โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายละเอียด “คุณสู้เราช่วย เฟส 2” มีมาตรการช่วยลูกหนี้อย่างไร และมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 13.14 น.
ภาพไฮไลต์

“คุณสู้เราช่วย” คือโครงการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ที่ล่าสุดภาครัฐได้ขยายระยะเวลาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคุณสู้เราช่วยเฟส 2 ให้ลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งมีมาตรการช่วยเหลือและรูปแบบต่างกัน 3 มาตรการ คือ

  • มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์”
  • มาตรการ “จ่าย ปิด จบ”
  • มาตรการ “จ่าย ตัด ต้น”

โครงการคุณสู้เราช่วย มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ลดค่างวด พักดอกเบี้ย ตัดเงินต้นเพิ่ม ปิดจบหนี้ มีรูปแบบการช่วยเหลือดังนี้

  • ลดค่างวด 3 ปี โดยลูกหนี้ชำระค่างวดขั้นต่ำที่ 50% 70% และ 90% ของค่างวดเดิม ในปีที่ 1 ปีที่ 2 และปีที่ 3 ตามลำดับ (เพิ่มแบบขั้นบันได) ซึ่งค่างวดทั้งหมดจะนำไปตัดเงินต้น
  • พักดอกเบี้ย 3 ปี ถ้าปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขตลอด 3 ปีของมาตรการ และไม่ก่อหนี้เพิ่มในช่วง 12 เดือนแรกหลังเข้าร่วม ทั้งนี้ลูกหนี้สามารถชำระมากกว่าค่างวดขั้นต่ำที่กำหนด เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดจบหนี้ได้ไวขึ้น

คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์”

1. มีวงเงินสินเชื่อรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกินที่กำหนด โดยพิจารณาแยกวงเงินในสัญญา (ต่อสถาบันการเงิน) ตามประเภทสินเชื่อ ดังนี้

  • สินเชื่อบ้าน ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • สินเชื่อเช่าซื้อ หรือ จำนำทะเบียนรถยนต์ ไม่เกิน 8 แสนบาท
  • สินเชื่อเช่าซื้อ หรือ จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท
  • สินเชื่อธุรกิจ SMEs ไม่เกิน 5 ล้านบาท

2. สินเชื่อทำสัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567

ภาพจาก iStock

3. มีสถานะหนี้ ณ วันที่ 31 ต.ค. 2567 อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ ค้างชำระมากกว่า 30 วัน นับจากวันครบกำหนดชำระ หรือ ไม่ค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน (นับจากวันครบกำหนดชำระ) ซึ่งเคยมีประวัติค้างชำระ (สำหรับลูกหนี้ที่เคยมีประวัติค้างไม่เกิน 30 วัน ให้ดูวันค้างตั้งแต่ 1 ม.ค. 2565) และเคยปรับโครงสร้างหนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65

โครงการคุณสู้เราช่วย มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” เหมาะสำหรับใครบ้าง

  • มาตรการจ่าย ปิด จบ เหมาะสำหรับลูกหนี้ให้สามารถชำระหนี้บางส่วน เพื่อให้สามารถจ่าย และปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น

คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ได้ มีดังนี้

1. ลูกหนี้บุคคลธรรมดาทุกประเภท ที่มีสถานะหนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 ค้างชำระเกินกว่า 90 วัน (NPL)

2. มีประเภทภาระหนี้ และมูลค่าหนี้ ดังนี้

  • ทุกประเภทสินเชื่อ ที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อบัญชี
  • สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อบัญชี
  • สินเชื่อที่มีหลักประกัน ซึ่งบังคับหลักประกันแล้วหรือไม่สามารถติดตามทรัพย์ได้ ที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อบัญชี และมีวงเงินสินเชื่อต่อบัญชี ดังนี้
  • บ้าน/บ้านแลกเงิน/ SMEs บุคคลธรรมดา วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • เช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถยนต์ วงเงินไม่เกิน 8 แสนบาท
  • เช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท

โครงการคุณสู้เราช่วย มาตรการ “จ่าย ตัด ต้น” สำหรับใครมีสิทธิบ้าง และมีรูปแบบการช่วยเหลืออย่างไร

มาตรการ “จ่าย ตัด ต้น” สำหรับลูกหนี้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีหนี้เสีย ไม่มีหลักประกัน เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีเงื่อนไขการผ่อนชำระคืนเป็นงวด (term loan) แบบผ่อนปรน โดยดอกเบี้ยจะถูกตั้งพักไว้ 3 ปี และหากผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข ดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกเว้นทั้งหมด

รูปแบบการให้ความช่วยเหลือของมาตรการ “จ่าย ตัด ต้น”

  • ให้ผ่อนชำระคืนเป็นงวด (term loan)
  • ผ่อนชำระ 2% ของเงินต้นคงค้างก่อนเข้ามาตรการ
  • ค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดต้นทั้งหมด และดอกเบี้ยตั้งพักไว้ เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะยกเว้นดอกเบี้ยที่พักไว้ทั้งหมด หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข
  • ลูกหนี้สามารถตกลงกับเจ้าหนี้ในการชำระค่างวดมากกว่าที่กำหนดได้ เพื่อตัดเงินต้นเพิ่มและปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น

คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการ “จ่าย ตัด ต้น”

  • ลูกหนี้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567
  • สินเชื่อไม่มีหลักประกัน (เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล) ยอดหนี้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อบัญชี
  • สัญญาสินเชื่อทำก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567

สามารถลงทะเบียนสมัครโครงการคุณสู้เราช่วยได้ที่เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...