร้างความน่าเชื่อถือโดยการดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ให้สำเร็จ จึงจะสามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้เกิดขึ้นในระดับธุรกรรมระหว่างประเทศได้ คงต้องให้ท่านผู้อ่านช่วยประมวลความคิดของท่านว่า วันนี้ประเทศไทยเรามีปัจจัยแห่งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ตามข้อ 8 และ ข้อ 9 ดังที่รายงานเสนอแล้วหรือยัง

ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นรากฐานที่สำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ยังไม่ต้องพูดถึงการชับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับสูงในอีกเท่านี้เท่านั้นปีข้างหน้า ลำพังเพียงแค่จะฉุดรั้งประเทศให้พ้นจากหล่มวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ ก็คงจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เพราะภาพในวันนี้ ระดับความไว้เนื้อเชื่อใจของทุกภาคส่วนในระบบสังคมและเศรษฐกิจไทยดูห่างไกลจากระดับที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ และโลกเรายังมีประเด็นความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับระหว่างประเทศอีกมากมายด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...