โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บล.บัวหลวง เตือน SET เผชิญพายุลูกใหญ่ 1-3 เดือนข้างหน้า ส่อง Downside 980 จุดก่อนฟื้นใน Q4/68

Manager Online

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 11.25 น. • MGR Online

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงพีคของความผันผวนในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า จากผลกระทบมาตรการภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยประเมินเป้าหมาย SET ปี 68 1,280 จุด กำไรต่อหุ้น (EPS) 82 บาท GDP ไทยเติบโต 1.4% จากสมมติฐานไทยถูกเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐในอัตราไม่เกิน 20% ทั้งนี้ ยังไม่รวมปัจจัยการเมืองในประเทศ

จากการติดตามการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% เป็นกรณีที่แย่สุด (Worst case) กดดัน EPS ลดลงอยู่ที่ 73 บาทต่อหุ้น และกระทบ GDP ปี 68 ให้ลดลงมาอยู่ที่ 0.9% ประกอบกับ การเมืองในประเทศที่ไม่แน่นอนกระทบกับงบประมาณปี 69 ล่าช้าไป 6 เดือน ประเมิน Downside หุ้นไทย ที่กรอบ 980-1,030 จุด เป็นระดับที่ตลาด Price in ผลกระทบจากสงครามการค้าไปแล้ว ซึ่งมองว่าเป็นจังหวะในการทยอยสะสมหุ้นไทยได้

นายพิริยพล ยังกล่าวว่า ช่วงนี้โอกาสที่ SET ยังปรับขึ้นมาน้อยมาก เนื่องจากปัจจัยลบรอบด้าน โดยเฉพาะในไตรมาส 3/68 ที่จะเริ่มเห็นผลกระทบจากการมาตรการภาษีการค้าของทรัมป์อย่างชัดเจน เนื่องจากก่อนเก็บภาษีมีการเร่งตุนสินค้า แต่เมื่อมีการประกาศอัตราภาษีออกมาแล้วจะทำให้การตุนสินค้าหายไป ประกอบกับ สงครามตะวันออกกลาง แม้ว่าปัจจุบันอยู่ในช่วงของการเจรจา แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สหรัฐยังมีประเด็นการพิจารณางบประมาณปี 69 โดยนักลงทุนกังวลว่าสหรัฐฯ ขาดดุลการคลังสูงมากและงบครั้งนี้อาจเพิ่มหนี้เข้าไปอีก จะทำให้กดดันบรรยากาศการลงทุน

ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา มองว่ากระทบกับเศรษฐกิจไทยไม่มาก เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกไปกัมพูชา คิดเป็นราว 3% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย ผลกระทบต่อกำไรหุ้นไทยค่อนข้างจำกัดเช่นกัน

นายพิริยพล มองว่า ตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวช่วงปลายไตรมาส 3 - ต้นไตรมาส 4/68 เนื่องจากปัจจัยกดดันภายนอกทั้งหมดน่าจะจบได้ภายในไตรมาส 3/68 หนุนให้เศรษฐกิจโลกดีขึ้น และอาจเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้

แม้ปัจจัยในประเทศยังมีความไม่แน่นอนมาก ทั้งหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า กำไรบริษัทจดทะเบียนยังถูกปรับลดลงต่อเนื่อง และการเมืองยังไม่นิ่ง ซึ่งยัง Overhang ต่อ แต่ข้อดีคือตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมามากแล้ว และสามารถหลีกเลี่ยงไปลงทุนในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยได้

อย่างไรก็ตาม แนะนำลงทุนระยะสั้นไม่ถือยาว โดยดัชนี SET ลงมาใกล้ระดับ 1,000 จุดเป็นจังหวะสะสม หากปรับตัวขึ้น 1,100 จุดแนะนำทยอยขาย เนื่องจากมองว่าหุ้นไทยอัพไซด์ยังจำกัด ขณะที่ Fund Flow จะกลับมาเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับตัวแปร 2 ประเด็น ได้แก่ นโยบายภาษีของทรัมป์ และการเมืองในประเทศ

"หนี้ครัวเรือนตอนนี้เกิน 80% ในสายตานักเศรษฐศาสตร์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปีกว่าหนี้ตรงนี้จะหายไป สิ่งที่จะมาช่วยคือถ้าโลกฟื้น จะมาช่วยการส่งออกเราให้ฟื้นด้วย แต่เรายังมีปัญหาสวมสิทธิอยู่ อาจได้ประโยชน์ไม่เต็มที่"

นอกจากนี้ ไตรมาส 4/68 ยังเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยวไทย คาดหวังว่านักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามามากขึ้น แต่มองว่านักท่องเที่ยวจีนอาจจะยังไม่กลับมา ซึ่งภาครัฐต้องมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดความเชื่อมั่น

จากการคาดการณ์ตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/68 ตามเศรษฐกิจโลก ทำให้หุ้นในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอาจจะดี โดยเฉพาะกลุ่ม Global play จะเป็นผู้นำเมื่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกเริ่มชัดเจน ปัจจัยเสี่ยงคลี่คลาย ขณะที่กลุ่ม Domestic play อาจฟื้นช้ากว่าแม้ราคาถูกแล้ว แต่หากการเมืองยังไม่คลี่คลายอาจกดดันให้งบประมาณล่าช้า

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...